บทที่ 14 ออกเดต (1)

 หลังทานอาหารกลางวันเสร็จหม่อมปรียาวดีก็รู้สึกถูกชะตากับว่าที่หลานสะใภ้มากขึ้นจึงเสนอให้หลานชายพาหญิงสาวเดินชมบริเวณรอบ ๆ วังทรัพย์เศวตวงษ์ ท่านหวังว่ารมณจะรู้สึกชื่นชอบวังแห่งนี้จนกระทั่งอยากร่วมชีวิตกับหลานชายท่านภายในเร็ววัน

“ใหญ่โตสมกับเป็นวังที่แท้จริง” รมณกวาดตามองบริเวณวังทรัพย์เศวตวงษ์ที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา

“ผมยังสามารถพายินดีเยี่ยมชมทรัพย์สินส่วนตัวได้ด้วยนะครับ” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรไม่ได้จะดูถูกรมณว่าหน้าเงินแต่เขาแค่อยากให้หญิงสาวตื่นตาตื่นใจกับความมั่งคั่งในอนาคตที่เธอจะได้สัมผัสและสามารถมั่นใจตกลงแต่งงานอย่างรวดเร็ว

หม่อมหลวงหนุ่มพารมณเดินลึกเข้ามาบริเวณหลังวังที่มีบ้านเรือนไทยอีกหลังซ่อนอยู่ บ้านหลังนี้ให้ความเป็นธรรมชาติมากเพราะหลังบ้านนั้นมีแม่น้ำขนาดใหญ่ไหลผ่าน “บ้านหลังนี้เป็นบ้านส่วนตัวของผมเองครับ ยินดีมั่นใจได้เลยว่าแต่งกับผมความเป็นส่วนตัวจะอยู่กับยินดีตลอดไป” 

“ตอนนี้เรียกปกติก็ได้นะคะ” รมณฟังหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรเรียกเธอด้วยชื่อเล่นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานทุกคำ เธอฟังแล้วก็ขนลุก ก่อนมาพวกเขาได้ตกลงกันว่าต่อหน้าทุกคนจะต้องเปลี่ยนคำเรียกที่แสดงออกถึงความสนิทสนมของคู่รัก แต่ตอนนี้อยู่กันสองคนก็สมความกลับไปเป็นเหมือนเดิม

“เรียกแบบนี้ดีแล้วครับ ต่อไปจะได้ชินปาก ทุกคนก็จะได้ไม่มีข้อสงสัยด้วย”

รมณกรอกตามองบน อยากเรียกยังไงก็เรียกเถอะ เธอไม่อยากเสียเวลาเรื่องชื่ออเรียกอีกต่อไป จึงวกมาถามเรื่องบ้านต่อ “คุณไม่ได้พักอยู่ที่ตึกใหญ่หรือคะ” 

“ปกติก็อยู่ที่นั่นครับ” ที่พักบนตึกใหญ่หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรอาศัยมาตั้งแต่เด็ก แต่พอโตขึ้นเมื่อต้องการความเป็นส่วนตัวหม่อมหลวงหนุ่มก็จะย้ายมาพักผ่อนบ้างบางครั้งที่บ้านเรือนไทยหลังนี้

“แต่ถ้าเราแต่งงานกันผมจะย้ายมาอยู่ที่บ้านริมน้ำหลังนี้ครับ”

“อ้อ” รมณพยักหน้าเข้าใจ 

“แล้วเรื่องย่ารองของคุณนั่นคืออะไรกันล่ะ” รมณสืบรู้แค่เรื่องราวในครอบครัวของหม่อมหลวงหนุ่มเท่านั้น เธอไม่เคยรู้ลึกถึงการมีตัวตนของครอบครัวรองเลย

“หญิงชราที่คุณเจอวันนี้คือภรรยารองของท่านปู่ผมเองครับ แต่ว่าเธอก็ไม่อาศัยที่วังแห่งนี้หรอก ครอบครัวนั้นเขาก็มีวังเป็นของตัวเอง” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรก็เริ่มเรียงลำดับสมาชิกในครอบครัวภรรยาของท่านปู่ให้รมณฟัง เพราะก่อนหน้าเขาสนใจเล่าเรื่องราวแค่สมาชิกในครอบครัวตัวเอง จึงลืมเรื่องครอบครัวของย่ารองตัวเองไปเลย 

“เรื่องบ้านรองยินดีอย่าให้ความสนใจพวกเขาเลยครับ”

“เพราะพวกเขาด้วยใช่ไหมคะคุณถึงตัดสินใจแต่งงานตอนนี้”

“ก็มีส่วนเล็กน้อยอยู่เหมือนกันครับ ยินดีก็เจอฤทธิ์พวกเขาแล้วนิ”

รมณพยักหน้าหงึก ๆ “ก็พอเข้าใจได้นะ”

“ชมวังผมครบแล้วอยากไปชมบริษัทผมบ้างไหมครับ”

“ยังดีกว่าค่ะ”

“เหนื่อยไหมครับ อยากจะนอนพักกลางวันไหม”

“?” รมณชะงักงัน หน้าเริ่มตึงขึ้นทันที เธอยังไม่แก่ ไม่จำเป็นต้องนอนกลางวัน

หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรยิ้มขำ “ไหน ๆ ก็มีเวลาว่าแล้วเราไปดูหนังกันดีไหมครับ”

“ก็ดีเหมือนกัน” รมณห่างหายจากโรงหนังมาหลายปีแล้ว เอาแต่เฝ้าหน้าจอโทรศัพท์ท่องยุทธภพ เมื่อมีโอกาสเธอก็อยากไปสัมผัสโรงหนังอีกครั้ง

ทั้งสองตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรจูงมือรมณเข้าไปร่ำลาหม่อมปรียาวดีและสมาชิกในครอบครัวทั้งหมดจนครบทุกคนก็ขับรถออกมาห้างสรรพสินค้าที่คนส่วนมากชอบออกมาเดินเที่ยว จอดรถยนต์ภายในห้างเสร็จก็เดินไปยังชั้นบนสุดของห้างที่เห็นผู้คนกำลังหลั่งไหลเข้าโรงหนังบ้างก็เดินไปกดตั๋วหนังที่ตัวเองต้องการดู ส่วนคู่รักป้ายแดงที่เป็นมือใหม่จำเป็นต้องเดินไปหน้าเคาน์เตอร์เพื่อซื้อตั๋วโดยมีพนักงานสาวเป็นผู้จัดการให้

หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรหันมามองรมณ“ดูอะไรดีครับ” 

รมณรีบเงยหน้ามองตารางฉายของโรงหนัง “เอาเรื่องนี้ก็ได้นะ หนังผีคุณชอบไหม” ถ้าหนังรักมันคงไม่เหมาะกับเธอหนังผีตื่นเต้นที่สุดแล้ว

“ตามใจครับ”

รมณมองหม่อมหลวงคิณณ์ภัทรที่ยืนเก้ ๆ กัง ๆ ตรงหน้าเคาน์เตอร์ซื้อตั๋วเธอจึงเสนอตัวทำเอง “ฉันเองดีกว่าค่ะ คุณไปนั่งรอเถอะ”

“ครับ”

แม้จะไม่ได้เข้าโรงหนังนานแล้วแต่รมณก็ยังไม่ลืมว่าเมื่อเข้าไปภายในโรงหนังจะขาดน้ำอัดลมและขนมขบเคี้ยวไม่ได้ พอได้ตั๋วหนังมาอยู่ในมือหญิงสาวก็กวาดซื้อของทานเล่นจนล้มมือ

“ผมถือเองครับ” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรที่นั่งรอรมณเห็นหญิงสาวถือของพะรุงพะรังก็รีบก้าวเดินไปแย่งมาไว้ในมือตัวเองแทน

“เข้าข้างในกันเถอะค่ะ เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงหนังจะฉายแล้ว” รมณไม่ขัดความช่วยเหลือของหม่อมหลวงหนุ่ม เธอถือตั๋วสองใบเดินนำหน้าเขาอย่างมีความสุข

“ครับ”

ผ่านไป 2 ชั่วโมงหนังก็ฉายจบ คู่รักป้ายแดงเดินพากันเดินออกจากโรงหนัง

“สนุกไหนครับ” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรสังเกตรมณตั้งแต่หนังเริ่มฉายเห็นเธอแสดงอาการตื่นเต้น ลุ้นทุกครั้งที่มีฉากน่ากลัว จึงคิดว่าหญิงสาวคงมีความสุขกับการดูหนังเรื่องนี้มาก

“สนุกดีคะ” รมณมีแววตาตื่นเต้น “ยิ่งดูยิ่งเข้มข้น ฉากต่าง ๆก็สมจริงมาก”

“สมกับที่เขาโฆษณาจริง ๆ” หญิงสาวพยักหน้าชื่นชมทีมงานของหนังเรื่องนี้ใจจริงใจ

“หากคุณชอบเรามาดูบ่อย ๆ ได้นะครับ”

“คุณล่ะชอบไหม” รมณหลงใหลในหนังผีมาก จึงดีใจคิดว่าต่อไปจะมีเพื่อนมาดูด้วย “ปกติฉันไม่มีเพื่อนมาโรงหนังเลย ชวนใครก็ปฏิเสธ ได้แต่ดูที่ห้อง”

หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรมองหน้ามีความหวังของรมณก็ไม่สามารถเอ่ยคำอื่นได้นอกจาก “ชอบครับ”

“เราเป็นคอเดียวกันค่ะ” รมณหัวเราะคิกคักมีความสุข

บทก่อนหน้า
บทถัดไป