บทที่ 16 ข้อตกลง (1)
รมณได้เปิดตัวต่อครอบครัวคิณณ์ณภัทรไปแล้ว ถือว่าได้ขยับความสัมพันธ์กันไปอีกขั้น แต่ก็ยังไม่เปิดตัวหม่อมหลวงหนุ่มต่อครอบครัวเธอ เพราะหญิงสาวต้องการเวลาทำใจไปอีกสักระยะ
ดังนั้นทุกเย็นหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรจะมารับรมณไปทานอาหารเย็นร่วมกันเพื่อสร้างความใกล้ชิดสนิทสนม
“ทำไมวันนี้ปิดร้านเร็วครับ” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรมารับรมณไปทานอาหารเย็นหลังเลิกงานตามปกติ แต่ก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นร้านสวนทุ่งดอกไม้ขึ้นป้ายปิดร้านโดยมีเจ้าของร้านสาวนั่งรับลมใต้ต้นไม้ใหญ่อยู่หน้าร้าน
“ขี้เกียจ” รมณตอบหน้าตาย เธอกำลังครุ่นคิดวุ่นวายในหัว วันนี้ได้รับสายจากบิดาเหมือนเคยและยังคงเอ่ยถึงคนเป็นป้าที่คอยเร่งเรื่องของเธอและเมธัส ทำให้เธอไม่มีอารมณ์เปิดร้านต่อ หญิงสาวไม่รู้จะเริ่มเอ่ยเรื่องของหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรต่อครอบครัวอย่างไร หากจะพาเข้าบ้านเลยก็กลัวญาติ ๆ จะช็อคตาตั้ง จึงต้องยื้อเวลาออกไปแบบนี้
“…?…”
“อนาคตจะได้ผัวรวย ขออู้งานหน่อยแล้วกัน” รมณพูดติดตลกพร้อมยิ้มหวานประจบว่าที่สามี
“ตามสบายเลยครับ” หม่อมหลวงหนุ่มยิ้มขำ
“แล้วทำไมถึงออกมานั่งรอตรงนี้” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรมองไปรอบ ๆ บริเวณที่รมณนั่งพักอยู่ซึ้งตอนนี้ด้านนอกแดดแรงมาก เขากลัวหญิงสาวจะร้อน “ถึงจะปิดเร็วก็ควรนั่งรอผมอยู่ข้างในนะครับ”
“มารับลมธรรมชาติ ดีแต่ร่างกายออก นั่งแต่ห้องแอร์มาก ๆ ก็ไม่ดี” รมณไม่อยากนั่งห้องแอร์ เธอรู้สึกว่าสมองไม่ทำงานเหมือนบรรยากาศข้างนอกนี้ และอันที่จริงในใจเธอกลัวเปลืองค่าไฟนั้นเอง
หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรรู้ทันความคิดของรมณ เขามองหน้าหญิงสาวพร้อมให้ความมั่นใจ “ไหนว่าอนาคตได้ผัวรวยไงครับ ค่าไฟแค่นี้ขนหน้าผมไม่ร่วงหรอก”
“!!!” รมณนิ่งงัน เธอโดนเล่นเข้าแล้วไง
“หึ ๆ” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรหัวเราะเบา ๆ กับหน้าตาชวนตลกของรมณ “ไปกันเถอะครับตรงนี้มันร้อน ไปนั่งแอร์เย็น ๆ ที่รถผมกัน”
“!!!”
“หึ ๆ”
“......” รมณทำได้แค่ถลึงตามองตามหลังคนขี้แกล้ง พร้อมเดินตามขึ้นมานั่งบนรถ
“ขอทานอาหารญี่ปุ่นได้ไหมคะ” รมณรู้สึกเอียนอาหารไทยที่หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรพาเธอไปทานทุกเย็นแล้ว จึงต้องการเปลี่ยนรสชาติเป็นแบบที่ตัวเองชอบบ้าง
“ได้สิครับ” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรไม่จำเป็นต้องหยุดคิดเพราะเขาก็เข้าใจว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบทานอะไรเดิม ๆ ช้ำๆ แบบตัวเอง ในอนาคตพวกเขาทั้งสองคนก็ต้องใช้ชีวิตคู่ร่วมกันก็ต้องรู้จักเรียนรู้ความชอบของกันและกันให้มาก
เมื่อรมณเป็นคนเสนอประเภทอาหารดังนั้นร้านอาหารก็ต้องเป็นเธอที่เลือกเอง แค่ก้าวเข้ามาในร้านก็บ่งบอกถึงสัญชาติต้นกำเนิดของอาหารได้อย่างชัดเจน พนักงานในร้านสุภาพอ่อนน้อม ถึงครั้งนี้รมณจะไม่ได้จองห้องส่วนตัวแต่ก็ยังคงบรรยากาศแบบส่วนตัวแม้ผู้คนจะนั่งกันอยู่เต็มร้านแต่พวกเขาก็ให้เกียรติลูกค้าคนอื่น ๆ
รมณไม่รอช้าเมื่อได้โต๊ะที่นั่งเรียบร้อยก็ลงมือสั่งอาหารอย่างรวดเร็วเพราะเธอคุ้นเคยกับเมนูอาหารเป็นอย่างดี แต่เธอก็ยังคงไม่ลืมหม่อมหลวงหนุ่มที่มาด้วยกัน เธอยิ้มหวานส่งสายตาให้เขาสามารถเอ่ยเมนูที่ตัวเองชอบได้ตามที่ต้องการ
“ยินดีสั่งเลยครับ” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรชินกับอาหารไทยมากกว่า “ยินดีสั่งอะไรมาผมก็ทานได้หมดครับ”
เมื่อเป็นแบบนี้รมณจึงไม่เกรงใจร่ายเมนูอาหารที่ตัวเองชอบมาเต็มโต๊ะ พอได้เวลาลงมือทานก็ทานอย่างสุขใจ
“ฟิน...” รมณใช้ตะเกียบคีบล็อบสเตอร์ซาซิมิเข้าปากเต็มคำ อาหารอร่อยเธอก็อยากจะแชร์ให้คนตรงหน้าร่วมทานด้วยจึงเปลี่ยนตะเกียบอีกคู่คีบล็อบสเตอร์ซาซิมิไปวางบนจานของหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทร “ลองทานค่ะ”
“ครับ” ปกติหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรไม่ทานอาหารดิบแต่รมณเป็นคนคีบให้หม่อมหลวงหนุ่มก็ไม่อยากปฏิเสธน้ำใจหญิงสาวจึงต้องลองสิ่งที่ตัวเองปฏิเสธมาเกือบทั้งชีวิตดูสักครั้งว่าจะอร่อยเหมือนที่เธอว่าไหม
“อร่อยไหม”
“สดดีครับ”
“งั้นลองอันนี้ดู” รมณสังเกตดูแล้วเหมือนเพื่อนร่วมโต๊ะจะไม่ถูกชะตากับอาหารสดที่เป็นเมนูโปรดอันดับแรกของเธอจึงเปลี่ยนเป็นเมนูอันดับสองแทน หญิงสาวใช้ตะเกียบคีบปลาไหลย่างเนื้อฉ่ำที่ราดด้วยโชยุกลมกล่อม
หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรไม่เคยปฏิเสธน้ำใจของรมณได้ หญิงสาวคีบอะไรมาให้หม่อมหลวงหนุ่มก็ไม่ลังเลที่จะเอาให้ปาก แม้สิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนก็ตาม
“เป็นไง” รมณมองอย่างมีความหวัง เธออยากให้ทุกคนมีความสุขเมื่อได้ลิ้มรสเมนูโปรดของเธอ
“กลมกล่อมดีครับ”
“งั้นก็ทานเยอะๆเลยค่ะ” รมณยิ้มร่า มีความสุขกับการทานอาหารและแนะนำเมนูโปรดลำดับต่อ ๆ ไปให้หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรได้ทาน
“ทานเลยคะ”
“ครับ”
“อร่อยไหม”
“ครับ”
“ลองทานอันนี้ดู” รมณหยิบจานซูชิแซลมอนเบิร์นไฟหอม ๆ ที่คิดว่าอร่อยมากไปวางตรงหน้าหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทร ส่วนตัวเองก็ทานซูชิวากิวต่ออย่างสบายใจ
“ยินดีทานของตัวเองเถอะครับไม่ต้องห่วงผมหรอก” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรนำซูชิเข้าปากเสร็จก็ยื่นมือไปตักสลัดยูสุอะโวคาโดลงบนจานตัวเอง
“โอเค” รมณเห็นแบบนั้นก็สบายใจ ก้มหน้าก้มตากัดกุ้งเทมปุระเต็มปาก ทานเสร็จก็ขยับมือไปตักข้าวหน้าเนื้อต่อ ทำแบบนี้ต่อ ๆ ไปยังจานอื่นจนวนอาหารครบทุกเมนูบนโต๊ะ
“อาหารไม่ถูกปาก?” รมณทานไปได้ครึ่งท้องก็หันมาสนใจเพื่อนร่วมโต๊ะจึงเห็นว่าเขาเอาแต่ทานสลัดจารเดิม
“ผมอิ่มแล้วครับ”
“…..” แล้วอาหารเต็มโต๊ะที่เธอสั่งมาล่ะ ใครจะทาน
“ยินดีไม่ต้องรีบนะครับ” หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรไม่อยากขัดความสุขของคนตรงหน้าเพราะรู้สึกว่าหญิงสาวจะโปรดปรานอาหารมื้อนี้ที่สุด เมื่อมองดูอาหารเต็มโต๊ะที่กำลังใกล้หมดจึงเสนอขึ้นอย่างใจป้ำ “หากไม่อิ่มสั่งเพิ่มได้เลย”
รมณกวาดตามองทั่วโต๊ะอาหารก็ต้องตกใจเมื่อรู้ปริมาณการทานที่เกินพอดีของตัวเอง แต่ก็ยังรู้สึกไม่พอใจเท่าไหร่ นาน ๆ ทีจะได้ทานของชอบจะให้หยุดตอนนี้ก็ยังไงอยู่ เธอตัดสินใจสั่งเพิ่มอีกสั่งเมนูสองเมนูคงไม่เป็นไร คิดเสร็จก็ลงมือสั่งอาหารทันที
