บทที่ 19 สู่ขอ (2)
ตั้งแต่ทุกคนในครอบครัวของหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรลงจากรถตู้ ก็ได้มีคนแอบถ้ำมองพวกเขาอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่แม่เลี้ยงมะลุลีได้ข่าวว่าหลานสาวมีคนรักและจะพามาแนะนำกับครอบครัว ท่านก็รู้สึกไม่ชอบใจหลานเขยในอนาคตทันที เพราะผู้ชายคนนี้จะเป็นคนที่มาแย่งหลานสาวท่านจากคุณเมธัส
“ทำไมเหมือนแกจัง” แม่เลี้ยงมะลุลีมองหน้าลูกชายคนโตสลับกับมองหน้าหลานเขยในอนาคต ในใจเริ่มรู้สึกกังวลใจ กลัวหลานสาวโดนหลอก
ธาดา “……..”
“แต่งตัวก็สะอาดสะอ้านเกินเหตุ”
“คนเขาเป็นผู้ดีก็ต้องจัดการตัวเองให้เรียบร้อยแบบนี้ล่ะครับ” ธีภพลูกชายคนรองของแม่เลี้ยงมะลุลีรีบอธิบายตามความจริงตรงหน้าและข้อมูลที่น้องสาวบอกไว้
“แกเปิดเรดาร์สิ” แม่เลี้ยงมะลุลีเอ่ยสั่งลูกชายคนโต ไม่ใช่ว่าท่านกำลังจับผิดหรอกนะ ถึงท่านอยากให้หลานสาวแต่งงานมีครอบครัว แต่ถ้าผู้ชายมีรสนิยมแบบลูกชายตัวเองท่านก็ไม่สบายใจ “ถ้าให้ยินดีแต่งงานไปคงไม่แห้งเฉาตายนะ”
“คุณแม่คิดไปไกลเกินไปไหมครับ” ธาดาขำมารดาที่กำลังกังวลเกินเหตุ “ไหนว่าเชียร์คุณเมธัสอะไรนั่น”
“ก็ต้องตรวจสอบไว้ก่อนสิ” แม่เลี้ยงมะลุลีชะบัดหน้า “ยังไงคุณเมธัสก็ยังดีและเหมาะสมที่สุด หุ่นแมนคมเข้ม”
“แถมดูญาติผู้ดีพวกนั้นอีกแต่งไปคงไม่รังแกยินดีของเรานะ”
“คงไม่ขนาดนั้นหรอกครับ” ธาดาที่รู้ความจริงของน้องสาวทั้งหมดพยายามช่วยแก้ตัวแทนว่าที่น้องเขยสุดชีวิต ก็ในเมื่อน้องสาวเลือกแล้วคนอื่นก็ไม่มีสิทธิ์ก้าวก่าย
“ว่าไม่ได้สิ แต่ละคนเชิดหน้าคอตั้ง ทำเหมือนรังเกียจชาวไร่ชาวสวนแบบเรา”
“คุณแม่คิดไปเองแล้วครับ” ธีภพเอ่ยปรามมารดาที่ใจมีอคติ
“แม่เปล่าคิดแต่ความรู้สึกของผู้หญิงอย่างเรา ๆ มันเตือนมา”
“พวกเขาเข้าบ้านกันหมดแล้วนะครับ” ธาดารีบเตือนมารดา สามแม่ลูกมัวแต่กระซิบกระซาบกันไปมาจนแขกของไร่เข้าบ้านก็ยังไม่รู้ตัว “เราจะตามไปไหม”
“ไม่!” แม่เลี้ยงมะลุลีตอบเสียงแข็ง ท่านเริ่มคิดกับตัวเองว่าต้องรีบคิดแผนใหม่มารับมือ
“งั้นก็กลับไร่เราครับ” ธาดาและธีภพสองพี่น้องมองตาอย่างรู้ใจรีบเข้าชาร์จตัวมารดาหิ้วปีกท่านคนละข้างวิ่งกลับไร่ตัวเอง
เช้าวันต่อมาครอบครัวหม่อมหลวงคิณณภัทรก็ไม่รีรอจัดการตามขั้นตอนการสู่ขอ ทุกคนมานั่งรวมกันที่ห้องโถงของบ้าน ไม่เว้นแม้แต่สมาชิกในครอบครัวของรมณที่มากันครบทั้งแม่เลี้ยงมะลุลีและสามีผู้เป็นลุงของรมณ คุณธารินผู้เป็นอาสาวของรมณและพี่ชายลูกพี่ลูกทั้งสาม
“นี่มันอะไนกันคะ” รมณแอบกระซิบถามหม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรเพราะก่อนหน้าที่ตกลงคือแค่มาทำความรู้จัก เรื่องแต่งงานจะรออีกสักพักก่อน ให้ครอบครัวทั้งสองฝ่ายทำใจยอมรับการมีตัวตนของทั้งสอง
หม่อมหลวงคิณณ์ณภัทรรีบกระซิบแก้ตัวเป็นพัลวัน “ผมก็ไม่ทราบครับ ทุกอย่างหม่อมย่าน่าจะจัดการทั้งหมด”
หม่อมหลวงพรรณรินทร์ปรายตามองสองหนุ่มสาวที่แอบกระซิบกระซาบกัน ก่อนเอ่ยเรียกน้องสาวคนรองเป็นการส่งสัญญาณ “คุณพลอย”
หม่อมจุฑามณีเปิดกระเป๋าเครื่องเพชรทยอยหยิบกล่องเครื่องเพชรออกมาส่งไปยังมือของพี่สาวคนโต
จากนั้นก็มีน้องสาวคนอื่น ๆ เข้ามาเรียงชุดเครื่องเพชรตระกาลตา เต็มหน้าครอบครัวรมณ เมื่อหม่อมปรียาวดีมองแล้วว่าทุกอย่างจัดเรียงครบสมบูรณ์ก็ถึงเวลาที่ท่านต้องเอ่ยเข้าเรื่องสำคัญ “ทั้งหมดนี้ของหมั้นที่ฝั่งเราเตรียมมาค่ะ”
“!!!” พ่อเลี้ยงธานินทร์ทำตัวไม่ถูกทั้งตกใจกับข้าวของตรงหน้า ทั้งตกใจที่ลูกสาวจะได้เป็นฝั่งเป็นฝา ไหนบอกแค่พาครอบครัวคนรักมารู้จักไง แต่พอตั้งสติได้กำลังจะเตรียมตอบรับ ก็โดนแม่เลี้ยงมะลุลีขัดขึ้นก่อน ท่านไม่พอใจตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะแขกไปพักก่อนแถมลูกชายทั้งสองก็ลากท่านกลับบ้านตัวเอง
แม่เลี้ยงมะลุลีหน้าบึ้ง “ใครตกลงกัน”
หม่อมหลวงโกลัญญาขยับตัว เริ่มฉุนเฉียว อยากระเบิดอารมณ์ที่มีคนตาถั่วไม่พอใจในตัวน้องชายของเธอ
“อย่าสร้างเรื่อง” หม่อมหลวงพรรณรินทร์รีบเอ่ยกำราบน้องสาว
ธีภพที่รู้ว่ามารดากำลังจะทำให้เรื่องราววุ่นวายรีบขยับเข้าไปกระซิบข้างหูมารดา“นี่คุณแม่จะปฏิเสธเหรอครับ”
“หากพลาดคนนี้ คุณแม่มั่นใจหรือครับว่ายินดีจะตกลงปองใจกับนายเมธัสอะไรนั่น” ธาดารีบขยับเข้าประชิดมารดาช่วยน้องชายอีกแรง
“……” แม่เลี้ยงมะลุลีนิ่งไปเมื่อโดนลูกชายสองคนเป่าหูซ้ายขวา
ธาดา “คุณแม่จะแนะนำผู้ชายให้ยินดีอีกกี่คนถึงจะตกลงปลงใจกันแบบนี้ได้”
ธีภพ “โอกาสมาถึงแล้วครับ จะใครคนไหนแต่ก็เป็นผู้ชายเหมือนกันทั้งนั้น”
“สามารถยอมให้ยินดีตกลงเต็มใจมีหลานให้คุณป้าได้แค่นี้ก็น่าจะพอใจแล้ว” รชตเปรยขึ้นเบา ๆ
แม่เลี้ยงมะลุลีคิดตามคำพูดของเหล่าลูกชายและหลานชาย ก่อนจะฉีกยิ้มหวานสุดปาก “ตกลงค่ะ ตกลง”
ธารินน้องสาวของพ่อเลี้ยงธานินทร์เห็นว่าพี่สะใภ้เปิดทางแล้วจึงเข้าขั้นต่อไป “ทางหม่อม หาฤกษ์แต่งกันหรือยังคะ”
“ถ้ายัง ดิฉันก็รู้จะพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของเชียงรายอยู่ท่านหนึ่ง พรุ่งนี้พวกเราสามารถไปจัดการขอฤกษ์ดีกับท่านได้ทันทีเลยนะคะ” แม่เลี้ยงมะลุลีเข้าใจที่น้องสามีต้องการจะสื่อจึงรีบเสนอตัว
หม่อมปรียาวดีพอใจที่ทางครอบครัวของรมณไม่ติดขัดอีกต่อไป “ตกลง!”
