บทที่ 8 บทที่ 2 (3)

โมรีบอกพร้อมส่งยิ้มอ้อนๆ มาให้ วันใหม่มองแล้วก็ถอนใจหันกลับไปดูน้ำสีดำที่ไหลออกมาแล้วบ่นอีก

“ก็จะไม่ให้ห่วงได้ยังไง ดูสิขับรถก็ไม่เป็นต้องไปกับรถรับจ้าง แล้วตอนเนี้ยจะเดินไปหาในตลาดได้ที่ไหน นี่ถ้าแม่กับพ่อรู้นะมีหวังเราได้โดนบ่นแน่”

โมรียิ้มขำกับท่าทางบ่นกระปอดกระแปดของเพื่อน ก่อนอ้อนต่อด้วยการเข้าไปยืนจนชิดและวางคางลงบนบ่าบอบบางของวันใหม่ เท่านั้นเองคนขี้บ่นก็ยอมแพ้บอกว่าจะไปทำอะไรก็ไป แต่ยังไม่ลืมกำชับให้เธอดูแลตัวเองดีๆ โมรีรับคำแล้วหันกลับมาจะเดินออกจากเคาน์เตอร์ ทว่าก็ต้องชะงักเมื่อเจออาคิราซึ่งสวมเชิ้ตและกางเกงรีดเรียบยืนมองอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์พร้อมกับเปิดยิ้มให้เธอแล้วบอกว่า 

“คือผมจะเดินมาสั่งเค้กเพิ่มน่ะ จะเอากลับบ้าน ว่าแต่เอ่อ...นี่คุณนิ่มจะไปไหนล่ะครับ”

“อ้อ จะไปเอาดอกดาหลาน่ะค่ะ พอดีนัดกับเจ้าของสวนไว้”

วันใหม่ตอบแทนเสร็จสรรพ และอาคิราก็ถามต่ออีกว่า

“ใช่ที่จะใช้ในงานที่รีสอร์ตครั้งนี้หรือเปล่า” และเช่นเดิมโมรีไม่ทันได้ตอบ วันใหม่ก็จัดการตอบให้ทันทีว่าใช่

และที่ชายหนุ่มกล้าถาม ก็เพราะนับจากครั้งนั้นที่เขาจ้างวันใหม่และโมรีให้ช่วยจัดการเรื่องดอกไม้ตกแต่งสถานที่ให้ อาคิราก็ใช้บริการของสองสาวเรื่อยมา และแทบทุกครั้งคนงานในรีสอร์ต ก็มักจะเห็นนายหัวอัค ลงมาดูแลงานส่วนเล็กน้อยนี่ด้วยตนเอง

“แล้วนี่จะไปยังไงครับ”

“ตุ๊กตุ๊ก น่ะสิคะ!” วันใหม่ชิงบอกทันที และโมรีก็ได้แต่อ้าปากค้างพูดไม่ทัน “ตอนแรกฉันว่าจะไปรับให้ แต่เผอิญติดธุระที่จะคุยกับแบงก์น่ะค่ะ แล้วเจ้าตัวเขาก็ไม่อยากรอใจร้อนจะไปเอง เนี่ยฉันละห่วงค่ะกลัวจะหลง”

คนฟังทำหน้าว่าเข้าใจในสิ่งที่วันใหม่พูด โมรียิ้มแห้งเมื่ออาคิราเบือนสายตามามองเธอพร้อมกับยิ้มขำ นัยน์ตาเขาเป็นประกายเสียจนหญิงสาวต้องหันไปพูดแก้เกี้ยวกับวันใหม่ว่า

“วันน่ะก็พูดเกินจริง ไปแค่นี้เอง นิ่มไม่ใช่พวกหลงทิศซะหน่อย”

“ย่ะ! ไม่ใช่เลย ก็แค่นั่งรถเลยทุกครั้งก็เท่านั้น!”

วันใหม่ย้ำ โมรีที่อายทำอะไรไม่ได้นอกจากมองค้อน

อาคิรากับวันใหม่ที่มองอยู่ อดเอ็นดูท่าทางนั้นไม่ได้ ทั้งคู่มองกันและยิ้ม แล้วก็เป็นวันใหม่ที่ชะงักไป พอๆ กับโมรีซึ่งได้ยินคำถามของเขาต่อจากนั้นว่า

“งั้นถ้าไม่รังเกียจ ให้ผมพาไปไหม คุณนิ่มจะได้ไม่ต้องจ้างรถตลาด”

แน่นอนว่าโมรีที่พูดไม่ทันใครก็ได้แต่ถอนหายใจ เมื่อวันใหม่ที่หายอึ้งยิ้มบานแฉ่งบอกอาคิราเสียงดังว่า

“งั้นฝากด้วยค่ะนายหัว เฮ้อ! ฉันละโล่งใจ๊โล่งใจเชียวค่ะ จะได้ไม่ต้องห่วงยายนิ่มอีกแล้ว!!”

“คุณนิ่มคงไม่อยากให้ผมไปด้วยใช่ไหม” อาคิราเอ่ยถามขึ้นเมื่อเข้ามานั่งในรถแล้ว หลังสังเกตเห็นโมรีเหมือนไม่เต็มใจที่เขาอาสาไปกับเธอ พอเธอยังเงียบเขาจึงย้ำ “คุณไม่พอใจหรือเปล่า”

ได้ผล ร่างเล็กแทบปลิวลมในชุดเชิ้ตสีเทาคอตั้งแต่งจีบหน้าอกแขนสามส่วนจั้มปลายเล็กน้อย กับกางเกงยีนส์พอดีตัวสีน้ำเงินเข้มตัวแข็งไปทันใด เธอนิ่งไปก่อนเงยหน้าขึ้นมองเขาและยิ้มเรี่ยรีบปฏิเสธ

“เปล่านะคะ ก็แค่รู้สึกว่ารบกวนนายหัวมากเกินไป”

อาคิรายิ้มนิดๆ เมื่อได้ฟังยามสตาร์ตรถและเริ่มขับออกจากโรง-

จอดรถของทางร้าน ที่พอจอดได้สี่ห้าคันทางซ้ายของตัวบ้าน เขาลดกระจกลงเมื่อกำลังจะเลี้ยวออกถนนใหญ่ แล้วชะโงกหน้ายื่นไปส่งยิ้มให้วันใหม่ที่ยืนโบกมือหยอยๆ อยู่หน้าประตูร้าน ในขณะที่โมรีส่งค้อนให้พี่สาวที่กำลังหน้าระรื่นชื่นบาน

“ผมไม่ชอบเลยนะ ที่ใครใคร” เขาเหลียวมองโมรี เธอสบตากับเขาและสะเทิ้นกับแววตานั้น เพราะใครใครที่เขาว่า หญิงสาวให้รู้สึกเหลือเกินว่าเขาจำเพาะเจาะจงว่าเป็นเธอ “เรียกผมว่านายหัว” โมรีหลบตา รู้สึกว่าหน้าร้อนซู่ “แต่ก็ยังดีกว่าเรียกเสี่ยละนะ”

เธออดยิ้มไม่ได้ เมื่อคิดถึงภาพเสี่ยที่เขาว่า

“เอ้าจริงๆ นะ เพราะพอพูดถึงเสี่ย คุณคิดถึงผู้ชายหัวล้านมีพุงไหม” คนขับรถเอ่ยกลั้วหัวเราะยามขับมาช้าๆ ตามถนนสองเลนในซอย

โมรีหลุดหัวเราะคิก อาคิราเองก็ยิ้ม เขาบอกกลั้วเสียงหัวเราะ “ผมไม่อยากให้คุณเรียกผมอย่างนั้นนะ”

มันมีอะไรในประโยคนั้นของเขามากมาย และโมรีก็ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง เธอไม่รู้จะวางตัวอย่างไร มือไม้ก็ให้เก้งก้างเสียเหลือเกิน

“นายหัวก็ไม่ชอบเพราะมันดูเหมือนเจ้ายศเจ้าอย่างน่ะครับ เหมือนผมเป็นเจ้าพ่ออะไรประมาณนั้น”

โมรีพยักหน้ารับ เขินตัวเองที่คิดไปไกล เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา

“อ๋อค่ะ เอ่อ งั้นเรียกคุณอาคิราแทน” ทว่าเอ่ยยังไม่ทันจบ รถก็มาหยุดตรงหน้าซอยรอให้ถนนว่างพอจะแทรกตัวออกไปได้ อาคิราจึงหันมามองเธอ รอยยิ้มอบอุ่นของเขากระจายอยู่บนดวงหน้าเคร่งขรึม

“เรียกผมอัคก็ได้ครับ อันที่จริง ผมก็อายุมากกว่าคุณหลายปี จะเรียกพี่หรือเอ่อตามแต่คุณสะดวกก็ได้”

โมรีรับคำเบาๆ แล้วก้มมองมือตัวเองในทันที เพราะรู้สึกร้อนวูบ

วาบที่ใบหน้าจากการสบตากับเขาเมื่อครู่ อาคิรายังคงมองเธอนิ่งๆ เขาหันกลับไปมองถนนที่ยังมีรถแล่นผ่าน ก่อนหันกลับมามองเธอและถามขึ้นว่า “คุณเคยมีพี่ชายไหม”

คนถูกถามส่ายหน้าบอกพร้อมรอยยิ้มหม่นๆ

“ฉัน...จำอะไรตอนเด็กไม่ค่อยได้หรอกค่ะ บางทีอาจจะ...มีก็ได้”

ความทรงจำร้ายกาจผ่านแวบเข้าในสมองของโมรี และความเศร้าก็ปรากฏบนหน้านวลนั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป