บทที่ 4 คืนเข้าหออันตึงเครียด
มลทิราอ่อนโยน เรียบร้อย และไม่เคยโต้เถียงใคร แต่ยัยเด็กดื้อที่ยืนอยู่ตรงหน้า ทั้งฉลาดเป็นกรด กล้าได้กล้าเสีย และรับมือยากกว่าที่เขาคิดไว้หลายเท่า
"นี่ห้องของฉัน" ชายหนุ่มเค้นเสียงดุ พยายามรักษาฟอร์มของตัวเองเอาไว้ "เธอนั่นแหละที่ต้องไปนอนโซฟา"
"ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา"
คำตอบง่าย ๆ ทำเอาธิปกชะงักไปอีกครั้ง
มนัสวีไม่มีท่าทีโวยวายหรืออิดออดแม้แต่น้อย เธอเดินไปหยิบหมอนกับผ้าห่มจากเตียง ก่อนจัดที่นอนบนโซฟาหลุยส์ตัวยาวอย่างคล่องแคล่ว ราวกับไม่ได้รู้สึกว่าเป็นการเสียเปรียบ
เมื่อจัดทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวจึงหันกลับมายิ้มหวานให้เขา รอยยิ้มนั้นสว่างเสียจนคนมองรู้สึกร้อนวูบขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
“ขออาบน้ำก่อนนะคะ เหนียวตัวและร้อนมาก ๆ เลยตอนนี้” ไม่ทันให้เขาได้ตอบรับอะไร เธอก็เข้าไปอาบน้ำ ก่อนออกมาด้วยชุดนอนมิดชิด และทิ้งตัวลงนอน
"ราตรีสวัสดิ์ค่ะคุณสามี... อ้อ" เธอหัวเราะเบา ๆ
"นอนหลับตาให้สนิทนะคะ อย่าแอบมองพรีมตอนหลับล่ะ"
"ใครจะไปมองเธอ!"
ธิปกสวนกลับทันควัน มนัสวีเพียงหัวเราะในลำคอ ไม่คิดต่อความยาวสาวความยืด เธอล้มตัวลงบนโซฟา ดึงผ้าห่มคลุมกาย ก่อนหันหลังให้เขาอย่างสบายอารมณ์ ราวกับที่นี่ไม่ใช่ห้องของผู้ชายที่ประกาศว่าจะทำให้เธอชดใช้
ธิปกยืนนิ่งอยู่ข้างเตียง สายตาคมจับจ้องแผ่นหลังบอบบางนั้นอยู่นาน ริมฝีปากของเขาเม้มเป็นเส้นตรง ความรู้สึกหงุดหงิดปะปนกับความสงสัยก่อตัวขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
มนัสวี... เธอแน่มาก
แล้วมลทิรา... หายไปไหน
ชายหนุ่มกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว คืนเข้าหอที่ควรเต็มไปด้วยความหวานชื่น กลับมีเพียงความตึงเครียด การปะทะคารม และคำถามมากมายที่ยังไร้คำตอบ
แต่ภายใต้ความขัดแย้งนั้น หัวใจของเจ้าบ่าวผู้เย็นชากลับเริ่มสั่นไหวอย่างแผ่วเบา โดยที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่ทันรู้ตัว
ธิปกเข้าไปอาบน้ำอาบท่า เขาออกมาเธอก็นอนหลับไปเสียแล้ว อดไม่ได้ที่จะชะโงกหน้าเข้าไปดูคนที่หลับสนิท แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้แตะต้องตัวเธอแม้แต่ปลายก้อย
แสงแดดยามเช้าสาดลอดผ่านผ้าม่านเนื้อดีเข้ามาภายในห้องนอนโทนสีเทาดำ มนัสวีขยับตัวลืมตาตื่นด้วยความสดชื่น แม้เมื่อคืนจะเป็นคืนเข้าหอที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด แต่ด้วยความเคยชินจากการเป็นนักกีฬา ทำให้เธอตื่นตรงเวลาและร่างกายฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว
หญิงสาวลุกขึ้นจากโซฟาหลุยส์ จัดพับผ้าห่ม เก็บหมอนเข้าที่อย่างเป็นระเบียบ ก่อนหันไปมองเตียงขนาดใหญ่
ทว่า... กลับพบเพียงความว่างเปล่า
เจ้าของห้องหายไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
มนัสวีเพียงยักไหล่เบา ๆ ก่อนเดินเข้าห้องน้ำ อาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดลำลองที่เตรียมติดกระเป๋ามา เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เธอจึงเดินลงมายังชั้นล่างของคฤหาสน์
เพิ่งก้าวเท้าเข้าสู่โถงทางเดิน เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูก็ดังขึ้นจากห้องทำงานใหญ่ซึ่งเปิดประตูแง้มไว้
"เข้ามานี่... มนัสวี"
หญิงสาวเลิกคิ้วนิด ๆ ก่อนเปลี่ยนทิศทางเดินเข้าไปตามเสียงเรียก
ภายในห้องทำงาน...
ธิปกนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้เนื้อแข็งตัวใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาว ปลดกระดุมคอเสื้อเม็ดบนออกหนึ่งเม็ด ราวกับยังไม่มีอารมณ์จะจัดการตัวเองเต็มที่
แม้ใบหน้าจะยังหล่อเหลาคมคายเช่นเดิม แต่ใต้ตากลับคล้ำกว่าวันก่อนอย่างเห็นได้ชัด
คงไม่ใช่เรื่องแปลก...
เพราะทั้งคืนเขาแทบไม่ได้นอน เอาแต่ระแวงผู้หญิงตัวแสบที่นอนหลับสนิทอยู่บนโซฟา จนตัวเองกลับเป็นฝ่ายลืมตาค้างเกือบทั้งคืน ในขณะที่เธอนอนหลับสบายจนถึงเช้า
บนโต๊ะทำงานมีแฟ้มเอกสารวางเรียงเป็นระเบียบ พร้อมกระดาษปึกหนึ่งที่ถูกจัดวางไว้ตรงหน้าอย่างจงใจ
มนัสวีเดินเข้าไปกอดอก พลางปรายตามองเอกสารเหล่านั้นอย่างรู้ทัน
"มีอะไรแต่เช้าตรู่เหรอคะคุณสามี"
เธออมยิ้ม ก่อนมองสำรวจใบหน้าของเขา
"หน้าตาดูไม่ได้นอนเลยนะ ระแวงว่าพรีมจะแอบไปหักคอคุณตอนหลับหรือไง"
ธิปกเหลือบมองอย่างหงุดหงิด
"เลิกไร้สาระ แล้วมาดูนี่"
เขาดันเอกสารปึกนั้นมาตรงหน้าเธอ
"นี่คือข้อตกลงและกฎเหล็กในการอยู่ร่วมบ้านอัศวเมธินทร์ของเธอ"
มนัสวีรับเอกสารมาเปิดอ่านทีละหน้าอย่างใจเย็น ไม่รีบร้อนแม้แต่น้อย
ส่วนธิปกกอดอกพิงพนักเก้าอี้ สีหน้าเต็มไปด้วยความมั่นใจ ราวกับเชื่อว่าอีกฝ่ายจะต้องยอมจำนนต่อกฎที่เขาอุตส่าห์นั่งร่างมาทั้งคืน
"ข้อแรก"
ชายหนุ่มเริ่มอ่านด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
"เธอไม่มีสิทธิ์ใช้เงินในบัญชีของฉันแม้แต่บาทเดียว"
เขายกนิ้วขึ้นนับทีละข้อ
"ข้อสอง ห้ามเสนอหน้าออกไปงานสังคมในฐานะเมียของฉัน ถ้าฉันไม่ได้อนุญาต"
"ข้อสาม เธอต้องย้ายไปอยู่เรือนเล็กด้านหลัง ห้ามขึ้นมาวุ่นวายบนตึกใหญ่"
ธิปกหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนหรี่ตาลง
"และข้อสุดท้าย..."
เขามองเธอเขม็ง
"เงินสินสอดห้าสิบล้านที่แม่เธอเอาไป ฉันจะคิดดอกเบี้ยตามกฎหมาย แล้วเธอต้องทำงานชดใช้ในฐานะลูกหนี้"
พูดจบ ชายหนุ่มเอนตัวพิงเก้าอี้ กระตุกยิ้มอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า
เขามั่นใจว่ากฎเหล่านี้คงทำให้ยัยตัวแสบตรงหน้าหน้าซีดและยอมก้มหัวเสียที
แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็น... เสียงหัวเราะเบา ๆ
"หึ..."
มนัสวีปิดแฟ้มเอกสาร ก่อนโยนลงบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ
จากนั้นจึงเท้าสะเอว ก้าวเข้าไปหาเขาอย่างไม่สะทกสะท้าน
"คุณปกคะ..." หญิงสาวยิ้มหวาน
"พรีมว่าคุณคงอยู่กับตัวเลขในตลาดหุ้นมากไป จนลืมข้อกฎหมายพื้นฐานของประเทศไทยไปแล้วมั้งคะ"
ธิปกขมวดคิ้วทันที
"เธอหมายความว่ายังไง"
"กฎข้อแรกกับข้อสอง พรีมไม่ติดค่ะ"
เธอยักไหล่เบา ๆ
"เพราะพรีมมีปัญญาหาเงินใช้เอง แล้วก็ไม่ได้อยากเดินอวดใครว่าเป็นเมียคนใจร้ายอย่างคุณ"
รอยยิ้มของหญิงสาวยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด
"แต่ข้อสามกับข้อสี่..."
เธอใช้นิ้วแตะลงบนเอกสาร
"ตลกสิ้นดีค่ะ"
"มนัสวี!"
"ฟังก่อนสิคะ" เธอเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบา ๆ ก่อนสบตาเขาตรง ๆ
"หนึ่ง... ทะเบียนสมรสของเราเป็นของจริง"
เธอพูดช้า ๆ ชัดทุกถ้อยคำ
"การที่คุณจะไล่ภรรยาที่จดทะเบียนถูกต้องไปอยู่เรือนคนรับใช้ ถ้าเรื่องนี้หลุดไปถึงหูผู้ใหญ่ในวงการธุรกิจ หรือไปถึงหูธนาคารที่กำลังจะปล่อยกู้โครงการใหม่ของคุณ" หญิงสาวยิ้มบาง
"ภาพลักษณ์ของธิปก อัศวเมธินทร์ ที่รังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้ แถมยังละเมิดสิทธิ์ภรรยาตัวเอง..." เธอเว้นจังหวะ ก่อนพูดต่อ
"คงทำให้ความน่าเชื่อถือของคุณดิ่งลงเหวทันทีนะคะ ไม่แน่หุ้นในบริษัทอาจตกเอาได้ บริษัทของคุณเน้นเรื่องครอบครัวเป็นหลัก พื้นฐานครอบครัวต้องดี ถึงจะดูแลบริษัทได้ดี ผู้บริหารระดับสูงคงไม่ปลื้มเป็นแน่ คุณว่าจริงไหม"
ธิปกนิ่งไป ดวงตาคมไหววูบอย่างห้ามไม่อยู่
