บทที่ 6 ศึกโต๊ะอาหาร

"ตาปก... แกบ้าไปแล้วเหรอ จะเอาผู้หญิงชั้นต่ำแบบนี้ไปเป็นผู้ช่วยเนี่ยนะ!"

คุณหญิงดารินทร์ร้องท้วงอย่างเหลืออด

ธิปกกลับตอบเพียงสั้น ๆ แต่หนักแน่น

"ผมตัดสินใจแล้วครับ" สิ้นเสียง ชายหนุ่มก็หันไปพยักหน้าเป็นสัญญาณให้สาวใช้เริ่มนำอาหารเช้ามาเสิร์ฟ โดยไม่เปิดโอกาสให้ใครโต้แย้งอีกแม้แต่คำเดียว

สาวใช้สองคนที่เมื่อวานเพิ่งถูกมนัสวีขู่ ค่อย ๆ ประคองชามข้าวต้มกุ้งเดินเข้ามาเสิร์ฟด้วยท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ ดวงตาเหลือบมองหญิงสาวเป็นระยะอย่างหวาดระแวง

กระทั่งถึงคิวของมนัสวี...

สาวใช้คนหนึ่งเหลือบมองอรนิชา เมื่อได้รับสัญญาณจากสายตา จึงแสร้งทำมืออ่อนแรง ค่อย ๆ เอียงชามข้าวต้ม หวังให้น้ำซุปร้อนจัดหกรดใส่ชุดของหญิงสาว

แต่มีหรือที่นักกีฬาเทควันโดสายดำอย่างมนัสวีจะมองไม่ทัน

เพียงเสี้ยววินาทีที่ชามเริ่มเอียง ร่างบางก็เบี่ยงตัวหลบอย่างนิ่มนวลราวกับรู้ล่วงหน้า พร้อมยกปลายนิ้วแตะข้อมือของสาวใช้เบา ๆ ตรงจุดสำคัญ

"โอ๊ย!" สาวใช้ร้องอุทานเบา ๆ มือพลันหมดแรงทันที

ชามข้าวต้มกุ้งร้อน ๆ หลุดจากมือ พลิกหมุนกลางอากาศ ก่อนพุ่งข้ามโต๊ะไปราดลงบนหน้าตักของอรนิชาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างแม่นยำ

ฉ่า!

"กรี๊ดดดดด! ร้อน อีบ้า แกทำอะไรของแก"

อรนิชากรีดร้องลั่นห้องอาหาร รีบกระโดดลุกจากเก้าอี้ พลางสะบัดมือปัดเศษกุ้งและน้ำซุปร้อน ๆ ออกจากกระโปรงราคาแพงอย่างลนลาน จนสภาพคุณหนูไฮโซที่แต่งตัวมาอย่างดีเหลือเพียงความมอมแมม

มนัสวีทำตาโต ยกมือทาบอกอย่างตกใจ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงใสซื่อเสียจนคนฟังแทบกระอัก

"อุ๊ย! ขอโทษทีค่ะคุณอรนิชา พอดีมือไม้สาวใช้บ้านนี้คงล้าจากการไม่ได้ขัดส้วมเองมั้งคะ เลยถือชามไม่มั่นคง ดีนะเนี่ยที่พรีมหลบทัน ไม่อย่างนั้นหน้าสวย ๆ ของพรีมคงเสียโฉมแย่เลย"

"แกตั้งใจ! แกแกล้งฉัน"

อรนิชาชี้หน้ามนัสวี มือสั่นเทิ้มด้วยทั้งความโกรธและความอับอาย

มนัสวีคลี่ยิ้มบาง ก่อนตอบกลับอย่างใจเย็น

"ฉันนั่งอยู่เฉย ๆ ค่ะ คนที่ถือชามคือสาวใช้ของคุณต่างหาก"

พูดจบ เธอหันไปยิ้มกวนประสาทให้อรนิชา ก่อนจะเปลี่ยนสายตาไปมองสาวใช้ทั้งสองคน

เพียงแวบเดียว...

รอยยิ้มหวานก็แปรเปลี่ยนเป็นแววตาเย็นเยียบจนทั้งสองคนหน้าซีด รีบก้มหน้าหลบสายตาแทบไม่ทัน

"คราวหน้าคราวหลัง เวลาตักอาหารมาเสิร์ฟสะใภ้ใหญ่ของบ้าน หัดระวังกระดูกข้อมือตัวเองไว้บ้างนะจ๊ะ"

สาวใช้ทั้งสองรีบก้มศีรษะ ตัวสั่น ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเธอ

"แก! แกมันอีตัวแสบ"

คุณหญิงดารินทร์ชี้หน้ามนัสวี มือสั่นระริกด้วยความโกรธจนแทบจะเป็นลมอีกครั้ง ดุจดาวรีบลุกจากเก้าอี้เข้าไปประคอง ลูบหลังลูบไหล่เอาใจไม่หยุด

บรรยากาศทั้งโต๊ะอาหารปั่นป่วนไปหมด มีเพียงธิปกที่ยังนั่งนิ่งอยู่กับที่

ชายหนุ่มมองชามข้าวต้มที่คว่ำอยู่บนพื้น สลับกับใบหน้าหวานที่กำลังยิ้มอย่างไม่ทุกข์ร้อนของภรรยาตีทะเบียน

แววตาคมฉายความทึ่งออกมาอย่างปิดไม่มิด

ยัยเด็กดื้อคนนี้...

เพียงขยับตัวนิดเดียว ก็พลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบ

จากที่ควรเป็นคนถูกแกล้ง กลับทำให้น้องสาวของเขาเปียกโชกไปทั้งตัว แถมยังปั่นหัวแม่ของเขาจนแทบอกแตกตายได้ภายในเวลาไม่ถึงห้านาที

ผู้หญิงคนนี้... รับมือยากกว่าที่เขาคิดไว้หลายเท่า แต่บางทีเธอก็เหมาะที่จะอยู่ในถ้ำเสือแบบนี้ดี ถ้าอ่อนปวกเปียกก็คงโดนแกล้ง แล้วคนที่ต้องปวดหัวก็คือเขา ในเมื่อสมน้ำสมเนื้อกันดี เขาก็ไม่ต้องคอยรำคาญใจคอยตัดสินหากภรรยาจะต้องมาบีบน้ำตาฟ้องว่าโดนแม่สามีกับน้องสามีกลั่นแกล้ง

ธิปกสูดลมหายใจลึก พยายามเก็บสีหน้า ก่อนเอ่ยเสียงเรียบเพื่อยุติความวุ่นวาย

"ถ้าอิ่มกันแล้ว ก็ไปทำงานได้แล้วมนัสวี"

แม้น้ำเสียงจะยังเข้มเหมือนเดิม แต่ลึก ๆ ในใจ ชายหนุ่มกลับยอมรับอย่างเสียไม่ได้ว่า วิธีสวนกลับของเธอทั้งเฉียบคม ทั้งเหนือชั้น จนเขาเกือบหลุดหัวเราะออกมาต่อหน้าทุกคน

มนัสวีหันมายิ้มหวาน ก่อนใช้นิ้วเรียวลูบต้นแขนเสื้อเชิ้ตของเขาเบา ๆ ต่อหน้าคุณหญิงดารินทร์ อรนิชา และดุจดาวอย่างจงใจ

"ค่ะคุณสามี พรีมพร้อมช่วยงานคุณสามีทั้งวันทั้งคืนเลยค่ะ"

คำว่า คุณสามี และพร้อมช่วยทั้งวันทั้งคืน ทำเอาอรนิชากัดฟันกรอด ดุจดาวกำมือแน่น ส่วนคุณหญิงดารินทร์แทบหายใจไม่ออก แรกเริ่มเดิมทีจะจัดการอีกฝ่ายให้จมดิน แต่สิ่งที่คิดกลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย

ธิปกปรายตามองหญิงสาวนิ่ง ๆ ก่อนลุกขึ้นจากเก้าอี้

ส่วนมนัสวีเพียงยิ้มอย่างผู้ชนะ หมุนตัวเดินนำออกจากห้องอาหารด้วยท่วงท่าสง่างาม ทิ้งไว้เพียงความโกลาหล เสียงบ่น เสียงกรีดร้องของอรนิชา และสีหน้าถมึงทึงของคนทั้งโต๊ะ

เพียงเช้าวันแรกหลังแต่งงาน...

ห้องอาหารของคฤหาสน์อัศวเมธินทร์ก็แทบกลายเป็นสนามรบ และดูเหมือนมนัสวีจะกำลังสนุกกับเกมนี้ มากกว่าทุกคนเสียอีก

หลังจากมรสุมบนโต๊ะอาหารยามเช้าผ่านพ้นไป มนัสวีไม่ได้เดินทางไปบริษัทพร้อมธิปกในทันที เธอขออนุญาตแวะไปยังโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังเพื่อเยี่ยมอาการของคุณยายอันเป็นที่รัก โดยมีชานนท์ เลขาส่วนตัวของธิปก ทำหน้าที่ขับรถและติดตามเธอไม่ห่าง ตามคำสั่งของท่านประธานหนุ่มที่อ้างว่าส่งคนมาคอยดูแลเมียเจ้านาย

เมื่อมาถึงหน้าห้องไอซียู มนัสวียืนนิ่งมองร่างของคุณยายผ่านกระจกใส แม้ร่างชราจะเต็มไปด้วยสายระโยงระยางจากเครื่องมือแพทย์ แต่สัญญาณชีพบนหน้าจอมอนิเตอร์กลับเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ หญิงสาวค่อย ๆ ระบายลมหายใจยาว ความอึดอัดและความเครียดที่กดทับมาตลอดสองวันราวกับเบาบางลงไปเกือบครึ่ง

ไม่นานนัก จินดาก็เดินเข้ามาโอบไหล่ลูกสาว ดวงตาแดงก่ำด้วยความซาบซึ้งปนโล่งใจ

"พรีม... ยายผ่าตัดหัวใจเรียบร้อยแล้วนะลูก หมอบอกว่าปลอดภัยดี ตอนนี้เหลือแค่รอดูอาการในห้องไอซียูอีกวันสองวันก็ย้ายไปห้องพิเศษได้แล้ว ถ้าไม่ได้เงินก้อนนั้นจากตระกูลอัศวเมธินทร์... ยายเขาคง"

มนัสวีกุมมือมารดาไว้แน่น พลางยิ้มปลอบโยน

"ไม่เป็นไรค่ะแม่ ยายปลอดภัยก็ดีที่สุดแล้ว" เธอหยุดครู่หนึ่ง ก่อนลดเสียงลง แววตาเปลี่ยนเป็นจริงจัง

"แล้วเรื่องพี่ไหมล่ะคะแม่ ไปแจ้งความคนหายไว้ที่โรงพักตั้งแต่เมื่อวานซืน ตำรวจไม่ได้แจ้งความคืบหน้าอะไรเลยหรือคะ"

จินดาส่ายหน้าช้า ๆ น้ำตาเอ่อคลออีกครั้ง

"ตำรวจยังตามอะไรไม่ได้เลยลูก กล้องวงจรปิดแถวคอนโดฯ ของไหมดันเสียตรงมุมสำคัญพอดี ส่วนจดหมายที่ทิ้งไว้ก็ไม่ใช่ลายมือของพี่เรา แต่เป็นจดหมายจากการพิมพ์ แม่กลัวเหลือเกินพรีม จู่ ๆ คนจะหายไปทั้งคนโดยไม่เหลือร่องรอยแบบนี้ได้ยังไง"

มนัสวีเม้มริมฝีปากแน่น ความคิดแล่นวูบผ่านสมองอย่างรวดเร็ว

คนอย่างมลทิรา... ไม่มีวันทิ้งครอบครัวแล้วหนีงานแต่งอย่างไร้ความรับผิดชอบเด็ดขาด

ยิ่งการหายตัวไปแบบไร้ร่องรอย ยิ่งผิดธรรมชาติจนน่าสงสัย

ธิปก อัศวเมธินทร์ หรือจะเป็นฝีมือของเขากันนะ ไม่เห็นเขาจะเดือดร้อนอะไรเลย เจ้าสาวหายไปทั้งคน ยังทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาว

ความเชื่อนั้นปักแน่นอยู่ในใจของเธอ แต่เขาจะทำแบบนั้นไปทำไมกันล่ะ เธอต้องสืบเรื่องนี้ให้ได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป