บทที่ 8 สนามรบในคราบห้องประชุม
หลังจากประตูห้องทำงานส่วนตัวของประธานบริหารปิดสนิทลง ความเงียบงันที่อัดแน่นไปด้วยแรงกดดันก็แผ่ปกคลุมไปทั่วห้อง ราวกับพายุลูกใหญ่ที่พร้อมปะทุได้ทุกเมื่อ
มนัสวียังคงยืนกอดอก สีหน้าสงบนิ่ง ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง ๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน ดวงตาคู่สวยสบประสานกับนัยน์ตาคมกริบของธิปกที่จ้องมองเธอราวกับกำลังคาดโทษ
"พรีมบอกแล้วไงคะว่าพรีมมาทำงานในฐานะผู้ช่วยส่วนตัว และพรีมไม่ได้มาเล่น ๆ พรีมจะตั้งใจทำงาน"
น้ำเสียงหนักแน่นของเธอไม่มีแววลังเลแม้แต่น้อย
ธิปกแค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนหมุนตัวเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งตัวใหญ่ แล้วยกมือกดโทรศัพท์ภายในสั่งการด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"ชานนท์ เอาแฟ้มรายงานผลประกอบการย้อนหลังห้าปีของอัศวเมธินทร์ กรุ๊ป รวมถึงสรุปงบประมาณโครงการคอมเพล็กซ์ริมน้ำทั้งหมดเข้ามาให้ฉัน"
"ครับท่านประธาน"
ไม่ถึงสามนาที ประตูห้องก็ถูกเคาะเบา ๆ
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
ชานนท์เปิดประตูเข้ามาพร้อมกองเอกสารหนาทึบสามตั้งใหญ่ เขาค่อย ๆ วางแฟ้มทั้งหมดลงบนโต๊ะกระจกด้านข้างอย่างระมัดระวัง ก่อนปรายตามองมนัสวีเพียงแวบเดียว แววตานั้นเรียบนิ่งจนยากจะคาดเดาความคิด จากนั้นจึงก้มศีรษะให้เจ้านายแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ
ธิปกปรายตามองกองแฟ้มสูงเกือบเท่าครึ่งตัว ก่อนปัดมือไปทางเอกสารทั้งหมด
"ไหนบอกว่าพร้อมจะทำงาน นี่คือรายงานสรุปที่เธอต้องอ่านและทำความเข้าใจทั้งหมดภายในสองชั่วโมง ก่อนการประชุมบอร์ดบริหารช่วงบ่ายจะเริ่ม"
ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ กระตุกยิ้มมุมปากอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า
ในความคิดของเขา...
คุณหนูที่เอาแต่ใช้ฝีปากกับกำลังอย่างมนัสวี ไม่มีทางรับมือกับตัวเลข งบการเงิน และข้อมูลมหาศาลพวกนี้ได้แน่นอน
บางที...
เธออาจยอมแพ้ตั้งแต่วันแรกก็เป็นได้
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม
มนัสวีเดินตรงไปยังกองเอกสารโดยไม่พูดอะไร มือเรียวหยิบแฟ้มเล่มแรกขึ้นมาเปิดอ่านอย่างคล่องแคล่ว สายตาไล่อ่านตัวเลขอย่างรวดเร็ว ก่อนหยิบสมุดโน้ตกับปากกาขึ้นมาจดข้อมูลเป็นหมวดหมู่
ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลที่สั่งสมจากการเรียนคณะบริหารธุรกิจจนจบเกียรตินิยม ประกอบกับวินัยและสมาธิของอดีตนักกีฬาทีมชาติ ทำให้เธอจับประเด็นสำคัญของแต่ละแฟ้มได้อย่างรวดเร็ว
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้เขา
"สองชั่วโมงเหรอคะ สบายมากค่ะคุณบอส"
รอยยิ้มหวานนั้นทำให้หัวใจของเจ้าบ่าวหมาด ๆ กระตุกวูบอย่างไม่มีเหตุผล
ก่อนที่เธอจะเดินไปนั่งบนโซฟารับแขกตัวยาว วางแฟ้มเรียงเป็นระเบียบ แล้วเริ่มลงมือวิเคราะห์ข้อมูลอย่างจริงจัง
เวลาค่อย ๆ ผ่านไปอย่างเงียบงัน
ภายในห้องมีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษ เสียงปลายปากกาขีดเขียนลงบนสมุดโน้ต และเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานสม่ำเสมอ
ธิปกแสร้งก้มหน้าทำงานของตัวเอง แต่สายตากลับเผลอเหลือบมองร่างบอบบางบนโซฟาอยู่เป็นระยะ
ใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยสมาธิ คิ้วเรียวที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยยามเจอตัวเลขซับซ้อน ริมฝีปากที่เม้มแน่นขณะครุ่นคิด ทุกอิริยาบถกลับดึงดูดสายตาของเขาอย่างประหลาด
ชายหนุ่มต้องคอยเตือนตัวเองอยู่หลายครั้งให้กลับไปสนใจงานตรงหน้า
แต่สุดท้าย สายตาก็ยังเผลอหันไปมองเธออีกจนได้
ยังไม่ทันครบกำหนดสองชั่วโมง มนัสวีก็ปิดแฟ้มเล่มสุดท้าย ก่อนลุกขึ้นถือสมุดโน้ตเดินตรงมายังโต๊ะทำงานของเขา
"นี่ค่ะ รายงานสรุปจุดบกพร่องของงบประมาณโครงการคอมเพล็กซ์ริมน้ำที่พรีมคัดกรองออกมา"
เธอวางสมุดลงตรงหน้าเขา ก่อนเปิดไปยังหน้าที่จดรายละเอียดไว้
"งบการตลาดสูงเกินจริงประมาณสิบเปอร์เซ็นต์ค่ะ แล้วก็มีงบสนับสนุนบางรายการที่ตัวเลขคลุมเครือผิดสังเกต พรีมเดาว่า น่าจะมีคนในบริษัทจงใจแต่งตัวเลขเพื่อยักยอกเงินส่วนนี้ออกไป"
ธิปกหยิบสมุดโน้ตขึ้นมาเปิดอ่าน
สายตาคมกวาดไล่ดูข้อมูลทีละบรรทัด
ลายมือของเธอเป็นระเบียบ อ่านง่าย ส่วนการวิเคราะห์กลับเฉียบคมจนเขาอดประหลาดใจไม่ได้
เพราะจุดที่มนัสวีวงไว้ ล้วนเป็นจุดเดียวกับที่ฝ่ายตรวจสอบภายในเคยตั้งข้อสงสัยมาก่อนแทบทั้งสิ้น
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเธออีกครั้ง
ผู้หญิงตรงหน้า ไม่ได้มีดีแค่ฝีปากจริง ๆ แม้จะรู้สึกทึ่งอยู่ในใจ แต่ธิปกก็ยังคงตีสีหน้าเรียบเฉย ก่อนปิดสมุดโน้ตลงเบา ๆ
"หึ... ก็พอใช้ได้" เขาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ พลางมองเธอนิ่ง ๆ
"แต่จำไว้ว่าอย่าเพิ่งอวดดีไป สนามรบของจริงไม่ได้อยู่ในห้องนี้" ชายหนุ่มยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมองเวลา ก่อนสบตาเธออีกครั้ง
"มันรอเธออยู่ ในห้องประชุมบอร์ดบริหารช่วงบ่ายต่างหาก"
บ่ายโมงตรง...
บรรยากาศภายในห้องประชุมบอร์ดบริหารชั้นบนสุดของอาคารอัศวเมธินทร์ กรุ๊ป อบอวลไปด้วยความเคร่งเครียด โต๊ะประชุมกระจกตัวยาวถูกจับจองโดยคณะกรรมการบริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และผู้บริหารระดับสูงที่นั่งประจำตำแหน่งกันอย่างพร้อมเพรียง
ดุจดาวในชุดเดรสสีแสดนั่งเชิดหน้าอยู่ฝั่งที่ปรึกษาโครงการ สีหน้าภาคภูมิใจราวกับตัวเองเป็นเจ้าของตำแหน่งนั้นมาตั้งแต่แรก
ทันทีที่ธิปกก้าวเข้ามาในห้อง โดยมีมนัสวีเดินตามหลังในฐานะผู้ช่วยส่วนตัว สายตาของทุกคนต่างก็หันมองหญิงสาวแทบพร้อมกัน
เสียงซุบซิบดังขึ้นประปราย
ดุจดาวเหยียดยิ้ม ก่อนแกล้งพูดเสียงดังให้คนทั้งห้องได้ยิน
"แหม... คุณหญิงป้าอุตส่าห์ฝากฝังดาวมาช่วยงานปกแท้ ๆ แต่ไม่นึกเลยนะคะว่าปกจะยอมให้ 'คนนอก' ที่ไม่มีความรู้เรื่องธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เข้ามานั่งฟังความลับของบริษัทแบบนี้ด้วย"
มนัสวีไม่ได้รีบตอบโต้ เธอเพียงเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วนั่งลงข้างธิปกอย่างสง่างาม ก่อนหันไปสบตาดุจดาวด้วยแววตานิ่งสนิท
"ถ้าคำว่าคนนอกหมายถึงภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายของประธานบริหาร พรีมว่าพรีมคงมีสิทธิ์นั่งตรงนี้มากกว่าที่ปรึกษาที่ไร้ผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน และเข้ามาทำงานด้วยระบบฝากฝังนะคะคุณดุจดาว"
"แก!" ดุจดาวหน้าถอดสี กำหมัดแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ ก่อนรีบหันไปหาธิปก
"ปกคะ! ดูหล่อนพูดเข้าสิคะ"
ธิปกปรายตามองทั้งสองคน ก่อนเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
"พอได้แล้ว เลิกไร้สาระ แล้วเริ่มประชุมกันเสียที" เพียงประโยคเดียว ห้องประชุมก็กลับเข้าสู่ความเงียบ
แต่ก่อนที่ฝ่ายเลขานุการจะเริ่มนำเสนอวาระการประชุม ประตูห้องก็เปิดออกอีกครั้ง
สายตาทุกคู่หันไปมองพร้อมกัน บุรุษร่างสูงโปร่งในชุดสูทสากลคัตติ้งเนี้ยบก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลาคมคายประดับรอยยิ้มอบอุ่น ดูภูมิฐานและเป็นมิตร ทว่านัยน์ตากลับซ่อนความลุ่มลึกที่ยากจะหยั่งถึง
ชายคนนั้นคือ...พีรวัส
นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงแห่งบริษัท พี.วาย. ดีเวลลอปเมนท์ คู่แข่งคนสำคัญของอัศวเมธินทร์ กรุ๊ป ที่ขับเคี่ยวกันในวงการอสังหาริมทรัพย์มาโดยตลอด
ทันทีที่พีรวัสก้าวเข้ามา สิ่งแรกที่เขามอง...
ไม่ใช่ธิปก แต่เป็นมนัสวี
ชายหนุ่มเดินตรงมาหยุดข้างเก้าอี้ของหญิงสาว ก่อนก้มศีรษะให้อย่างสุภาพ
"สวัสดีครับคุณธิปก และสวัสดีครับคุณมนัสวี" น้ำเสียงของเขานุ่มนวล ฟังดูจริงใจ
"ผมได้ยินเรื่องงานวิวาห์ระดับประเทศเมื่อวันก่อนแล้ว เสียดายที่ติดธุระด่วนจนไม่มีโอกาสไปร่วมแสดงความยินดี วันนี้พอได้เห็นคุณมนัสวีนั่งเคียงข้างคุณธิปกถึงกับเข้าใจเลยครับ ว่าทำไมหลายคนถึงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคุณสวยสมคำร่ำลือ"
มนัสวีเลิกคิ้วนิด ๆ แม้จะชื่นชมมารยาทของอีกฝ่าย แต่ก็ไม่ได้ลดความระมัดระวังลงแม้แต่น้อย
"สวัสดีค่ะคุณพีรวัส ขอบคุณสำหรับคำชมค่ะ"
พีรวัสยิ้มอ่อน ก่อนพูดต่ออย่างเป็นกันเอง
"ถ้าระหว่างประชุมมีตรงไหนที่คุณมนัสวีไม่เข้าใจ หรือรู้สึกว่าเอกสารพวกนี้ซับซ้อนเกินไป สามารถถามผมได้ตลอดนะครับ ผมยินดีเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้คุณ โดยไม่คิดค่าบริการเลยครับ" คำพูดนั้นฟังดูสุภาพ แต่แฝงความจงใจไว้อย่างแนบเนียน
ชายหนุ่มต้องการสร้างความสนิทสนมกับมนัสวี เพื่อใช้เธอเป็นสะพานไปสู่ข้อมูลภายในของอัศวเมธินทร์ กรุ๊ปในอนาคต
ภาพของคู่แข่งทางธุรกิจที่กำลังก้มลงพูดคุย พร้อมส่งรอยยิ้มอ่อนโยนให้ภรรยาตีทะเบียนของตัวเอง ทำให้บรรยากาศรอบตัวธิปกเย็นเยียบลงในทันที
ใบหน้าหล่อเหลาตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นัยน์ตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดปนความหวงโดยไม่รู้ตัว
ชายหนุ่มขยับตัวเล็กน้อย แผ่รังสีกดดันออกมา ก่อนเอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ
"ขอบคุณในความหวังดีครับคุณพีรวัส แต่ผู้ช่วยส่วนตัวของผมมีความสามารถมากพอที่จะทำความเข้าใจทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง และที่สำคัญ หล่อนอยู่ในความดูแลของผม คงไม่ต้องรบกวนเวลาอันมีค่าของนักธุรกิจคิวทองอย่างคุณหรอกครับ"
ธิปกเน้นคำว่า ผู้ช่วยส่วนตัว และ อยู่ในความดูแลของผม ชัดเจนทุกถ้อยคำ
พร้อมกันนั้น มือใหญ่ก็เอื้อมไปกุมข้อมือของมนัสวีที่วางอยู่บนโต๊ะ ดึงเก้าอี้ของเธอเข้ามาใกล้ตัวเขาอีกนิดอย่างเปิดเผย ราวกับกำลังประกาศให้ทุกคนรับรู้ว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นของเขา
พีรวัสมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
แทนที่จะไม่พอใจ เขากลับรู้สึกพึงพอใจเสียมากกว่า
อย่างน้อย... เขาก็ปั่นประสาทธิปกได้สำเร็จ
ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก ก่อนเดินกลับไปนั่งยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างสุขุม
มนัสวีเหลือบมองข้อมือของตัวเองที่ยังถูกมือหนากอบกุมไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือของชายหนุ่มแผ่ซ่านเข้ามาโดยไม่รู้ตัว
เธอหันไปสบตาธิปก สีหน้าของเขายังคงเคร่งขรึม แต่แววตากลับเต็มไปด้วยอาการหวงอย่างปิดไม่มิด
หญิงสาวอมยิ้มอย่างนึกสนุก ก่อนโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูเขาเบา ๆ
"แหม... หน้าตึงขนาดนี้ ยิ่งกว่าเพิ่งฉีดโบท็อกมาเสียอีก หึงพรีมเหรอคะคุณสามี"
ธิปกชะงักไปชั่วขณะ ราวกับเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่
ชายหนุ่มรีบปล่อยมือจากข้อมือของเธอทันที ราวกับเพิ่งจับของร้อน ก่อนสะบัดหน้าหนีแล้วเค้นเสียงลอดไรฟัน
"ใครหึงเธอ ฉันแค่รำคาญตาต่างหาก มีสมาธิกับงานได้แล้วมนัสวี"
มนัสวีหลุดหัวเราะเบา ๆ ก่อนนั่งตัวตรง หยิบเอกสารขึ้นมาเปิดอ่านอย่างคนอารมณ์ดี
ขณะที่ธิปกพยายามบังคับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย แต่หัวใจกลับเต้นแรงกว่าปกติอย่างน่าหงุดหงิด
ส่วนพีรวัสที่นั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดจากอีกฝั่งของโต๊ะ ก็เพียงยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย
เกมแมวจับหนูในสนามรบทางธุรกิจ รวมถึงเกมชิงไหวชิงพริบระหว่างชายสองคน ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว
