บทที่ 11 ลูกหมาจนตรอก
“เสี่ยโจแจ้งขอนัดมาครับนาย”
แดนดินชะงักมือที่กำลังจับส้อมจิ้มอาหารเช้าแบบฝรั่งเศสทันทีที่นีลรายงานเจ้านายบนโต๊ะอาหารในวันถัดมา เด็กหนุ่มเงี่ยหูฟังว่าเมลวินจะว่าอย่างไร ในขณะที่สายตาจ้องมองเพียงครัวซองต์ชิ้นโตบนโต๊ะเท่านั้น
“อืม”
เมลวินทำเพียงส่งเสียงรับรู้ในลำคอ ก่อนจะเหลือบมองแดนดิน แล้วสั่งลูกน้องอีกสองคนที่ยืนรอรับใช้อยู่ห่างออกไป
“ต่อไปนี้นายสองคนคอยดูแลแดนดิน พาไปส่งที่มหาวิทยาลัย และพากลับมาถึงที่นี่ภายในหกโมงเย็น ห้ามออกนอกเส้นทางถ้าฉันไม่ได้สั่ง”
“ครับนาย”
เก่งกล้ากับอองเตรรับคำพร้อมกัน ต่างก็ก้มศีรษะให้เจ้านายคนใหม่
“ผมต้องกลับบ้าน”
แต่แดนดินรีบขัดขึ้นมา เพราะกำลังกังวลว่าถ้าเขาต้องอยู่ที่นี่ จะบอกบิดาว่าอย่างไร
“ใครอนุญาต?” เมลวินเลิกคิ้วถาม “อยากตายหรือไง?”
จะเป็นเพียงคำขู่หรือไม่นั้นแดนดินไม่อาจรู้ แต่ถ้าให้เลือกระหว่างต้องต่อสู้กับเสี่ยโจหรือเมลวิน เด็กหนุ่มขอเลือกอย่างหลังดีกว่า
“ผมไม่อยากให้คุณพ่อเป็นห่วง”
“ควรจะคิดตั้งแต่ก่อนทำแล้วไม่ใช่หรือไง”
แดนดินเหลือบมองค้อนคนค่อนแคะ เป็นเชิงว่าถ้าเขารู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ เขาก็คงไม่ทำเช่นนั้นหรอก
เด็กหนุ่มวางมีดและส้อมลง ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นเพื่อไปมหาวิทยาลัย อองเตรเห็นดังนั้นก็รีบผายมือเชิญ ส่วนเก่งกล้าได้ล่วงหน้าไปเตรียมรถยนต์ไว้แล้ว
“ผมไปเองก็ได้นะครับ”
แดนดินเอี้ยวตัวไปบอกอองเตรที่เดินอยู่ข้าง ๆ เยื้องไปทางด้านหลัง แต่ฝ่ายนั้นรีบส่ายหน้าทันที
“ไม่ได้หรอกครับคุณหนู นายสั่งไว้แล้ว หากพวกผมไม่ทำตาม ต้องโดนทำโทษ”
“ทำโทษ?”
“เบา ๆ ก็หักนิ้ว หนักหน่อยก็ยิงทิ้งครับ”
“บ้าจริง!”
แดนดินสบถเสียงต่ำ พานชังน้ำหน้าเมลวินมากขึ้น เช่นนี้เขาก็ไม่ต่างอะไรกับเสี่ยโจนักหรอก
อองเตรลอบยิ้มขำ ก่อนจะรีบเปิดประตูรถยุโรปคันใหญ่ ให้แดนดินก้าวขึ้นไปนั่งด้านหลัง “เชิญครับคุณหนู”
“พวกพี่ไม่ต้องเรียกผมแบบนั้นก็ได้ครับ ผมไม่ใช่…”
“ไม่ได้หรอกครับคุณหนู เรื่องนี้นายไม่ได้สั่ง แต่พี่นีลสั่งไว้ครับ”
แดนดินได้แต่ถอนหายใจ เพราะทำอะไรไม่ได้ ทั้งนายทั้งลูกน้องก็เผด็จการเหมือนกันหมดนั่นแหละ
“ช่วงนี้ดินต้องให้พี่เหนือช่วยติว ดินขอค้างกับพี่เหนือสักพักนะครับคุณพ่อ”
แดนดินจำเป็นต้องปดบิดา เพราะไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรไปอธิบายดนัย ว่าทำไมเขาต้องเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์ของเมลวิน ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยรู้จักมักคุ้นกันมาก่อน
“อย่างนั้นเหรอ? ยังไงก็อย่ารบกวนพี่เขามากนักนะ แค่เรื่องที่คุณเหมันต์ออกปากจะช่วยเรื่องบ้าน พ่อก็เกรงใจทางนั้นมากแล้ว”
“ครับคุณพ่อ”
“ว่าแต่… ดินจะไม่มีปัญหากับมีฟ้าใช่ไหมลูก”
ดนัยพอจะรู้อยู่ว่าแดนดินกับมีฟ้าไม่ค่อยกินเส้นกันนัก ด้วยมีเรื่องมีราวกันมาก่อน และห้องชุดที่เหนือนทีกับมีฟ้าอาศัยอยู่ คุณพ่อของมีฟ้าเป็นคนซื้อให้ลูกชาย นั่นหมายความว่า มีฟ้าเป็นเจ้าของห้องโดยชอบธรรม
“พี่ฟ้าไม่ว่าอะไรหรอกครับ เพราะสองคนนั่น…”
คำพูดจุกอยู่ที่อกเพราะรู้สึกสะเทือนใจ แม้ไม่อยากยอมรับแต่ก็หนีความจริงไม่ได้ว่าตัวเองไม่มีทางแทรกกลางระหว่างสองคนนั้นได้
“ดินโอเคใช่ไหมลูก?”
ดินไม่โอเคเลยครับคุณพ่อ
ประโยคนั้นดังก้องในโสตประสาท แต่สิ่งที่แดนดินเปล่งออกมาให้บิดาได้ยินกลับเป็นน้ำเสียงที่พยายามปั้นแต่งอย่างที่สุด
“โอเคมาก ๆ ครับพ่อ”
หลังเลิกเรียน แดนดินเดินออกมาที่หน้าคณะ รถยุโรปคันเดิมก็เข้ามาจอดเทียบอย่างรวดเร็ว ก่อนที่อองเตรจะลงมาเปิดประตูรถให้เด็กหนุ่มขึ้นไปนั่งยังเบาะหลัง นั่นจึงกลายเป็นที่สนอกสนใจของเหล่านักศึกษา ต่างพากันซุบซิบว่าสงสัยน้องแดนดินเดือนคณะปีหนึ่งคงมีเสี่ยเลี้ยงเป็นแน่
แดนดินมองกลุ่มนักศึกษาที่กำลังจับกลุ่มนินทาผ่านกระจกสีชา บ้างยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูป บ้างก็หันไปสะกิดเพื่อน เด็กหนุ่มเมินหน้าหนีไปอีกทางอย่างพยายามไม่สนใจ ในสมองเริ่มครุ่นคิด ว่าสิ่งที่ตนเสียไปนั้นต้องมีคนรับผิดชอบ
เก่งกล้าไม่ได้พาคุณหนูแดนดินกลับไปส่งที่บ้านอย่างที่เมลวินสั่งไว้เมื่อเช้า แต่กลับพามาที่คลับแห่งหนึ่ง
Muse Me เป็นคลับหรูย่านทองหล่อ แหล่งรวมกลุ่มลูกค้าเกรดพรีเมียม ทั้งไฮโซ นักธุรกิจ เจ้าของกิจการรวยระดับพันล้าน และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของคลับแห่งนี้ก็คือเจ้านายของเก่งกล้าและอองเตรนั่นเอง
“ทางนี้ครับคุณหนู”
แดนดินเดินตามอองเตรเข้าไปด้านใน โดยมีเก่งกล้าเดินประกบอยู่ด้านหลัง เด็กหนุ่มกวาดสายตามองไปทั่วชั้นล่างที่ยังไม่มีลูกค้ามากนัก แต่สายตาของเด็กหนุ่มก็ปะทะเข้ากับชายฉกรรจ์คนหนึ่งที่ยืนมองเขาอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ แดนดินจำได้ไม่ลืมว่ามันเป็นลูกน้องของเสี่ยโจ
เด็กหนุ่มรู้สึกเสียวสันหลังวาบจนต้องชะงักเท้าที่กำลังก้าวเดิน ทำให้เก่งกล้าที่เดินตามอยู่ด้านหลังต้องยื่นมือมาแตะข้อศอก
“ไม่เป็นไรครับคุณหนู”
“แต่นั่นมัน… คนของเสี่ยโจ”
“ครับ”
“เสี่ยโจอยู่ที่นี่งั้นเหรอ?”
“ครับ”
“แล้วเจ้านายของพวกพี่ให้ผมมาที่นี่ทำไม?”
