บทที่ 14 หญิงร้าย
“แล้ว?”
แพรวาตีความท่าทีไม่ยี่หระของชายหนุ่มว่านั่นคืออาการประชดประชันอย่างคนที่ยังมีเยื่อใยต่อกัน
“แพรรู้แล้วค่ะ ว่าใครที่สำคัญสำหรับแพร”
เมลวินกระตุกมุมปาก ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นวนไปมา เขามองน้ำสีอำพันราวกับสนใจมันหนักหนายิ่งกว่าผู้หญิงพราวเสน่ห์อย่างแพรวา
เมื่อเมลวินนิ่งเงียบแพรวาก็ตีความต่อ ว่านั่นคืออาการของคนที่รอฟังอย่างใจจดจ่อ
“คุณไงคะวิน คุณคือคนสำคัญที่สุดในชีวิตแพร แพรยอมทิ้งทุกอย่าง ชีวิตสุขสบาย ตำแหน่งภรรยาของนักธุรกิจชื่อดัง คำต่อว่าดูถูกจากสังคมที่ตราหน้า แต่แพรยอมแลกทุกอย่าง… เพื่อคุณ”
เมลวินแทบจะกลั้นเสียงหัวเราะเยาะหยันเอาไว้ไม่ไหว ชายหนุ่มอดใจไม่หักหน้าแพรวา แม้เขาเองจะรู้ตื้นลึกหนาบางของครอบครัวนวภูมินทร์เป็นอย่างดี เขาเองไม่ใช่คนดีนัก แต่การหักหน้าผู้หญิงก็ถือว่าไม่ใช่ลูกผู้ชาย
“ส่งคุณพ่อเข้านอนแล้วเหรอครับ คุณถึงได้มาอยู่ที่นี่”
ประตูห้องวีไอพีเปิดผลัวะแบบไม่ได้ถูกเคาะและไม่ได้รับอนุญาต แพรวาตวัดสายตาขุ่นมองคนที่ก้าวเข้ามา ก่อนจะเบิกตาอย่างแปลกใจ
ส่วนเมลวินกลับยังคงวางสีหน้าเรียบเฉย ไม่แม้แต่จะตำหนิคนที่เสียมารยาทบุกเข้ามา
แดนดินเดินทอดน่องก้าวขาข้ามแพรวา ก่อนจะหย่อนสะโพกลงตรงกลางระหว่างทั้งสองคน
“นี่เธอ!”
แพรวาตวาดลั่นอย่างไม่พอใจ หากไม่มีเมลวินนั่งอยู่ตรงนั้น เธอคงตบลูกเลี้ยงจนหน้าหัน แต่เธอก็ทำได้เพียงส่งสายตาตำหนิ และรอดูท่าทีของเมลวิน
“บอกให้รอที่ห้องทำงานไง ลงมาทำไม?”
แล้วแพรวาก็ต้องตกใจ เมื่อท่าทีของเมลวินที่แสดงต่อแดนดินตรงกันข้ามกับที่ทำกับเธอราวฟ้ากับเหว
“นี่มันอะไรกันคะวิน?”
ไม่รอให้เมลวินตอบคำถาม แดนดินก็บิดไหล่เอี้ยวใบหน้ามาเบะปากใส่ ก่อนจะหันไปยิ้มหวานให้เมลวิน
“ก็ดินรอนานแล้วนี่ครับ เฮียก็ไม่ขึ้นไปสักที ติดธุระอะไรอยู่เหรอครับ?”
เมลวินแทบจะหลุดขำเป็นครั้งที่สองกับท่าทางของคนที่เบียดตัวเข้ามา พร้อมส่งสายตาและน้ำเสียงหวาน ๆ ใส่ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าแทบจะตีกันตาย
รู้อยู่หรอกว่าแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยงคู่นี้ไม่ค่อยกินเส้นกันนัก แต่ก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้ ถึงขั้นทำให้คุณหนูแดนดินผู้เย่อหยิ่งกลายเป็นลูกแมวตัวเล็กขี้อ้อนไปเสียได้
และอีกอย่างที่ทำชายหนุ่มแปลกใจ คือการที่แดนดินสถาปนาตัวเองเป็นเด็กของ ‘เฮีย’
เบ้าหน้าลูกครึ่งไทยฝรั่งเศสอย่างเขาเนี่ยนะ?
“เสร็จธุระแล้วละ”
เมลวินซ่อนยิ้มพลางก็ลุกขึ้นยืน โดยไม่ลืมที่จะประคองแดนดินขึ้นมาด้วย เด็กหนุ่มก็ทำเป็นตัวอ่อน เอนร่างเบียดบดซบอิงไม่ห่าง
“ขอตัวนะครับแพร เชิญคุณตามสบาย ถ้าต้องการอะไรก็แจ้งเด็กหน้าห้องได้เลย คืนนี้ผมเลี้ยงคุณเอง”
แล้วเมลวินก็พาแดนดินเดินออกไป แต่ก่อนจะก้าวพ้นประตู เด็กหนุ่มก็เอ่ยขึ้นมา
“เฮียออกไปก่อนนะครับ ดินขอคุยกับแม่เลี้ยงสักครู่”
แล้วแดนดินก็ดันหลังเมลวินจนพ้นประตู ก่อนจะปิดลงพร้อมกับลั่นกลอน
หลังจากนั้นในห้องวีไอพีขนาดสี่คูณห้าเมตรก็กลายเป็นสนามรบ ที่ทั้งสองใช้สายตาฟาดฟันห้ำหั่นอย่างไม่มีใครยอมใคร
ทันทีที่แดนดินเห็นว่าแพรวากับเมลวินหายเข้ามาในห้องนี้ เด็กหนุ่มก็เดาได้ทันทีว่าเป้าหมายใหม่ของแม่เลี้ยงคือชายหนุ่มเจ้าของคลับ ความคับแค้นแทนบิดาที่กำลังถูกสวมเขาและทอดทิ้ง ทำให้เขาตัดสินใจลงสนามเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ไม่ว่าเมลวินจะรู้สึกอย่างไรกับแพรวาก็ตาม เขาก็จะขัดขวางให้ได้ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนตร์ ก็จะเอาตัวเข้าแลก เขาจะไม่ยอมให้แพรวาได้ในสิ่งที่เธอต้องการอย่างเด็ดขาด
“ที่ไม่ยอมให้เสี่ยโจก็เพราะจะจับวินสินะ หัวสูง!”
แพรวาเหยียดปากค่อนแคะ เผยธาตุแท้ของแม่เลี้ยงใจร้ายเมื่อไม่มีเมลวินอยู่ในห้อง
“ใช่ครับ ผมชอบของที่อยู่สูง ๆ” แดนดินเอียงคอต่อคำ “เพราะมันท้าทายแล้วก็โคตรสะใจเวลาที่ผมได้มา แล้วมายืนดูหมามองเครื่องบินที่มันกำลังเต้นเร่า ๆ เพราะเขาไม่เอา!”
เสียงกรีดร้องของแพรวาดังก้องหูขึ้นมาทันที ก่อนที่ร่างอรชรในชุดเดรสสีแดงจะพุ่งเข้าหา แล้วง้างมือตบใบหน้าของแดนดิน เด็กหนุ่มไม่ทันระวังจึงโดนฝ่ามือจนหน้าหัน แต่ครั้งนี้เขาไม่ยอมเจ็บตัวฝ่ายเดียวอย่างแน่นอน
ฝ่ามือขาวแต่แข็งแรงกว่าจึงฟาดใส่ใบหน้าสวยด้วยความแรงที่มากกว่า จนร่างของแพรวาลงไปกองอยู่บนพื้นพรม แขนของเธอกวาดแก้วเหล้าบนโต๊ะจนหล่นกระจาย เสียงดังเอะอะโครมครามจึงเล็ดลอดออกไปถึงด้านนอก
“มีอะไรให้ช่วยไหมครับคุณหนู?”
เก่งกล้ากับอองเตรที่ถูกเจ้านายสั่งให้มาเฝ้าหน้าห้องรีบเคาะประตูเรียก และทันทีที่แดนดินปลดล็อกประตูทั้งสองก็พุ่งตัวเข้ามา
“เอาอีนี่โยนออกไปนอกคลับ!”
