บทที่ 11 อายุเท่าไหร่แล้วล่ะ
‘ขอบคุณค่ะ หนูก็แค่ทำตามหน้าที่เท่านั้นเองค่ะ’
‘ไม่สนใจทำงานด้านนี้เหรอ’
‘งานด้านนี้ หมายถึง’
‘อยู่ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์หรือฝ่ายประชาสัมพันธ์’
‘แต่หนูไมได้เรียนด้านนี้มาจะทำงานให้ได้หรือคะ’
‘เท่าที่ฉันดูจากผลงานของเธอ ฉันก็คิดว่าเธอทำงานนี้ได้ของแบบนี้มันอยู่ที่ความมั่นใจด้วยลองเอาไปคิดดูก่อนละกัน’
‘ขอบคุณค่ะ’
“ลองไปปรึกษาแม่ดูก็ดีเหมือนกัน เผื่อจะได้ทำงานเก็บเงินไว้เรียนต่อปอโท” ไปรยายิ้มให้กำลังตัวเองกำลังจะยกแก้วน้ำหวานขึ้นดื่มแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเพื่อนร่วมงานมาแตะไหล่เธอก่อน
“ยัยไป๋ มาผับทั้งทีทำหน้าสนุกหน่อยซิ” เพื่อนรวมงานหัวเราะร่าแต่ไปรยากลับทำหน้าแหย “ไปแดนซ์ให้กระจายไปเลย”
“ว๊าย” ไปรยาร้องเสียงหลงเมื่อถูกเพื่อนสาวดึงข้อมือให้ไปที่กลางฟลอร์เต้นรำรวมกับคนอื่น
การเคลื่อนไหวแบบเงอะๆ งะๆ ของหญิงสาวทำให้ฟรานเชสโก้หัวเราะในลำคอก่อนยกเบียร์ขึ้นจิบ คราแรกที่เขาขับรถตามหญิงสาวออกมาจากที่ทำงานของเธอเขาดูไม่แปลกใจนักถ้าเธอจะมาผ่อนคลายด้วยการเต้นรำในผับบาร์แต่เมื่อเขามองเห็นหน้าตายุ่งๆ ปนเลี่ยนๆ ของเธอแล้วก็อดประหลาดใจไม่ได้ ยิ่งเห็นท่าเต้นเก้งๆ ก้างๆ แล้วยิ่งมั่นใจได้เลยว่าเธอคงไม่ชอบหรืออาจไม่เคยทำอะไรแบบนี้ก็ได้ ชายหนุ่มกระดกเบียร์จนหมดขวดแล้วเดินแหวกผู้คนเข้าไปที่กลางฟลอร์ สาวๆ ต่างส่งยิ้มเชิญชวนแต่เขากลับไม่สนใจ
ไปรยารู้สึกว่ามีใครบางคนเคลื่อนไหวอยู่ด้านหลังจึงหันไปดู แม้จะอยู่ในแสงสลัวแต่เธอก็จำได้ว่าเป็น ‘เขา’ บางสิ่งในดวงตาเจ้าเล่ห์ของเขาทำให้เธอถอยหลังอย่างไม่รู้ตัวแต่เธอกลับไปชนคนด้านหลังที่กำลังเต้นรำอยู่จนเสียหลักจะล้มลงแต่กลับมีมือใหญ่มาคว้าไว้แล้วรั้งเธอเข้าไปปะทะกับแผงอกแข็งแกร่ง
ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกใจ ไปรยายกมือขึ้นดันอกเขาอย่างอัตโนมัติแต่ก็ไม่สามารถกั้นระยะห่างจากเขาได้เลย หัวใจเธอเหมือนจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ ไออุ่นโอบล้อมในทันทีใบหน้าเธอแนบชิดกับอกอุ่นจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากโคโลจน์ผสมกลิ่นอายแห่งความเป็นบุรุษ ตั้งแต่เกิดมาจนอายุยี่สิบเอ็ดปีเธอไม่เคยใกล้ชิดผู้ชายคนไหนขนาดนี้มาก่อน
“เป็นอะไรหรือเปล่า” ฟรานเชสโกก้มหน้าลงถาม แววตาเขามีความเป็นห่วงฉายอยู่ สถานการณ์นี้อยู่นอกเหนือการคาดหมายของเขาด้วยเช่นกัน
ไปรยาแหงนหน้ามองเขา จากคนที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจกลับกลายเป็นอ่อนแอในพริบตา เธอเพิ่งรู้สึกว่าเขาสูงมากและก็เต็มไปด้วยพละกำลังที่แข็งแกร่งแต่นั่นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวแต่สิ่งที่ทำให้เธออ่อนแอคือรัศมีความร้อนแรงของเขาที่มากระทบผิวกายเธอต่างหาก
“ปะ...ปะ...เปล่าค่ะ” กว่าเธอจะค้นเสียงตัวเองได้ก็หลายวินาที เขาช่วยเธอพยุงตัวให้ยืนก่อนถอยห่างออกมาก้าวหนึ่ง
“บังเอิญเจอกันอีกแล้วนะครับ” ‘ถ้าพูดว่าตั้งใจตามมาจะได้ใจไปมั้ง’
“เหรอคะ” เธอยกมือขึ้นเสยผมอย่างไม่รู้จะทำอะไรดี
“แต่ที่เดินมาตรงนี้ตั้งใจนะครับ”
ไปรยาชะงักมือแล้วจ้องมองเขา อาการเขินอายละลายหมดไปสิ้น “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันละคะ”
“ก็เห็นคุณเต้นสนุกดีก็เลยอยากสนุกด้วย”
ไปรยากัดฟันกรอดๆ สืบเท้าเข้าไปใกล้พร้อมยกหมัดขึ้นเหมือนจะชกเขาที่บังอาจมาล้อเธอเล่นแบบนี้ แต่อีกฝ่ายกลับยิ้มเยาะที่มุมปากแล้วมองหน้าเธอสลับกับกำปั้นน้อยๆ ของเธอทำให้หญิงสาวชะงักค้าง
“บ้า!...โรคจิต”
“หา...ขนาดนั้นเชียว” เขาหัวเราะสนุกรู้สึกดีที่ได้หยอกแม่สาวน้อยคนนี้เล่น “นึกว่าจะพูดขอบคุณกันบ้าง”
“ขอบคุณทำไม นายไม่ได้ทำอะไรให้ฉันต้องขอบคุณสักหน่อย”
ไปรยาตวาดแล้วหันหลังกลับแต่ไม่อาจก้าวเท้าออกไปได้เพราะร่างเธอถูกรวบจากด้านหลัง เธอขยับตัวอย่างร้อนร้นแต่กลับหยุดกึก! เมื่อลมหายใจร้อนๆ เป่ารดอยู่ริมหู ไปรยาลืมหายใจไปชั่วขณะก่อนตั้งสติยกเท้ากระทืบเท้าเขาอย่างแรงเป็นผลให้เขาปล่อยเธอเป็นอิสระ แต่แรงของเธอไม่มากนักหรอกแต่เขาก็แสร้งนิ่วหน้าให้หญิงสาวได้ใจ
กริยาของคนทั้งสองอยู่ในสายตาของเพื่อนสาวที่พาไปรยามาที่นี่
“ไหนว่าเด็กเรียนทำไมไปยืนให้ผู้ชายกอดแบบนั้นล่ะ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำงานร่วมกับไปรยาพูดด้วยความริษยา
“ดีแตกละซิ” อีกคนพูดเสริมแล้วเบ้ปากอย่างหมั้นไส้ก่อนจะหันไปทางเพื่อนชายที่ตามมาสบทบที่หลัง “จะทำอะไรก็รีบๆ ทำเถอะ เกลียดขี้หน้ายัยเด็กเรียนนี่เต็มทีแล้ว”
ชายหนุ่มสองคนพยักหน้าให้แล้วยิ้มที่มุมปากก่อนหยิบซองเล็กๆ ที่บรรจุผงสีขาวเทใส่แก้วน้ำหวานของไปรยาแล้วแกว่งไปมาให้ยาละลาย เขารีบวางแก้วลงเมื่อเห็นไปรยาเดินตรงมาที่โต๊ะโดยไม่มีหนุ่มฝรั่งคนนั้นตามมาด้วย
“ไป๋ นี่เจมส์กับปิ๊กเพื่อนเราเอง”
“สวัสดีค่ะ” ไปรยาทักทายตามมารยาทแต่ออกจะไม่ชอบหน้านัก เธอเหลือบไปมองทางชายหนุ่มตัวโตคนนั้นก็เห็นเขาจ้องมองอยู่ เธอจึงรีบหันกลับแล้วคว้ำแก้วน้ำหวานของตัวเองมาดื่มแก้เขิน ไปรยาไม่ได้เห็นสีหน้าและแววตาของเพื่อนร่วมงานที่มองเธอแล้วยิ้มที่มุมปาก
“ไป๋อยู่เฝ้าโต๊ะนะ พวกเราจะไปแดนซ์” เพื่อนสาวลุกขึ้นแล้วเดินไปเต้นรำเหลือเพียงเพื่อนชายที่ชื่อเจมส์นั่งอยู่เป็นเพื่อน
“หน้ายังเด็กอยู่เลยนี่ อายุเท่าไหร่แล้วล่ะ”
“จะยี่สิบสองแล้วล่ะ” เธอเอ่ยตอบแล้วพยายามขยับตัวออกห่างจากเจมส์ เธอกลับรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ เหมือนจะเป็นไข้ มันร้อนวูบในอกไปหมด เธอยกแก้วขึ้นดูก็เห็นมันเป็นแก้วน้ำหวานของเธอไม่มีสีแปลกไปกว่าเดิม
“เป็นอะไรหรือเปล่ารู้สึกไม่สบายเหรอ” เจมส์ถามแล้วเอื้อมมือมาวางบนหน้าขาของไปรยา “ที่นี่ร้อนไปหาที่สบายๆ”
