บทที่ 12 ทำมากกว่าการประคอง

ไปรยาส่ายหน้าไปมาเร็วๆ แต่กลับยิ่งรู้สึกมึนศีรษะเข้าไปใหญ่ เธอตัดสินใจลุกขึ้นแต่ก็โซเซจนเกือบจะล้ม เจมส์รีบเข้าไปประคองทันทีแต่เธอรู้สึกว่าเขากำลังทำมากกว่าการประคอง เพราะใบหน้าของเขามาชิดแก้มเธอและมือของเขาก็พยายามจะลูบไล้เธอด้วย

“มา...เดี๋ยวไปส่ง”

ไปรยาได้แต่ส่ายหน้าแต่ไม่มีแรงจะขัดขืน เธอมองไปทางเพื่อนผู้หญิงที่มาด้วยกันเพื่อขอความช่วยเหลือแต่พวกนั้นกลับโบกมือไปมาเหลือร่ำลา

“บอกแล้วไงว่าจะไปส่ง จะส่งถึงประตูสวรรค์เลย”

เจมส์หัวเราะในลำคอ ถึงแม้ว่าไปรยาจะสวมเสื้อคอจีนกับกระโปรงยาวคลุมเข่าดูมิดชิดเกินไปที่จะมาเที่ยวผับในย่านอาร์ซีเอแบบนี้ แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าภายในใต้เสื้อผ้านี้คือเรือนร่างสมส่วนและเนียนนุ่มแค่กลิ่นกายหอมกรุ่นก็ปลุกเร้าอารมณ์ชายอย่างเขาได้เต็มที่แล้ว เจมส์พาไปรยาออกมาด้านนอกเพื่อจะขึ้นรถของเขา แต่หญิงสาวก็พยายามขัดขืนแม้จะไร้เรี่ยวแรงจนชายหนุ่มรำคาญผลักเธอเข้าไปในรถอย่างแรงจนกระโปรงถลกขึ้นเห็นขาขาวเนียน

“ขาวได้ใจจริงๆ เลยวุ้ย” เจมส์แลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองแล้วเผลอครางออกมา “สงสัยจะไปไม่ถึงโรงแรมแล้ว จัดการมันในรถสักรอบก่อนแล้วกัน”

“หะ...อย่า...อย่านะ”

ไปรยาพยามกระถดกายหนีมือใหญ่ที่ยื่นมาลูบหน้าขาของเธอ เธออยากยกเท้าถีบเข้าให้แต่ร่างกายไม่ยอมขยับตามที่ใจต้องการเลย เธอพยายามจะส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือแต่ก็ได้แค่อ้าปากแต่ไร้เสียง เธอหลับตาปี๋แล้วเบี่ยงหน้าหลบใบหน้าที่กำลังยื่นมาใกล้ มือที่ว่างและพอจะมีแรงกอดตัวแน่นเพื่อไม่ให้คนชั่วดึงเสื้อผ้าเธอออกได้

“พอแค่นี้ดีกว่ามั้ง”

“อะไรวะ” เจมส์ชะงักมืออย่างหัวเสียที่ถูกขัดจังหวะ แต่ยังไม่ทันทำอะไรร่างของเขาก็ถูกกระชากจากด้านหลังอย่างแรงแล้วเหวี่ยงออกไปนอกรถ

“เฮ้ย...แม่งมายุ่งอะไรวะ” เจมส์ตวาดลั่นด้วยความโมโหแล้วยันตัวเองลุกขึ้นยืน “คนจะเอากันมาสอดอะไรวะไอ้ฝรั่ง”

“ฝรั่ง” ฟราสเชสโก้เลิกคิ้วแล้วส่ายหน้าไปมา ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนไทยเรียกชาวต่างชาติอย่างเขาว่า ‘ฝรั่ง’ ทั้งที่เขามั่นใจว่าตัวเองหน้าตาดีกว่าผลไม้ชนิดนั้นเป็นไหนๆ 

“ไม่ต้องทำเป็นโง่เลย” เจมส์พุ่งเข้าใส่หมายจะชกหน้าหล่อๆ ของอีกฝ่ายแต่ปรากฏว่าร่างเขาต้องลอยละลิ่วกลับไปนอนหงายซ้ำที่เดิมอีกครั้งเพราะฟรานเชสโก้ใช้เท้าถีบเข้าให้ก่อน

“ใครโง่กันแน่” ฟรานเชสโก้โคลงศีรษะแล้วหันไปสนใจร่างที่ขดตัวอย่างหวาดกลัวในรถ เขาขมวดคิ้วยุ่งท่าทางเธอตอนนี้ผิดกับเมื่อครู่ลิบลับ เขาก้มตัวเข้าไปเพื่ออุ้มเธอออกมาแต่หญิงสาวพยายามปัดมือของเขาออกทั้งที่เธอแทบไม่มีแรงจะยกแขนด้วยซ้ำ

“ผมมาช่วย คุณปลอดภัยแล้ว” เขาพูดอย่างปลอบโยนแล้วก็ถอนหายใจหนักๆ ถอดเสื้อสูทตัวนอกออกคลุมร่างที่สั่นระริกเพราะความหวาดกลัวและเมื่อเห็นว่าเธอไม่ขัดขืนเขาก็อุ้มเธอออกมา

“ทำแบบนี้ได้ไงวะ กูลงทุนซื้อยามามอมนังนี้แล้วนะเว้ย”

“มอมยา” 

ฟรานเชสโก้ทวนคำขณะที่เขาอุ้มไปรยาไว้แนบอก เขาอาจจะเอาใจผู้หญิงด้วยการซื้อข้าวของเครื่องใช้ให้แต่ไม่เคยใช้ยาเพื่อได้ตัวผู้หญิงคนนั้นมา เจมส์รู้ตัวว่าพลั้งปากไปแล้วก็หน้าเสียแต่เขาไม่มีโอกาสจะคิดทำอะไรต่อได้อีกเพราะถูกเท้าของฟราสเชกโก้เตะปลายคางเข้าไปเต็มๆ จนสลบเหมือดไปแล้ว ชายหนุ่มอุ้มไปรยามาที่รถของเขาให้เธอนั่งที่เบาะหน้าข้างคนขับแต่เมื่อเห็นว่าเธอสลึมสลือไม่ได้สตินักก็ช่วยรัดเข็มขัดนิรภัยให้ เสียงหายใจผ่านลำคอแหมือนเสียงครางทำให้เขาหงุดหงิดและกลิ่นหอมละมุนจากเรือนกายของหญิงสาวก็ทำให้เขารุ่มร้อน

“บ้านอยู่ไหนผมจะไปส่ง”

 เขาถามแต่ไม่ได้คำตอบเพราะดูท่าทางหญิงสาวจะทรมานเพราะพิษยา เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วตัดสินใจขับรถมุ่งหน้าไปบ้านพักของเขา ถึงแม้ว่าเขาจะอยู่คนเดียวแต่ก็ชอบพักที่บ้านมากกว่าอยู่คอนโดหรืออพาร์ทเม้นท์

“ร้อน” ไปรยาหอบหายใจแรงมือไม้พยายามแกะเสื้อที่คลุมตัวเองออกเธอรู้สึกร้อนรุ่มไปหมดเหมือนเนื้อตัวจะกลายเป็นไฟให้ได้ “ทรมาน”

“อดทนหน่อย” เขาบอกแล้วเหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วขึ้นไปอีก “เดี๋ยวผมจะทำให้คุณสบาย”

ฟรานเชสโก้เอื้อมมือไปวางบนหน้าผากของหญิงสาว แต่เธอกลับดึงมือเขามากอดราวกับเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวก่อนที่สติของเธอจะหลุดกระเจิง เสียงหอบหายใจแรงของหญิงสาวทำให้เขาเองก็พลอยร้อนรุ่มไปด้วย สมาธิและความมั่นคงที่มีกำลังถูกท้าทายและเริ่มสั่นคลอนอย่างที่ไม่เคยเป็น เขาไม่เคยเสียความควบคุมตัวเองอย่างนี้บ่อยนัก แต่ถึงจะยังไงเขาไม่มีสิทธิ์แตะต้องตัวผู้หญิงคนนี้

เพราะว่าคนอย่าง ‘ฟรานเชสโก้ ซิวีลิอาโน่’ ไม่เคยขืนใจใคร.

ร้อน...ทำไมร้อนอย่างนี้นะ ไปรยาดิ้นทุรนทุรายไม่ เธอไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อนร่างกายเหมือนไม่ใช่ของตัวเอง มันควบคุมไม่ได้ เธอพยายามถอนเสื้อผ้าของตัวเองออกแต่มือใหญ่มาดึงไว้ก่อน

“อย่าซิ ของแบบนี้มีแต่ผู้ชายเขาต้องเป็นฝ่ายเริ่มก่อนนะ”

ฟรานเชสโก้พูดติดตลกแต่ในใจเขาก็รุ่มร้อนไม่แพ้กัน รถติดไปแดงอีกแยกเดียวก็ถึงบ้านพัก เขามองนาฬิกาข้อมืออย่างช่างใจก่อนตัดสินใจโทรศัพท์หาตัวช่วย แต่การโทรศัพท์ก็แสนยากลำบากเพราะหญิงสาวที่นั่งเบาะข้างๆ ดิ้นไปมาพยายามจะถอดเสื้อตัวเองออก

“เออ...ฉันรู้ว่าดึกแต่กรณีมันจำเป็นจริงๆ”

ปลายสายทำเสียงหงุดหงิดแล้วส่งโทรศัพท์ให้หญิงสาวอีกคนพูดคุย ฟรานเชสโก้เล่าเพียงสั้นๆ ไม่ได้ใส่รายละเอียดอะไรนักทางปลายสายก็ตอบรับทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป