บทที่ 4 อย่ามาเบ่ง
ด้านเหมราชก็เข้ากรมทหารมารับคำสั่งใหม่ โดยเขาได้ถูกย้ายให้มารับตำแหน่งนาวาอากาศโทซึ่งเรียกง่ายๆก็คือยศผู้พัน และเขาก็ได้มารายงานตัวกับผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา
“ผมนาวาอากาศโท เหมราช ธรรมรงค์สิน ยินดีที่ได้ร่วมงานกับทุกคนในที่นี้ และผมก็พร้อมจะปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับคำสั่งครับ” เหมราชในชุดทหารอากาศรายงานตัวไป ก็ถูกเพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชามองอย่างชื่นชม เพราะเขาไม่ได้มีแค่หน้าตาที่หล่อเหลา แต่เขามีดีกรีเป็นถึงทายาทของสายการบิน แถมยังผ่านการทดสอบของหลักสูตรโหดๆมาแล้ว และที่สำคัญเขาได้เป็นนายทหารที่ได้ฝึกร่วมกับทหารอากาศของสหรัฐอเมริกามาแล้ว
“ผมดีใจนะ ที่คุณมาอยู่ในกองพันของผม และผมดีใจมากที่คุณจะมาฝึกให้กับนักเรียนของเราในรุ่นนี้และรุ่นต่อๆไป หวังว่าคุณจะฝึกพวกเขาให้เป็นพลทหารที่มีเกียรติและมีความสามารถแบบคุณนะ ผู้พันเหมราช” นายพลสันชัยเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มดีใจที่หลานชายของเขามาอยู่ในกรมเดียวกับเขา
“ครับท่านนายพล ผมจะทำสุดความสามารถครับ” เหมราชเอ่ยบอกไปก็ทำหน้านิ่ง ถึงนายพลสันชัยจะเป็นอาแท้ๆของเขา เขาก็ไม่สามารถทำอะไรออกนอกหน้าได้ เพราะตอนนี้เขาคือนายทหารคนหนึ่งเท่านั้น
“ดีมาก ส่วนนี่ผู้พันฐากร หมวดกล้า และนั่นจ่าย้อย คุณจะต้องอยู่กับพวกเขาและช่วยกันดูแลนักเรียนทหารของเราให้ดี รู้จักกันแล้วนิ ผมคงไม่ต้องแนะนำอะไรคุแล้วล่ะ ไปพักกันเถอะ” สันชัยเอ่ยบอกไปก็ชี้นายทหารของเขาให้กับหลานชายได้รู้จัก ทั้งที่ทั้งสามก็รู้จักกันอยู่แล้วเพียงแค่อยู่กันคนละกองพลเท่านั้นเอง หลังจากนั้นทุกคนก็พากันออกมาจากห้องทำงานของนาพลสันชัย
“กลับมาคราวนี้ผู้พันหล่อขึ้นกว่าเดิมนะครับเนี่ย ผมดีใจจริงๆที่ผู้พันได้ย้ายมาอยู่กับท่านนายพล” หาญกล้าเอ่ยพูดไปอย่างดีใจ เพราะสมัยเขาเรียนอยู่ เหมราชเป็นรุ่นพี่ที่พวกเขาฝันอยากจะเป็นอย่างเขากันทั้งนั้น
“ใช่ครับ หล่อมาตั้งแต่เด็กยันโตเลยจริงๆ” จ่าย้อยเอ่ยพูดบอกไป เพราะเขาเคยฝึกเหมราชสมัยเขายังเป็นนักเรียนนายร้อยแล้ว ไม่คิดว่าเด็กคนนี้จะเก่งถึงขนาดขึ้นเป็นผู้พันได้เพียงแค่อายุเท่านี้
“หมวดกับจ่าก็พูดเกินไป วันนี้เราไปฉลองกันหน่อยเป็นไง ผมไม่ได้เจอจ่าย้อยมานานแล้ว หมวดกับผู้พันกอล์ฟไปด้วยกันนะ ผมเลี้ยงเอง” เหมราชเอ่ยพูดออกไปด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร แต่ฐากรกลับเอ่ยปฏิเสธออกมาอย่างไม่ใยดี
“ผมไม่เอาเวลาราชการไปทำอะไรไร้สาระหรอกครับ ขอตัว” ฐากรพูดออกไปแล้วมองเหมราชด้วยสายตาไม่ชอบอย่างเห็นได้ชัด เพราะเหมราชคนเดียวที่ทำให้เขาไม่ได้เลื่อนขึ้นเป็นนาวาอากาศโท ทั้งที่เขาควรจะได้ตำแหน่งนี้
“ช่างเถอะครับผู้พันกอล์ฟเขาก็เป็นแบบนี้แหละ อยู่ไปนานๆ เดี๋ยวผู้พันเหมจะเจอมากกว่านี้อีก คนนี้น่ะ ร้ายอย่าบอกใครเลย อย่าไปล้ำเส้นเขาเลยครับ เดี๋ยวมีปัญหากันเปล่าๆ” หาญกล้าเอ่ยบอกไปอย่างปลงๆ หลังจากที่อยู่กับฐากรมานาน เพราะรายนั้นนอกจากจะเอาแต่ใจตัวเองเป็นใหญ่แล้ว ยังไม่ฟังเหตุผลอะไรเลยด้วย
“หึ ผมชอบความตื่นเต้นซะด้วยสิ ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าที่ว่าเขาร้ายน่ะ ร้ายได้เท่าผมหรือเปล่า” เหมราชพูดไปก็ยิ้มมุมปากอย่างไม่คิดอะไร เพราะคนอย่างเขาก็ร้ายมาร้ายกลับอยู่แล้ว
“แบบนี้ค่อยสนุกหน่อยครับผู้พัน ฮ่าๆ” หาญกล้าพูดไปอย่างชอบใจ เพราะน้อยคนที่คิดจะมีปัญากับฐากร เพราะเขาก็มีพ่อเป็นนายพลเช่นกัน ก็เลยไม่ค่อยจะมีใครอยากยุ่ง
หลังจากนั้นเหมราช หาญกล้าและจ่าย้อยก็พากันไปสังสรรค์ค์หลังจากเลิกงานแล้ว ก่อนจะกลับมาก็เกือบจะสี่ทุ่ม เหมราชก็แยกไปบ้านพักส่วนหาญกล้าและจ่าย้อยก็แยกมาตรวจนักเรียนทหารรอบดึก และแล้วก็เกิดขึ้นเรื่องขึ้นเมื่อมีกลุ่มนักเรียนทหารหนีออกไปเที่ยวนอกค่าย และถูกพวกเขาจับได้เข้าให้
ด้านน้ำเหนือและน้ำน่านก็เข้ามาในกรมทหารอากาศ โดยอยู่ในความดูแลรับผิดชอบของจ่าย้อยและหมวดกล้า เขาก็ได้รับการดูแลตามปกติเหมือนปีผ่านๆมา จนกระทั่งวันนี้พวกเขาโดนจับได้ว่าทำผิดวินัยโดยการแอบออกไปนอกกรมทหาร จึงถูกเรียกตัวให้มารับโทษตามกฎระเบียบ
“หมวดกล้า จ่าย้อย อย่าลงโทษพวกผมเลยครับ พวกผมไม่หนีอีกแล้วจริงๆ” น้ำน่านเอ่ยขอร้องผู้หมวดของกองร้อยของเขา เพราะขืนโดนทำโทษตอนนี้ พรุ่งนี้เขาคงไม่มีแรงไปฝึกทั้งวันแน่
“ใช่ๆครับ ขอสักครั้งเถอะนะครับ อย่าลงโทษเราเลย” คชาเพื่อนทหารเอ่ยขอร้องอีกคน เพราะพวกเขาไม่อยากโดนทำโทษกลางดึกแบบนี้
“ฉันบอกพวกแกแล้วว่าอย่าออกไป เป็นไงล่ะ โดนจับได้มันคุ้มไหมห้ะ ไอ้น้ำเหนือ ไอ้น้ำน่าน ไอ้คิง ไอ้เจมส์” จ่าย้อยที่ยืนมองนักเรียนทหารทั้งสี่คนเอ่ยพูดออกไปอย่างห่วงๆ เพราะเขารู้จักกับเด็กกลุ่มนี้มานานตั้งแต่พวกนี้มาเรียนโรงเรียนนี้แรกๆ ก็อยู่ในความดูแลของเขาและหมวดกล้ามาโดยตลอด
“สอนไปพวกนี้ก็ไม่จำหรอกจ่า อีกอย่างผู้พันฐากรก็เป็นคนเจอพวกนี้ เราไม่ทำโทษไม่ได้หรอก ไม่งั้นเราสองคนน่ะจะโดนซ่อมซะเอง”หาญกล้าเอ่ยพูดกับจ่าย้อยอย่างหนักใจ ก่อนจะมองนายทหารทั้งสี่คนด้วยสายตาอ่อนใจ
“รู้ตัวก็ดีนิหมวด แต่ผมเปลี่ยนใจแล้ว ผมจะลงโทษสามคนนี้เอง จะได้ไม่กล้าแหกกฎอีก อยากออกไปเที่ยวดีนักใช่ไหม ได้” ฐากรเอ่ยพูดด้วยเสียงโหด ก่อนจะยิ้มเหี้ยมใส่สามทหารหนุ่ม
“พลทหารรับคำสั่ง วิดพื้นร้อยครั้ง พุ่งหลังแปดจังหวะสองร้อยยก ปฏิบัติ” ฐากรสั่งออกไปก็ยิ้มเหี้ยม เพราะสำหรับเขากฎก็ต้องเป็นกฎ ถ้าใครคิดจะฝ่าฝืนก็ต้องโดน
“รับทราบ ปฏิบัติ” นักเรียนทหารทั้งสี่นายรับคำสั่งและเริ่มวิดพื้นกันอย่างพร้อมเพียง โดยมีผู้พันฐากรยืนคุมพวกเขาอยู่ ส่วนหมวดหาญกล้าก็แอบกระซิบบอกจ่าย้อยทันที
“จ่าย้อย รีบไปหาผู้พันเหมเร็ว ไม่งั้นไอ้สี่คนนี้ตายแน่ ไปเร็ว” หาญกล้าเอ่ยพูดบอกไปเบาๆ เพราะในกรมนี้ไม่มีใครกล้าหือกับผู้พันฐากรได้ดีเท่าผู้พันเหมราชอีกแล้ว แต่อย่างน้อยผู้พันเหมก็มีความเป็นผู้นำดีกว่าผู้พันฐากร ไม่ได้ลงโทษนักเรียนทหารด้วยความเอาแต่ใจแบบนี้
“ครับหมวด” จ่าย้อยพูดเบาๆ ก่อนจะรีบเดินย่องออกไปเอาจักรยาน แล้วปั่นไปหาผู้พันเหมราชที่บ้านพักของเขา ซึ้งอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้
“ผู้พันครับ ช่วยนักเรียนทีครับ ” จ่าย้อยปั่นจักรยานมาหยุดที่รถของผู้พันเหมราชด้วยความเหนื่อยหอบ
“เกิดอะไรขึ้นจ่าพูดช้าๆสิ เกิดอะไรขึ้น” เหมราชที่นั่งอยู่บนรถยังไม่ทันได้ลงมาก็เอ่ยถามจ่าย้อยไปทันที เพราะเขาพึ่งถึงบ้านยังไม่ได้ลงรถเลยด้วยซ้ำ เพราะเมื่อกี้แวะซื้อของในค่ายซะก่อน
“ผู้พันกอล์ฟกำลังลงโทษนักเรียนทหารที่หนีเที่ยว ด้วยการให้วิดพื้นร้อยครั้ง แล้วก็ให้พุ่งหลังแปดจังหวะสองร้อยยกครับผู้พัน ไปช่วยพวกมันหน่อยเถอะครับ ไม่งั้นพรุ่งนี้พวกนั้นตายแน่ๆครับ” จ่าย้อยเอ่ยบอกไปแบบเหนื่อย
เหมราชได้ยินถึงกับหน้าแดง เพราะเด็กนักเรียนอาจผิดกฎก็จริงแต่การลงโทษหนักแบบนั้นถือว่าเป็นการทรมานเด็กมากกว่า
“ที่ไหนจ่า ผมจะไปเดี๋ยวนี้ ขึ้นรถมากับผมเร็ว” เหมราชเอ่ยพูดบอกไปก็รอให้จ่าย้อยขึ้นมาบนรถ ก่อนจะรีบขับรถออกไปตามที่จ่าย้อยบอก พอถึงก็เจอนักเรียนทหารกำลังพุ่งหลังกันอยู่ด้วยใบหน้าที่เหน็ดเหนื่อยและทรมาน
“เจ็ดสิบเก้า แปดสิบ แปดสิบ..เอ็ด” เสียงทหารทั้งสี่นายเอ่ยออกมาอย่างอ่อนล้า เพราะเขาทั้งวิดพื้นและมาพุ่งหลังต่อ มันเป็นอะไรที่เหนื่อยมากๆ
“หยุด ปฏิบัติ” เหมราชเอ่ยพูดด้วยเสียงเข้ม ก่อนจะมองนักเรียนทหารนอนลงไปทันทีที่เขาสั่ง เขาจึงหันไปมองหน้าของฐากรที่กำลังหันมามองเขาด้วยสายตาไม่พอใจ
“ผมกำลังทำโทษนักเรียนทหารที่แหกกฎหนีเที่ยว ผู้พันอย่ามายุ่งจะดีกว่า” ฐากรเอ่ยพูดออกไปด้วยแววตาและเสียงที่มองอย่างโกรธๆ
“ผู้พันต่างหากที่ควรหยุด การที่เด็กนักเรียนทหารหรือพลทหารทำผิด ต้องมีการสอบสวนไตร่ความก่อนที่จะลงโทษ และนี่ไม่ใช่การฝึกผู้พันไม่มีสิทธิมาลงโทษเด็กตามใจชอบแบบนี้ แต่ถ้าหากผู้พันมีปัญหากับผมก็ควรจะเช็คดาวบนบ่าของผู้พันด้วย อย่ามาลำเส้นกับผม เพราะผมสามารถสั่งลงโทษผู้พันแบบเด็กๆพวกนี้ได้เหมือนกัน” เหมราชพูดออกไปพร้อมกับแววตาจริงจัง จนผู้พันฐากรมองเขาแล้วกำหมัดแน่น
น้ำเหนือกับน้ำน่านและเพื่อนทหารอีกสองคนก็มองอย่างสงสัยว่าผู้พันคนนี้เป็นใครกัน ถึงได้กล้าพูดแบบนี้กับผู้พันกอล์ฟจอมเอาแต่ใจได้ ก่อนจะมองผู้พันคนใหม่ด้วยสายตาเปี่ยมล้นอย่างปราบปลื้ม
“ต่างกันแค่ยศเดียว นี่คุณมาเบ่งใส่ผมงั้นเหรอผู้พันเหมราช” ฐากรเอ่ยตอบกลับไปอย่างเดือดดาด เพราะไม่เคยมีใครมาว่าใส่เขาแบบนี้
“ผมก็ทำเหมือนที่คุณทำกับเด็กพวกนี้ไง ถ้าคิดว่าตัวเองเป็นผู้พัน แล้วสั่งคนนั้นคนนี้ลงโทษตามใจชอบแบบนี้ ก็อย่ามาเป็นทหารเลยดีกว่า เสียภาพลักษณ์ดีๆที่ทหารเขาสร้างไว้เปล่าๆ” เหมราชพูดออกไปอย่างไม่แคร์ เพราะเขาเองก็ไม่ได้ชอบให้เด็กนักเรียนทหารทำผิด แต่มันก็มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ที่จะตักเตือนพวกเขา
“แล้วเราจะได้เห็นดีกัน ผู้พันเหมราช”ฐากรเอ่ยพูดไปก็มองอย่างแค้นใจ ก่อนจะเดินออกไปด้วยความโมโห
