บทที่ 7 ก็ให้มันรู้ไปว่าซื้อไม่ได้
หญิงสาวตกใจยิ่งไปกว่าเก่าเมื่อท่าทีของเขาบ่งบอกถึงสภาวะอารมณ์ที่ฉุนเฉียว เธอไม่เคยเห็นพี่ธัญในโหมดนี้มาก่อน "ฉันตั้งใจจะไปกู้เงินกับเฮียชาติค่ะ ญาติของเพื่อนเป็นคนพามา แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นถึงเป็นแบบนี้ ญาติเพื่อนน่าจะตั้งใจทำไม่ดีกับฉันเพราะพวกเขาวางยาฉัน ส่วนเฮียชาติฉันไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องด้วยรึเปล่า อาจจะเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดกัน คุณอย่าเพิ่งวู่วามนะคะ ฉันขอโทษด้วยค่ะที่ทำให้คุณต้องเสียเวลา แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจมาขายตัว ยังไงฉันขอกลับไปเคลียร์กับญาติของเพื่อนแล้วก็เฮียชาติก่อนนะคะว่าเรื่องเป็นมายังไงกันแน่"
ธัญมองใบหน้าหวานอย่างชั่งใจ เมื่อตอนที่เขาจูบเธอก็เห็นว่าหญิงสาวไม่มีทีท่าจะขัดขืนหนำซ้ำยังจูบตอบเข้าอีกต่างหาก แต่นั่นอาจเป็นเพราะเธอยังไม่ได้สติดี พอตื่นมากลายเป็นว่าทำท่าตกใจไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรสักอย่าง ดูเหมืิอนคนหลงทางที่ถูกบังคับมา แต่สุดท้ายพอเขาคาดคั้นเข้าจริงๆ กลับโทษญาติแต่ปกป้องคุณชาติ ไม่ได้บอกว่าถูกบังคับแต่โดนวางยาและเป็นเรื่องเข้าใจผิด ถ้าจริงก็ดูน่าสงสาร แต่ถ้าตอแหลก็ถือว่าแนบเนียนมาก แต่ดูไปก็คล้ายลูกไม้ของพวกที่คิดจะโก่งราคาค่าตัวที่เขาเคยเจอมา
"ถ้าที่ตกลงกันไว้มันน้อยเกินไปฉันเพิ่มให้อีกก็ได้นะ" ธัญลองหยั่งเชิงดู
"ฉันไม่เคยคิดจะขายตัวค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ" ม่านมุกพยายามจะรีบจบสถานการณ์ทุกอย่างลง แต่พี่ธัญยังพูดต่อรองราคากับเธออีกครั้ง ซึ่งประโยคถัดมาทำให้เธอหน้าชาได้ไม่น้อย
"ฉันเพิ่มให้อีกห้าหมื่น ก็แค่นอนอ้าขารับมันคงไม่หนักหนาอะไรหรอก เธออาจจะชอบก็ได้ มันส์จะตายแถมวินวินทั้งสองฝ่ายอีกต่างหาก จะมายั่วให้อยากแล้วจากไปง่ายๆเนี่ยนะ ไม่น่าใช่ล่ะมั้ง ที่ทำตัวให้ยุ่งยากเพราะอยากจะโก่งราคาค่าตัวหรือเปล่า"
หญิงสาวหันกลับมามองใบหน้าคนพูดด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ในเมื่อเธอยืนยันเจตนาไปแล้วทำไมพี่ธัญถึงพูดจาแบบนั้นกับเธออยู่อีก "ผู้หญิงไม่ได้ยินดีกับการขายศักดิ์ศรีและร่างกายเพื่อแลกกับเศษเงินของคุณทุกคนหรอกนะคะ"
เขาจำเธอไม่ได้มันก็ไม่แปลกอะไร แต่ทำไมวาจาถึงได้ต่ำช้าราวซาตานเ-งี่ยนกำหนัดแบบนี้ นี่นะหรือคือบุคคลที่เธอเทิดทูน นี่หรือคือบุคคลที่เคยแสนดีในอดีต เขาเปลี่ยนไปเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือเขาไม่ได้เปลี่ยนไปแต่เธอไม่เคยรู้ว่าเขาเป็นแบบนี้เอง
"ฉันไม่ได้จะยั่วหรือว่าโก่งราคาค่าตัวอะไรทั้งนั้น ถ้าคุณกำลังเข้าใจผิดอยู่ก็ขอให้เข้าใจใหม่ให้มันถูกต้องด้วยนะคะ" ม่านมุกรีบหันหลังกลับไปทางประตูเตรียมจะเดินหนีออกไปจากสิ่งที่เผชิญอยู่
"เหรอ" ธัญยกยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย ก็ให้มันรู้ไปว่าซื้อไม่ได้จริงอย่างที่ปากว่าหรือเปล่า ถ้าเขาเสนอจำนวนเงินนี้ไปแล้วเธอยังไม่สนใจอีก ก็แสดงว่าเขาเข้าใจเธอผิดไป ที่เธอพูดมาทั้งหมดนั่นมันเป็นความจริง และเขาจะขอโทษในสิ่งที่ทำลงไป แต่ถ้าเธอสนก็แปลว่าตั้งใจมาขายแต่ทำเป็นลูกไม้ไปอย่างนั้น "แล้วถ้าฉันจ่ายสักสิบเท่าล่ะ สองแสนบาท เธอจะขายไหม"
สองเท้าที่กำลังก้าวไปจนเกือบถึงประตูหยุดชะงักลง จำนวนเงินที่ได้ยินอยู่ตอนนี้กำลังทำให้ความมุ่งมั่นตั้งใจของม่านมุกถูกสั่นคลอน เธอมาพบเฮียชาติก็เพื่อสิ่งนี้ไม่ใช่เหรอ แม้จะตั้งใจมาเพื่อหยิบยืมเงินไม่ใช่เพื่อขายสิ่งที่มีให้ใคร แต่โชคชะตาเล่นตลกกับเธออย่างไม่น่าเชื่ิอ
"หึ" ธัญหัวเราะเยาะในลำคอเมื่อเห็นอาการชะงักงันนั้นของหญิงสาว มาอีหรอบนี้หนีไม่พ้นขออัพค่าตัวจริงๆเสียด้วย ไม่ใช่ว่าเงินจะซื้อไม่ได้ แต่ขึ้นอยู่กับว่าจำนวนเงินนั้นมันมากพอที่หรือเปล่าต่างหาก สิ่งที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าเป็นจริงตลอดครึ่งค่อนชีวิตของเขา ร่างสูงค่อยๆ เดินเข้าไปตรงหน้าของหญิงสาว
ม่านมุกกำลังสับสนกับความคิดตัวเอง ระหว่างความจำเป็นที่บีบบังคับกับศักดิ์ศรีของเธอ สองแสนบาทกับเวลาแค่ชั่วข้ามคืนเธอจะหาที่ไหนได้อีกถ้าไม่ใช่โอกาสนี้
ตอนนี้เธอมีเงินเก็บอยู่ทั้งหมดห้าหมื่นบาท ถ้าได้มาอีกสองแสนบาทนอกจากจะไม่ต้องเป็นหนี้เพิ่มแล้วยังสามารถเอาเงินที่เหลือไปใช้หนี้ที่มีอยู่ได้อีกต่างหาก แต่ต้องแลกมันมาด้วยการขายตัว กลืนน้ำลายของตัวเองที่ได้ลั่นวาจาออกไป เธอควรจะทำอย่างไรดี จะรับข้อเสนอนี้หรือกลับบ้านไปมือเปล่า
