บทที่ 2 บทที่ 1 (1)

“แม่ฝนค้าบ!” เสียงเรียกร้องกระชั้นดังขึ้นทำให้วริษาสะดุ้งหลุดจากภวังค์ เธอหันไปมองตามทิศที่ได้ยิน และริมฝีปากบางอิ่มก็แย้มยิ้ม ดวงตากลมใหญ่แต่โศกดูสดใสขึ้น

หนุ่มน้อยที่วิ่งมาหามีวัยไม่เกินหกเจ็ดขวบ เค้าใบหน้าดูคล้ายเธอไปหมดเสียทุกอย่าง จะยกเว้นก็แต่... นัยน์ตาไร้เดียงสาคู่นั้น มันดำขลับและเรียวยาว ใช่... เธอมีตาสีน้ำตาลอมดำ มันไม่ใช่ดวงตาแบบเธอ แต่... มันคล้ายกับดวงตาของใคร ใครบางคน

หัวใจวริษากระตุก จากความผิดพลาดในวันนั้นบัดนี้ได้ผ่านมาหลายปีแล้วกับอดีตอันเลวร้าย นัยน์ตากลมโตหม่นแสงลงเล็กน้อยในขณะที่เรียวปากอิ่มสีชมพูระเรื่อเม้มแน่น จากนั้นก็ได้แต่บอกตัวเองว่าช่างเถอะ พร้อมกับที่ได้ปัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป เธออ้าวงแขนออกรอเมื่อเด็กชายวิ่งใกล้เข้ามา ก่อนโอบรับร่างเล็กที่โถมเข้าหาไว้ในอ้อมกอด

“ไหน ขอแม่ฝนหอมแก้มหน่อยนะครับ ดูซิมอมไปทั้งตัวเลย”

เสียงทักหวานใส ถิรายุหัวเราะร่าเมื่อมารดาฝังปลายจมูกลงข้างแก้มอ่อนนุ่ม วริษาโอบลูกน้อยไว้แนบอกอย่างแสนรัก จากนั้นจึงคลายวงแขนออก

“ยุหิวคับ”

“โอเค”  วริษาหัวเราะโยกศีรษะทุยเล็กๆ ที่คลุมด้วยกลุ่มผมหยักศก

น้อยๆ ไปมา “พี่นิดอยู่ในบ้าน ไปดูเร็ววันนี้พี่นิดทำอะไรไว้”

“ของโปรดยุ” เด็กชายตาโตกระโดดเหย็งๆ วริษาพยักหน้าตอบรับ ก่อนหยุดนิ่ง เธอยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตนเองแล้วเอ่ยว่า

“แต่เอ... เป็นของโปรดแม่ฝนด้วยนี่นา ไม่รู้จะหมดหรือยังน้า”

เด็กชายหน้างอทันที วริษาแกล้งทำมองไม่เห็นก่อนหอมแก้มนุ่มนิ่มทั้งสองข้างแรงๆ มือรุนแผ่นหลังเล็ก “ไปๆ ไปดูกันดีกว่า เอ้า! ช้าหมดอดด้วยนะ”

เท่านั้นถิรายุก็วิ่งตื๋อตรงไปยังตัวบ้าน พลางตะโกนลั่นหาพี่เลี้ยงสาวที่หลบเข้าไปในบ้านไม้สีขาวสองชั้นหลังเล็กก่อนหน้านี้

วริษาถอนหายใจและโคลงศีรษะ รอยยิ้มยังประดับบนดวงหน้ารูปไข่ ก่อนความเศร้าจะเข้ายึดพื้นที่ในดวงตาคู่สวยอีกครั้ง รอยยิ้มสดใสจึงเปลี่ยนเป็นขมขื่น

กี่ปีกันแล้วนะที่เธอหลีกหนีสังคมเมืองมาใช้ชีวิตในที่ๆ ไม่มีใครรู้จัก... ใช้ชีวิตเพียงลำพังกับลูกน้อยที่อยู่ในท้อง

ใช่ เธอไม่ใช่คนที่นี่ บ้านเกิดของเธอ พื้นเพของเธอไม่ใช่คนที่จังหวัดนี้ เธอเคยมีครอบครัว ครอบครัวอบอุ่นเล็กๆ ในเมืองหลวง แต่เงามืดก็เริ่มคืบคลานเข้ามา เมื่อพ่อแม่เธอเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุตอนเธออายุได้แค่สิบขวบ วริษามีพี่สาวหนึ่งคน ชื่อน้ำ วรรษชล และจากวันแห่งการสูญเสียอันยิ่งใหญ่นั้น เราสองพี่น้องก็ถูกดูแลโดยญาติฝ่ายบิดา

‘ไม่เป็นไร ฉันดูแลเด็กสองคนนี้ได้ ยัยน้ำรู้งานอีกอย่างโตแล้ว ส่วนยัยฝนก็อายุเท่าๆ กับเจ้าแสบที่บ้าน ให้ไปอยู่ด้วยกันจะได้ไปโรงเรียนทำอะไรๆ ด้วยกัน พี่น้องจะได้รักกันนะคะ’

คำหวานมีมาสม่ำเสมอ ลูกคะ ลูกขา บรรดาญาติฝั่งพ่อที่มีเยอะกว่าแม่ต่างแย่งตัวพวกเธอไปอยู่ด้วย แต่... หลังจากภายในไม่กี่ปี สมบัติของพ่อแม่ที่มีก็ถูกสูบไปจนหมด และพวกเธอก็กลายเป็นภาระ

วริษากับวรรษชลระหกระเหินอาศัยอยู่กับญาติคนนั้นทีคนนี้ที พวกเธอกลายเป็นตัวน่ารังเกียจไม่มีใครต้องการ

‘อาไร้! ฉันรับไว้ไม่ได้หรอกพี่ นี่เด็กๆ ที่บ้านก็สองสามคนแล้ว ไหนจะที่เรียน ไหนจะข้าวปลาเสื้อผ้า โอ๊ย เยอะแยะยุบยับ พี่แน่ะมีกว่าฉันก็รับยัยฝนกับยัยน้ำไปดูเอาละกัน’

สุดท้ายทางออกก็คือ

‘นี่แน่ะ ให้ไปอยู่สถานสงเคราะห์เถอะ พวกเราๆ ก็ตึงมือหาเช้ากินค่ำ อยู่ที่นู่นแหละจะได้สบายกัน’

วริษแทบร้องไห้ เธอกอดวรรษชลไว้แน่น เราสองพี่น้องถูกลอยแพ แต่โชคยังดี พี่สาวของแม่ ป้า... ญาติที่เหลือเพียงคนเดียวทางฝั่งมารดามารับพวกเธอไป

ญาติเพียงคนเดียวที่ไม่หน่ายหน้าหนี เมื่อต้องรับภาระดูแลเด็กหนึ่งคนกับสาวน้อยที่กำลังเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย

วรรษชลเป็นเด็กดี รู้งานและขยัน การเลี้ยงดูมีผลเพราะพี่สาวของเธอเกิดมาในช่วงที่พ่อแม่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว แต่กับเธอ มันตรงกันข้ามด้วยความเป็นลูกคนเล็ก วริษาจึงถูกตามใจ เธอเอาแต่ใจตัวเองเป็นใหญ่ อยากได้อะไรต้องได้และดื้อรั้นเป็นที่สุดและมันก็แก้ไม่หาย แม้เมื่อคุณป้าเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง

วรรษชลกับวริษาได้รับสมบัติอันน้อยนิดนั้นไว้ต่อชีวิต โชคดีเหลือเกินที่ตอนนั้นวรรษชลทำงานแล้ว ส่วนวริษาเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ชีวิตในสังคมใหม่ ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ ทำให้วริษารู้จักกับ ‘เขา’

เขาที่เธอรู้สึกว่าเป็นดั่งเจ้าชาย สมบูรณ์แบบในทุกๆ ด้าน เป็นสุภาพบุรุษเลิศเลอของสาวน้อยช่างฝัน

เขาเป็นพี่ชายของเพื่อน และเพียงแค่เห็นในครั้งแรก เธอก็ตกหลุมรักเขาในทันที...  หัวใจที่ไม่เคยรู้จักกับคำว่ารัก  ลุ่มหลงไปโดยไม่สนใจฟังคำ

เตือนของวรรษชล ว่าผู้ชายคนนี้อันตราย...

การกีดกันไม่ให้คบหาทำให้วริษาเตลิด เธอทะเลาะกับพี่สาวเพียงเพราะคำว่า ‘รัก’ มันบังตา และวันนั้นก็เป็นวันที่เธอนึกเสียใจที่สุด วรรษชลกับพี่เขยประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิตจากเธอไป ที่พึ่งสุดท้ายของเธอมีเพียงเขาและเธอก็ตกเป็นของเขาในเวลาต่อมาไม่นานนัก ด้วยรักลมๆ และความฝันแล้งๆ ที่มัน... ไม่มีตัวตน

รสรักในครานั้นยังตราตรึงอยู่ในใจมาจนบัดนี้ พอๆ กับความเจ็บช้ำที่เธอต้องเผชิญ

หลังเสร็จสมดั่งใจหมาย เขาหายตัวไป ทิ้งเธอไว้กับเศษเงินและข้อความสั้นๆ บนเศษกระดาษ

‘ค่าตัว’

บทก่อนหน้า
บทถัดไป