บทที่ 5 บทที่ 1 (4)
เขาปิดกระโปรงรถยนต์ลง เมื่อทวีรัฐถอยไฮลักซ์วีโก้สีขาวออกมา และก้าวลงจากรถเพื่อจะปิดประตูรั้ว นายตำรวจหนุ่มหยุดยืนและมองจ้องตรงมาอย่างสังเกตสังกา เขาจึงได้ก้าวขึ้นรถตัวเอง ทำทีเป็นสตาร์ตเครื่องยนต์ พลางเอ่ยเสียงดังด้วยท่าทางหงุดหงิดหัวเสีย
“ใช่! รถฉันเสียอยู่ตรงนี้มาจะครึ่งชั่วโมงแล้ว นายรีบมาก็แล้วกัน น่าโมโหชะมัดทั้งหลงทางแล้วยังรถมาเสียอีกนี่”
“ขอโทษ แต่มีอะไรให้ผมช่วยไหม”
ทวีรัฐเดินเข้าไปหาผู้ชายที่ทำท่าว่ารถยนต์จะเสีย และอีกฝ่ายก็มีท่าทีว่าคลางแคลง เขาจึงดึงบัตรประจำตัวออกมาให้ดู
“ผมเป็นตำรวจ ว่าแต่รถของคุณเป็นอะไร”
“อ๋อ รถผมสตาร์ตไม่ติดน่ะครับ พยายามแก้ไขแล้วแต่ก็เหลวเปล่านี่กำลังรอเพื่อนมารับ ติดต่อไปที่อู่แถวนี้แล้วแต่ก็ยังไม่มีใครมา”
“ให้ผมช่วยไหม”
แทนคำตอบคือการผายมือ ทวีรัฐจึงเข้าไปตรวจดูอีกครั้ง
ใช่ว่าเขารู้เรื่องเครื่องยนต์มากนักหรอก หากเขาไม่ค่อยไว้ใจที่เห็นชายแปลกหน้าคนนี้ในบริเวณบ้านของวริษามากกว่า ทวีรัฐลองเช็คเครื่องยนต์ดู และค่อนข้างเบาใจหลังพบว่ามันเสียจริง
“ท่าจะอาการหนัก ให้ผมไปส่งที่ไหนไหมครับคุณ”
“ไม่ดีกว่าครับ เดี๋ยวเพื่อนผมจะมารับ”
ชายแปลกหน้าอ้างถึงชื่อของอู่แถวนี้ว่ากำลังเดินทางมา และเอ่ยขอบคุณ ทวีรัฐจึงขอตัว ก่อนกลับขึ้นรถของเขาและขับจากมา ส่วนชายคนนั้นก้าวกลับขึ้นรถยนต์อีกครั้ง เขายิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อเอ่ยต่อกับปลายสาย
“เรียบร้อยแล้วครับนาย ไม่มีปัญหา แล้วนายจะให้ผมทำอย่างไรกับเธอต่อไปดีครับ”
กิจวัตรประจำวันของวริษามักอยู่ที่ร้าน แต่ถ้าวันไหนเธอมีธุระข้างนอก หญิงสาวก็จะมารับถิรายุที่โรงเรียน ดังเช่นวันนี้
เกือบบ่ายสามก็ถึงเวลาเลิกเรียนของโรงเรียนอนุบาลประจำอำเภอ วริษาขับเจ้ากะบะคันเก่าคู่ใจที่เพิ่งส่งของให้ลูกค้ามา จอดข้างกำแพงขาวคาดน้ำตาล เธอลงจากรถยนต์ตรงไปที่ประตูโรงเรียน หญิงสาวยกมือไหว้คุณครูที่ยืนประจำอยู่ ก่อนเปิดยิ้มกว้างเมื่อเห็นลูกชายแสนซน เดินจูงมือกับคุณครู
อีกท่านออกมาพลางหัวเราะร่า
ถิรายุกำลังพูดเจื้อยแจ้วกับคุณครูคนสวย แต่พอเห็นผู้เป็นแม่ เด็กชายก็ปล่อยมือ และวิ่งตรงมาหามารดาตะโกนเรียกเสียลั่น
“แม่ฝนค้าบ!”
ผู้เป็นแม่ยิ้มทั้งสีหน้าและดวงตา หญิงสาวลดตัวลงนั่งยองๆ รอรับร่างเล็กๆ ที่โถมเข้ามาหานั่นเข้าไปกอดเสียเต็มแรง พลางหอมแก้มนุ่มนิ่มของลูกชายฟอดใหญ่ทั้งสองข้าง จากนั้นเธอจึงคลายอ้อมแขนแล้วยืดตัวขึ้นยืน พร้อมกับอุ้มถิรายุขึ้นมาพลางเอ่ยเตือน
“ยุครับ หนูยังไม่ได้ลาคุณครูเลยนะครับ”
ถิรายุยิ้มแหยและยกมือขึ้นไหว้
“ยุจะกลับแล้วคับ คุณครูหวาน”
คุณครูหวานรับไหว้พลางโบกไม้โบกมือลาเด็กชาย วริษาวางลูกน้อยลงยืน ก่อนจับจูงกันเดินตรงไปที่รถยนต์ และเช่นเคย ดวงตาคู่หวานอมเศร้าไม่ได้แลสิ่งใดเลย ในสายตาของเธอมีเพียงบุตรชายที่กำลังพูดอยู่เท่านั้น และถ้าหากวริษาจะสนใจมองรอบๆ ตัวสักนิด เธอก็คงพบว่ามีรถสปอร์ตสีดำคันหรูจอดสนิทนิ่งอยู่นานแล้ว นานก่อนที่รถของเธอจะเข้ามาจอดเสียอีก ผู้ปกครองที่มารับบุตรหลานต่างมองกันเป็นตาเดียว เมื่อได้พบเจอกับความหรูหราที่แสนจะแปลกตาของพาหนะสุดแพงคันนั้น เพราะในชีวิตประจำวันไม่ค่อยจะได้พบเห็นมากนัก
วริษาเดินเลยรถยนต์คันนั้นมาแล้ว เมื่อประตูรถคันดังกล่าวเปิดออก พร้อมๆ กับร่างสูงของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิททั้งตัวก้าวลงมา ผิวเขาขาวจนเผือด รูปร่างเขาสูงใหญ่มองเห็นชัดว่าเป็นลูกครึ่ง ทั้งยังใบหน้าหล่อเหลานั้นอีกที่ดึงความสนใจให้คนมอง
หากเขาหาได้สนใจไม่ เพราะภายใต้แว่นกันแดด นัยน์ตาเรียวยาวดำสนิท กวาดจับอยู่ที่วริษากับเด็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างเจ้าตัวกำลัง
ใช้ความคิด ริมฝีปากหยักได้รูปสวยเม้มเป็นเส้นตรง
การถูกมอง ถูกจ้องทำให้วริษารู้สึกตัว เธอหยุดเดินและเหลียวมองไปยังเจ้าของสายตานั่น ก่อนจะนิ่งขึงไป
ใช่... เขาหล่อเหลาน่ามอง แต่ว่านั่นใช่ความสนใจของวริษาที่มีต่อเขาไม่ ลมหายใจเธอสะดุด มือที่กำมือถิรายุเผลอกำแน่น ดวงตาคู่โศกมีแต่แววหวาดหวั่น เจ็บปวด
ทำไมวริษาจะจำเขาไม่ได้!
“แม่ฝนคับ ยุเจ็บ”
คำประท้วงทำให้เธอรู้สึกตัว วริษาก้มลงมองลูกน้อยเธอคลายมือและย่อตัวลงอุ้มถิรายุขึ้นมา แล้วก็ไม่แม้แต่จะมองชายคนนั้นอีก
เธอออกเดินอีกครั้งจนเกือบจะกลายเป็นวิ่ง ด้วยต้องการให้ถึงรถเร็วที่สุด และได้แต่หวังว่าเวลาที่ผ่านมาหลายปี ‘เขา’ จะเห็นเธอเป็นเพียงแค่เศษดินที่ขวางทางเดินจนต้องเตะทิ้ง หรือไม่ก็แค่ดอกหญ้าที่ขึ้นอยู่ข้างทาง รอคอยให้คนเหยียบย่ำแล้วผ่านไป
วริษาภาวนา วอนขอ นี่เป็นแค่เรื่องบังเอิญ...
“ฝน!”
แต่คำวอนของเธอกลับไม่เป็นจริง!
วริษาใจหายวาบ ขาที่ก้าวหยุดชะงักงันไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่เธอจะเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
“ฝน!!”
เธอเริ่มออกวิ่ง หัวใจเต้นแรง ดวงตาสองข้างร้อนผ่าวและเกือบจะดิ้น เมื่อสุดท้ายถูกยึดต้นแขนไว้มั่น วริษาตัวแข็งกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ยามกระชับอ้อมแขนกอดถิรายุไว้มั่น
“แม่ฝนคับ คุณลุงคนนี้เรียกแน่ะคับ”
เด็กชายบอกมารดา เมื่อเห็นว่าผู้เป็นแม่ไม่ได้ยิน ถิรายุส่งยิ้มกว้าง-
ขวางแจ่มใสให้ ‘คุณลุง’ อย่างที่เคยได้รับการสอน
“แม่ไม่รู้จักหรอกลูก คุณลุงคงทักคนผิดน่ะ”
วริษาบอกเสียงเย็น พยายามระงับอาการเสียวแปลกๆ ในอกให้หยุดอยู่แค่นั้น สั่งใจห้ามน้ำตาไม่ให้ไหล แต่ว่าเมื่อจะเดินต่อก็ทำไม่ได้เพราะเขายังไม่ยอมปล่อยเธอ
หญิงสาวหลับตาลงก่อนลืมขึ้น พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึก สายตาเมื่อตวัดมองมีแต่ความเย็นชา
“กรุณาปล่อยด้วยค่ะ คุณทักคนผิดแล้ว”
