บทที่ 5 อยากได้

พสุสูดลมหายใจลึก สะกดอารมณ์รวดร้าวที่แล่นปราดขึ้นอย่างบ้าคลั่ง แววตาเปล่งประกายวาบด้วยความกระหายอยากหลังจินตนาการไปถึงว่า ป่านนี้แม่สาวน้อยใสซื่อคนนั้นคงจะกำลังวิ่งเตลิดกลับไปยังห้องนอนของเธอ ผิวกายเนียนคงจะแดงระเรื่อและร้อนรุ่มไปด้วยความกระสันอยากที่แฝงไปกับเสียงคำรามเรียกชื่อเธอในห้องน้ำของเขาอย่างแน่นอน

ความต้องการที่คิดว่าเพิ่งจบลง ถูกไฟราคะก้อนใหม่ที่สุมทรวงไปกับจินตนาการอันเร่าร้อนปลุกเร้าขึ้นอย่างบ้าคลั่งระลอกสอง คราวนี้พสุไม่สนใจที่จะพาตัวเองกลับเข้าไปปลดปล่อยความทรมานในห้องน้ำแคบ ๆ อีกต่อไป เขาเลือกที่จะก้าวถอยหลังแล้วทิ้งร่างกำยำลงกลางที่นอนกว้าง

ฝ่ามือหนายกกระปุกยาแก้ไข้ขึ้นมาในระดับสายตา นิ้วโป้งลากไล้ไปตามผิวสัมผัสเรียบเนียนของมันพลางจินตนาการถึงเจ้าของไออุ่นที่เพิ่งละทิ้งของสิ่งนี้ไว้ ชายหนุ่มคลายความกำยำของตัวเองออกอีกครั้งพร้อมกับปิดเปลือกตา ปล่อยใจดำดิ่งลึกไปกับความเพลิดเพลินของภาพลวงตาอันหวามไหว เขากระชับกระปุกยาในมือแน่น จินตนาการว่าความเย็นชืดและนุ่มนวลนั้นคือฝ่ามืออ่อนนุ่มของเวฬาที่กำลังปรนเปรอตัวตนของเขา และร่างเนียนใสที่เบียดกระแซะอยู่ใต้ร่างบนเตียงหลังนี้... เสียงครางต่ำเริ่มระเบิดออกมารอบใหม่ ท่ามกลางความมืดที่กรุ่นไปด้วยกลิ่นอายรัญจวนที่ยากจะถอนตัว

ตัดกลับมาที่ห้องนอนฝั่งปีกซ้ายของบ้าน สัตวแพทย์สาวกำลังเผชิญหน้ากับพายุอารมณ์ลึกลับ ที่พัดพาไฟราคะเร่าร้อนถาโถมเข้ามาในร่างเธอและทำให้ผิวกายเธอร้อนผ่าวไปทุกตารางนิ้ว แม้เธอจะไร้ประสบการณ์แต่เวฬาก็ไม่ได้ไร้เดียงสาถึงขนาดจะไม่รู้ว่าเกิดอารมณ์ใดขึ้นกับตัวเอง เธอทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้าง แต่ความเย็นของผ้าปูที่นอนกลับไม่ได้ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายที่รุ่มร้อนดั่งไฟสุมนี้ลงได้เลย

เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา เธอรักแต่วิชาการและมุ่งมั่นอยู่กับตำรา ไม่เคยสนใจเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ และบอดสนิทเรื่องสัญชาตญาณทางเพศ หญิงสาวจึงไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าความต้องการที่กำลังแล่นพล่านอยู่นี้ เธอจะต้องจัดการกับมันอย่างไร

“อื้อ ทำไมมันถึงได้อึดอัดขนาดนี้นะ”

เสียงหวานครางพึมพำเสียงกระเส่าด้วยความทรมาน เวฬาชันเข่าขึ้นเบียดชิดกัน ลมหายใจหอบถี่สั่นสะท้าน มือเรียวเล็กที่สั่นเทายกขึ้นมาลูบคลำตามหน้าอกอิ่มตึงและแผ่นท้องราบเรียบของตัวเองหวังจะช่วยบรรเทาความวาบหวามระคนซ่านสยิวที่กระจุกแน่นอยู่ตรงกลางกาย ทว่าสัมผัสจากปลายนิ้วตัวเองกลับยิ่งทำให้ทรมาน เธอทำได้เพียงแค่ลูบไล้ไปตามผิวเนื้อเนียนละเอียดอย่างเงอะงะ ไร้เดียงสาเกินกว่าจะรู้วิธีปลดปล่อยให้ตัวเองฝ่าไปถึงจุดสุขสม สำเร็จความใคร่จนเสร็จเหมือนคนที่มีประสบการณ์

เธอได้แต่นอนพลิกกายไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนที่นอนอันแสนยับยู่ยี่ แต่ไม่ว่าจะพยายามข่มตานอนเท่าไหร่ก็หลับไม่ลง เวฬาไม่สามารถสลัดจินตนาการอันเร่าร้อนดิบเถื่อนกับเสียงคำรามแหบต่ำของพี่เขยที่ก้องสะท้อนเรียกชื่อเธอซ้ำ ๆ ออกไปจากหัวได้เลย ทุกครั้งที่หลับตา ภาพความแข็งขึงดุดันที่เบียดหน้าท้องเธอก็ยิ่งชัดเจนจนใจเต้นกระสับกระส่าย

สุดท้ายเมื่อทนความรุ่มร้อนไม่ไหว เวฬาจึงตัดสินใจหนีความขัดแย้งในใจไปพึ่งน้ำเย็น หญิงสาวพาเรือนร่างอ้อนแอ้นที่อ่อนระทวยเข้าไปในห้องน้ำ เปิดน้ำเย็นจัดจนเต็มอ่างแล้วหย่อนกายลงไปแช่ทั้งตัวหวังให้ความเย็นช่วยดับไฟราคะ

ซ่า...สายน้ำเย็นเยียบโอบอุ้มผิวเนื้อแดงระเรื่อ ทว่าหัวใจดวงน้อยใต้ทรวงอกอวบกลับยังคงเต้นระส่ำรัวแรงไม่เปลี่ยน เวฬายกมือขึ้นกอดอกตัวเองซบหน้าลงกับหัวเข่า ความสับสนปนเปกับความซาบซ่านทำให้เธอเผลอเม้มปากแน่น ก่อนจะเอ่ยต่อว่าคนต้นเรื่องออกมาแผ่วเบา

“คนบ้า พี่พสุบ้า จะครางเรียกชื่อน้องทำไมกันนะ”

คำตัดพ้อนั้นไม่ได้มาจากความโกรธเคือง แต่มันเต็มไปด้วยความหวั่นไหวและกระเจิดกระเจิง บ่งบอกชัดเจนว่ากำแพงความไร้เดียงสาของน้องเมียได้พังทลายลงแล้ว และเธอกำลังก้าวเข้าสู่บ่วงศีลธรรมเส้นเดียวกับพี่เขยอย่างสมบูรณ์แบบ

แสงรุ่งสางวันใหม่สลัวรางเข้ามาทางหน้าต่างในเวลาเกือบหกนาฬิกา แต่เวฬารู้สึกเหมือนเธอเพิ่งผ่านคืนที่ยาวนานที่สุดในชีวิตมา การนอนกระสับกระส่ายตลอดคืนทำให้เธออ่อนเพลียจนต้องฝืนใจลุกขึ้นมาเตรียมอาหารเช้าให้พี่สาวที่นอนป่วยตามความเคยชิน เธอคิดว่าป่านนี้พี่เขยคงตื่นออกไปคุมงานโรงรีดนมตั้งแต่ตีสี่เหมือนทุกวัน หญิงสาวจึงเดินออกจากห้องนอนตรงมายังห้องครัวทันทีโดยไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้า เธออยู่ในชุดนอนกางเกงขาสั้นผ้าเนื้อนิ่มสีหวานอมพูอ่อน แม้รูปลักษณ์จะดูเรียบง่ายธรรมดา ทว่าเนื้อผ้าที่ทิ้งตัวทึบแต่อ่อนนุ่มกลับแนบชิดไปตามโค้งเว้าสรีระระหง และการที่เธอไม่ได้สวมใส่ชุดชั้นใน ยิ่งทำให้ยอดอกอิ่มตึงดุนดันเนื้อผ้าบางเบาออกมาเห็นเลือนรางสลัว ๆ โดยอัตโนมัติ ส่งให้ชุดนอนแสนเรียบไร้ความเซ็กซี่แปรเปลี่ยนเป็นความยั่วยวนตาตามธรรมชาติที่อันตรายอย่างยิ่ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป