บทที่ 10 งานใหญ่

“งานใหม่เหรอพี่”

“เออ ถ้างานนี้สำเร็จเราจะได้เงินก้อนโตกัน”

“งั้นไปเลยพี่ ผมอยากได้เงินไปจ่ายค่าเทอมลูก”

“งั้นมึงต้องให้ทางโน้นหาลูกค้าได้เยอะๆแล้วมึงจะสมหวัง” ชัชชัยพูดจบก็พากันไปที่รถเพื่อข้ามไปฝั่งลาวก่อนจะหมดเวลา

จ่าหนุ่ยดูลาดเลาใกล้บ้านนายโกศลเมื่อเห็นลูกน้องของเขาขับรถออกมาจากบ้านก็ขับตามไปห่างๆแล้วคุยกับจ่าดอมคู่หูที่ดักรอข้างหน้าเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว

“รับทราบ” จ่าดอมมองไปทางถนนที่คู่หูบอกก็เห็นรถกระบะสีดำสี่ประตูติดฟิล์มดำมืดมองไม่เห็นว่าในรถมีกี่คนแต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะเขามีหน่วยข่าวรออยู่ที่ฝั่งลาวและติดต่อหัวหน้าทีมเพื่อรายงานให้ทราบอยู่แล้ว

เวลาผ่านไปหนึ่งเดือน

หลังจากที่ลัคนากลับมาทำงานเธอก็ไม่มีเวลาว่างเพราะต้องวางแผนเตรียมงานแต่งงานอีกสองงานและงานเลี้ยงอีกห้างานเรียกว่าเดือนนี้ทั้งเดือนเธอต้องทำงานทุกวันไม่หยุดเหมือนพนักงานทุกคนในบริษัท แต่ทุกคนก็ได้รับค่าตอบแทนอย่างสมชลสมเนื้อทำให้เธอคิดถึงบ้านก็ได้แต่โทรคุยกับพ่อแม่ทุกวัน ส่วนพี่ชายก็คุยกันอาทิตย์ละครั้งสองครั้ง

“ไปนอนได้แล้วลูก พรุ่งงนี้ต้องไปทำงานแต่เช้าไม่ใช่เหรอ” พิสมรยิ้มให้ลูกสาวแม้อยากให้ลูกกลับมาอยู่บ้านแต่เธอไม่บังคับลูก ส่วนลูกชายก็พักที่ร้านในเมือง

“ค่ะแม่ หลิวรักพ่อกับแม่ค่ะ ฝันดีค่ะ”

“ฝันดีลูก..”

ลัคนาวางสายจากแม่แล้วปิดไฟนอน ส่วนคนเป็นแม่ก็เข้านอนพร้อมกับสามีและเวลาสองทุ่มในต่างจังหวัดมันมืดมากและบ้านเรือนก็อยู่ห่างกันหากเกิดอะไรขึ้นก็ยากที่จะรู้แต่มันไม่มีเหตุการร้ายแรงเกิดขึ้นมาก่อน

เวลา 02.20น.

“ปัง ปังๆๆ..”

เสียงปืนดังขึ้นกลางแม่น้ำโขงเมื่อเจ้าหน้าที่วางแผนจับกุมคนร้ายแก๊งค่ามนุษย์และค้ายาเสพติดกลุ่มเดียวกับเรือระเบิดคราวก่อน หลังจากที่ตามสืบเงียบๆมาเป็นเดือนจนพวกมันชะล่าใจเพราะคิดว่าเจ้าหน้าที่ไม่ติดตามเรื่องเรือระเบิดแล้วเพราะงานนี้ทางผู้บัญชาการสูงสุดของสี่เหล่าทัพประชุมลับเพื่อจับปลาตัวใหญ่จึงมองหมายภารกิจลับครั้งนี้ให้ทหารหน่วยรบพิเศษร่วมมือกับหน่วยนรข.และเจ้าหน้าที่ฝั่งลาวจัดการจึงไม่มีใครแร่งพรายเรื่องนี้ และคืนนี้พวกมันขนย้ายหญิงสาวจากฝั่งลาวข้ามมาฝั่งไทยและยังส่งมอบยาเสพติดล็อตใหญ่ให้ลูกค้า

“เอาไงดีพี่ชัช ได้พวกตำรวจมันรู้ได้ยังไงวะ”

“ก็หนีสิวะ มึงจะอยู่ให้ไอ้พวกนั้นมาจับก็ตามใจ” ชัชชัยพูดจบก็กระโดดลงจากเรือว่ายชลเข้าฝั่งเพื่อเอาตัวรอดจากการตามล่าของเจ้าหน้าที่เพราะเรือของเขาเป็นทีมคุ้มกันเรือบรรทุกสินค้าที่ขนข้ามมาจากฝั่งลาวและใกล้จะถึงฝั่งไทยและเขาไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่ทหารจะดักรอ

“กูจะตามพวกนั้น มึงตามเรือลำโน้นนะ” น่านฟ้าบอกเพื่อแล้วกระโดลงชลว่ายตามชัชชัยกับลูกน้องทั้งสองไปติดๆ

“ผมไปด้วย” หมวดหมอกก็กระโดดลงชลว่ายตามรุ่นพี่ไปติดๆ

“ไอ้บ้าเอ้ย กัดไม่ปล่อยจริงๆนะมึง” ชัชชัยขึ้นฝั่งแล้วหันไปมองก่อนจะวิ่งฝ่าความมืดไปในสวนผลไม้และแถวนี้เขาไม่คุ้นเสียด้วยสิ

“พี่ชัชรอด้วยสิ” ลูกน้องทั้งสองก็ตะกายขึ้นฝั่งแล้ววิ่งหนีหัวซุกหัวซุนตามลูกพี่และตอนนี้พวกมันไม่มีอาวุธปืนแต่มีมีดจึงหนีเอาตัวรอดก่อน

“แยกย้ายกันไปสิวะ ถ้าพวกมึงเอาแต่ตามกูก็จบเห่กันหมดหรอก” ชัชชัยบอกลูกน้องแล้วทั้งสามก็วิ่งแยกย้ายกันไปคนละทาง

น่านฟ้ากับมงคลวิ่งตามมาติดๆก่อนจะให้สัญญาณมือกันแยกย้ายตามลูกน้องของนายโกศลและทางน่านฟ้ามีสองคน ส่วนทางมงคลมีคนเดียว

“โธ่เว้ย อย่าให้กูรู้นะว่าใครเป็นหนอน กูเอามึงตายแน่” ชัชชัยพูดไปวิ่งหลบไปและหันไปมองข้างหลังไปด้วยบวกกับความมืดก็ทำให้เขาวิ่งหลบหนีลำบากจึงหลบหลังต้นหมายเพื่อสู้และคิดว่าคนที่ไล่ตามเขาคือเจ้าหน้าทหารตำรวจจึงเล็งปืนไปทางลูกน้องพออยู่ในระยะสายตาตาเห็นเงาทะมึนเขาก็ยิงทันที

“ปังๆๆๆ...”

“โอ้ย พี่ชัชช่วยด้วยผมถูกยิง..”..”

“เวรแล้วกู ไอ้เต่า ไอ้เต่า..” ชัชชัยเก็บปืนทันทีเมื่อได้ยินเสียงลูกน้อง นี่เขายิงผิดคนงั้นเหรอและยิ่งมั่วๆไปหลายนัด

“พะ พี่..”

“ได้เต่า..” ชัชชัยเวิ่งไปหาลูกน้อง “มึงเป็นยังไงบ้าง ไอ้เต่าได้ยินกูมั้ย เพี้ยะๆๆ..” ชัชชัยตบหน้าลูกน้องที่ทำงานด้วยกันมานานแต่ร่างกายอ่อนปวกเปียกนั่นแสดงว่าเขาเป็นคนปลิดชีวิตมันไปแล้ว “ไอ้เต่าตื่นสิวะ ไอ้เต่า ไอ้เต่า..”

น่านฟ้าวิ่งตามหลังลูกน้องของชัชชัยแล้วเขาได้ยินเสียงปืนหลายนัดจึงหมอบลงแล้วมองเห็นลูกน้องของมันผงะหงายหลังเพราะแรงกระสุนเข้าลำตัวหลายนัด จึงค่อยๆคลานไปตอนมันวิ่งมาดูลูกน้องเพื่อเข้าใกล้ตัวมันตอนเผลอตัวและเขาก็เห็นมันชัดจากล้องอินฟาเรดโดยที่มันไม่รู้ตัว

“กูขอโทษนะไอ้เต่า..” ชัชชัยมองซ้ายมองขวาแล้วปล่อยร่างลูกน้องลงพื้นอย่างไม่แยแสตอนนี้เขาต้องเอาตัวรอดให้ได้ก่อน

“หยุดนะไอ้ชัช มึงไม่รอดหรอก..” เสียงห้าวพูดขึ้นแล้วกระแทกปืนในมือจ่อศีรษะชัชชัยในระยะประชิด

“มึงเป็นใคร” ชัชชัยถามเสียงกร้าวแล้วกระชับปืนในมือ

“พ่อมึงไง ชัดมั้ย”

“ไอ้เหี้ยเอ้ย ถ้ากูยอมให้มึงก็โง่สิวะ..” ชัชชัยพูดจบก็ก้มลงแล้วปัดปลายปืนออกแล้วตวัดเท้าเตะพับขาแล้วน่านฟ้าจ้องอยู่จึงพลิกตัวแล้วเตะสวน

จากนั้นทั้งสองก็ซัดกันนัวจนกระทั่งปืนของชัชชัยหลุดมือและเขาเสียเปรียบน่านฟ้าที่มองเห็นชัดเจนจึงเตะต่อสะเปะสะปะก่อนจะถูกน่านฟ้าล็อคตัวไว้ได้

“ปล่อยกูสิวะ ไอ้สัตว์อย่าให้กูรอดไปนะมึงไม่รอดแน่” ชัชชัยตะคอกเสียงดังและจุดที่เขาอยู่มันไม่ไกลจากแม่น้ำโขงและบ้านเรือนห่างไกลกันก็อาจจะได้ยินเสียงปืน

“มึงเอาตัวให้รอดก่อนเถอะ”

“กูว่ามาคุยกันดีกว่ามั้ย ถึงกูถูกจับแต่นายกูใหญ่ยังไงก็ต้องช่วยกูแน่”

“เสี่ยโกศลน่ะเหรอ”

“ใช่..”

บทที่ 6 ไกลหัวใจ

“ป่านนี้คงไปรอมึงที่สถานีตำรวจแล้วมั้ง” น่านฟ้าพูดเย้ยหยันชัชชัยที่ถูกเขาจับได้แล้วก็ยังคิดว่าเจ้านายมันจะช่วยได้งั้นเหรอ “จับปลาเล็กได้ตัวหนึ่งตายตัวหนึ่ง” เสียงห้าวติดต่อกับหัวหน้าทีมบอกให้รู้ว่าเขาปฏิบัติภารกิจสำเร็จแม้พยานจะตายหนึ่งคนก็ยังเหลืองอีกหนึ่งคน

“ปลาใหญ่ไหวตัวทันหนีข้ามฝั่งลาวไปแล้ว ตอนนี้ประสานงานกับฝั่งลาวตามล่าอยู่” พลอทิปบอกเพื่อนเพราะตอนนี้ทีมของเขากับเจ้าหน้าที่ของประเทศลาวกำลังติดตามอย่างใกล้ชิดและคิดว่าจะจับตัวได้แน่นอน

“โอเค เดี๋ยวเจอกันที่สถานี”

“ผมจับปลาเล็กได้แล้วครับ” มงคลรายงานหัวหน้าทีมเมื่อจับลูกน้องอีกคนของชัชชัยได้

“โอเค เดี๋ยวเจอกันที่สถานี ระวังตัวด้วย”

จากนั้นน่านฟ้าก็ใส่กุญแจมือชัชชัยแล้วเก็บปืนก่อนจะพากลับไปทางแม่น้ำโขงแล้วให้เรือมารับและเขาไม่รู้ว่านายโกศลและลูกค้าได้ร่วมมือกันจ้างทีมคุ้มกันสินค้าและถ้าพลาดก็ให้เก็บลูกน้องทุกคนที่ถูกจับเพื่อตัดตอนไม่ให้สาวถึงพวกเขาและน่านฟ้าก็เพิ่งสั่งเกตุเห็น

“ถ้ามึงไม่อยากถูกเก็บก็อยู่เงียบๆ..” เสียงห้าวกระซิบชัชชัยเบาๆ

“กูไม่กลัว ช่วยด้วยกูถูกไอ้ตำรวจจับ” ชัชชัยคิดว่าเป็นพรคพวกของเขาจึงตะโกนออกไปเสียงดัง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป