บทที่ 16 จำใจช่วย
“ไม่เป็นไรครับ”
“นั่งเฉยๆ..” เธอลืมไปว่าตอนที่ล็อคคอเขามีเลือดซึมออกมาจากไหล่ของเขา
น่านฟ้านั่งนิ่งตามที่เจ้าของบ้านคนสวยบอกแล้วสายตาของเขาก็อยู่ระดับเดียวกับหน้าท้องแบนราบขาวนวลเนียนสะดือบุ๋มน่ารักน่าเลียแล้วคิดภาพตวัดปลายลิ้นไล้เลียทำเอาปากคอแห้งผากกลืนชลลายเหนียวหนึดลงคออย่างลำบาก
“แผลปรินี่ เดี๋ยวฉันจะทำแผลให้ใหม่รอเดี๋ยวนะ” ลัคนาเปิดเสื้อมองแผลที่เย็บสนิทแต่มีเลือดซึมออกมาเพราะเขาขยับแขนใช้แรง
น่านฟ้ามองตามร่างเพรียวระหงเดินออกประตูบ้านไปที่สำนักงานผู้ใหญ่บ้านที่อยู่ห่างไปประมาณยี่สิบเมตรและมีห้องพยาบาลมีอุปกรณ์ทำแผลและมียาสามัญประจำบ้านที่ภรรยาของผู้ใหญ่บ้านเตรียมไว้เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่บาดเจ็บเล็กๆน้อยๆหรือปวดหัวตัวร้อน หากอาการหนักมากกว่านี้ก็ต้องไปโรงพยาบาลในเมือง
“ทำเป็นหรือเปล่า”
“เป็นสิ” ก็เธอเป็นลูกพยาบาลมีตาเป็นหมอยายเป็นพยาบาลและปู่ยังเป็นอดีนายทหารอีกเลือดแค่นี้เธอไม่กลัวหรอก
“หลิวไม่กลัวเลือดใช่มั้ย ไม่ใช่ว่าผมต้องมาดูแลคุณเป็นลมนะ” ชายหนุ่มพูดหยอกเย้าลัคนาที่ตั้งใจดูบาดแผลของเขา
“ตาเย็บแผลให้คุณงั้นเหรอ” หญิงสาวทำความสะอาดแผลให้เขาและคุยไปด้วย
“ก็ถ้าคุณเป็นทหารจริงและทำภารกิจอยู่พ่อแน่นอนว่าแม่ของฉันต้องช่วยคุณ และคนทำแผลให้คุณก็น่าจะเป็น
ตาของฉัน” หญิงสาวพูดกับเขาอย่างรู้ดีเพราะถ้าเป็นเรื่องราชการพ่อของเธอต้องช่วยแน่นอน
“คุณตาคุณยายของคุณเป็นหมอพยาบาล คุณปู่ก็เป็นทหารลุงของคุณก็เป็นหมอแล้วทำไมคุณถึงไม่เรียนหมอเรียนพยาบาลเหมือนพวกท่านล่ะ” เขารู้เพราะพ่อแม่ของลัคนาเล่าให้ฟัง
“ฉันไม่ชอบ แล้วคุณล่ะทำไมเป็นทหารครอบครัวของคุณเป็นทหารเหรอ” ลัคนาชวนเขาคุยเพราะอยากรู้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหนเขาจึงเรียนทหารความคู่กับเรียนบริหาธุรกิจทำให้ได้ปริญญาตรีสองใบและปริญญาโทบริหารธุรกิจระหว่างประเทศอีกหนึ่งใบ
“ใช่ พ่อของผมเป็นทหารและผมอยากรับใช้ชาติเหมือนพ่อก็เลยเรียนทหารครับ” เขาเห็นพ่อเป็นทหารแต่พี่ชายต้องดูแลบริหารธุรกิจของครอบครัว
“แล้วคุณมาทำภารกิจที่นี่เหรอคะ”
“ครับ..”
“เกี่ยวกับนายโกศลถูกจับใช่มั้ย”
“คุณรู้”
“ก็รู้ตั้งแต่เรือระเบิดเพราะพวกค้ายาหักหลังกันและเจ้าหน้าที่ไม่สามารถทำอะไรผู้มีอิทธิพลในจังหวัดมานานและครั้งนี้เขาถูกจับก็สมควรแล้วคนแบบนี้ให้นอนตายในคุกนั่นเลย” เธอไม่ได้อยากแช่งใครตายแต่สำหรับนายโกศลนั้นไม่ใช่เพราะเขาทั้งคายาเสพติดค้าของเถื่อนค้ามนุษย์และยังกดขี่ข่มเหงชาวบ้านเพื่อต้องการที่ดินและเขาสั่งฆ่าคนได้อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย
“คนเลวก็สมควรรับโทษแล้ว” น่านฟ้าถามลัคนาแล้วมองหน้าเธอที่อยู่ห่างไม่ถึงสองคืบแล้วเขาก็อยากจูบเธอ “บ้าจริงๆ..” เสียงห้าวสถบออกมาอย่างลืมตัว
“เป็นอะไรคุณ ว่าฉันเหรอ” ลัคนาชะงักเมื่อจู่ๆเขาก็สถบออกมาแล้วมองสบตาเขาและจังหวะเดียวกับน่านฟ้ามองมาพอดี
เหมือนกับโลกหยุดหมุนเวลาหยุดเดินทันทีบรรยากาศในบ้านเงียบกริบไม่ได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของทั้งสองที่ตกอยู่ในหลุมดำลึกโดยที่พวกเขาไม่รู้ว่าได้ดึงดูดกันและกันจนกระทั่งใบหน้าหล่อโน้มไปหาใบหน้าสวยจนกระทั่งลมหายใจรดรินกันและริมฝีปากห่างกันไม่ถึงนิ้ว
“บรื้นนนๆๆ..” เสียงรถของผู้ใหญ่ระพินมาพอดี
“เอ่อ สะ เสร็จแล้วค่ะ” ลัคนาผงะหน้าหนีแล้วเก็บของอย่างลนลานแล้วเดินออกไปจากบ้านเพื่อเอาอุปกรณ์ทำแผลไปเก็บที่ห้องพยาบาลของแม่
น่านฟ้ามองตามหลังร่างเพรียวระหงเดินลิ่วออกไปแล้วยกยิ้มมุมปากหากเขาเห็นตัวเองก็จะรู้ว่าเหมือนเสือร้ายกำลังเล็งเหยื่อแล้วเลือกว่าจะกินตรงไหนก่อนหากเป็นผู้หญิงคนอื่นคงป้อนเขาถึงปาก แต่ลูกสาวของผู้มีพระคุณทำให้เขาไม่กล้าทำอะไรเธอ
“มึงต้องบ้าไปแล้วแน่ๆไอ้น่าน..” ชายหนุ่มกัดฟันข่มอารมณ์ของตัวเองก่อนที่จะถูกผู้ใหญ่ระพินส่องด้วยลูกซองข้อหาหื่นใส่ลูกสาวของท่าน
ผู้ใหญ่ระพินรู้ว่าลูกสาวกลับบ้านและเจอกับนายทหารหนุ่มอยู่ที่บ้านแล้วก็กลัวว่าจะมีปัญหาจึงรีบกลับบ้านแต่ช้าไปแล้วเพราะลูกสาวของเขาเอาอุปกรณ์ทำแผลไปเก็บ
“เกิดอะไรขึ้นลูก” ร่างสูงใหญ่ของผู้ใหญ่ระพินที่อายุเยอะแล้วเขาก็ยังดูดีสมาร์ทเหมือนหนุ่มๆเพราะออกไปดูแลช่วยเหลือชาวบ้านก็เหมือนได้ออกกำลังกายไปด้วย
“คือว่าหลิวเข้าใจผิดแล้วทำให้แผลของเขาปริจนเลือดซึมค่ะ”
“พ่อไม่คิดว่าหลิวจะกลับบ้านก็เลยไม่ได้บอกน่ะ”
“เขาไม่ใช่คนร้ายจริงเหรอคะพ่อ”
“ไม่ใช่ลูก ท่านผู้บัญชาการหน่วย นรข.ยืนยันแล้วว่าเขามาทำภารกิจและขอให้พ่อช่วยเหลือและช่วยเก็บเป็นความลับเพราะเขามาจากหน่วยรบพิเศษน่ะลูก”
“เรื่องนายโกศลใช่มั้ยคะพ่อ”
“ใช่ลูก บ้านเราก็คงอยู่อย่างสงบได้สักพักใหญ่ๆ ส่วนคุณน่านเขาไม่อยากให้ใครรู้ว่าถูกยิงจึงของเก็บตัวอยู่ที่นี่สักพักน่ะลูก”
“ถ้าพ่อโอเค หลิวก็โอเคค่ะ”
“แล้วลูกหลับมาทำไมไม่บอกพ่อแม่ล่ะ”
“ก็หลิวอยากเซอร์ไพรส์พ่อกับแม่ไงคะ แต่หลิวกลับเซอร์ไพรส์เสียเอง ขอโทษนะคุณฉันไม่รู้ คนไม่รู้ก็ไม่ผิดใช่มั้ย..” ลัคนาพูดแล้วยิ้มพอพ่อเผลอเธอก็จิกตาใส่เขา
“ครับคุณหลิว”
“คราวนี้ลูกจะอยู่กี่วันล่ะ”
“น่าจะสามสี่วันค่ะพ่อ พอดีหลิวมาดูผ้าไหมให้เจ้านายค่ะ”
“ดีลูก อยู่หลายๆวัน เดี๋ยวเย็นนี้จะได้กินข้าวกับตายายด้วย”
“ค่ะพ่อ งั้นหลิวเอาของไปเก็บก่อนนะคะ เดี๋ยวหลิวจะไปหาใบหม่อนที่ร้านขอตัวนะคะ” ลัคนาบอกพ่อก่อนจะขอตัวเอาขอไปเก็บที่ห้องนอนของตัวเอง
ผู้ใหญ่ระพินยิ้มให้ลูกสาวและมองตามหลังลูกสาวที่หิ้วกระเป๋าเอกสารขึ้นไปเก็บที่ห้องนอนชั้นสองแล้วหันกลับมายิ้มให้นายทหารหนุ่มหล่อ
“ขอโทษนะคุณน่าน ลูกสาวผมเธอไม่รู้ว่าคุณน่านพักที่นี่” ผู้ใหญ่ระพินขอโทษน่านฟ้าที่ลูกสาวของเขาทำให้ได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง
“ไม่เป็นไรครับอาผู้ใหญ่ ผมว่าพรุ่งนี้เย็นผมจะกลับค่ายแล้วครับ ตอนแรกจะบอกอาผู้ใหญ่ตอนเย็นครับ”
“คุณน่านไม่ต้องเกรงใจอยู่จนแผลหายก็ได้ครับ และไม่ต้องเกรงใจลูกสาวผมนะคนนี้น่ะเวลากลับบ้านจะเห็นหน้าแค่เช้าเย็นเท่านั้นแหละครับ”
“ไม่ใช่ครับ เดี๋ยวผมต้องไปรายงานตัวด้วยครับ”
“อ่อ เข้าใจแล้วครับ”
“ผมขอขอบคุณอาผู้ใหญ่มากนะครับ” น่านฟ้ายกมือไหว้ขอบคุณผู้ใหญ่บ้านที่ช่วยเหลือเขาและดูแลเป็นอย่างดี
“ไม่เป็นไรคุณน่าน คุณเสียสละตัวเองทำภารกิจเพื่อประเทศชาติเป็นเรื่องที่ควรยกย่องมากกว่าครับ”
“ผมปฏิบัติภารกิจนี้เป็นภารกิจสุดท้ายแล้วครับ”
“ทำไมล่ะครับ”
“พอดีที่บ้านของผมทำธุรกิจและมีแค่พี่ชายดูแลคนเดียวและผมได้ทำอาชีพในฝันของผมแล้วก็ต้องทำเพื่อครอบครัวด้วยและผมทำเรื่องลาออกไว้แล้วครับ” เขาไม่จำเป็นต้องปิดบังผู้ใหญ่บ้านแล้วเพราะเขาได้ส่งหนังสือลาออกให้ผู้บังคับบัญชาแล้ว
“คนเราต่างก็มีภาระหน้าที่ของตัวเอง แต่ไม่ว่ายังไงครอบครัวก็สำคัญที่สุดครับ”
“ใช่ครับ ถ้าอาผู้ใหญ่ไปกรุงเทพก็โทรหาผมนะครับ คุณพ่อของผมท่านอยากจะเลี้ยงขอบคุณอาผู้ใหญ่ครับ” เขาคุยให้พ่อฟังและท้านก็บอกว่าอยากเลี้ยงขอบคุณผู้ใหญ่บ้านระพินที่ช่วยเหลือลูกชายของท่าน
“ไม่เป็นไรหรอกคุณน่าน เราต่างก็ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่าคิดว่าเป็นบุญคุณต่อกันเลย”
“คุณพ่อของผมท่านอยากรู้จักอาผู้ใหญ่ด้วยครับ”
“ก็ได้ครับ เอาไว้ผมเข้ากรุงเทพแล้วผมจะโทรหาคุณน่านละกัน” เขาเป็นแค่ผู้ใหญ่บ้านนอกแล้วอดีตนายทหารชั้นผู้ใหญ่จะมาอยากรู้จักเขาทำไมกัน
