บทที่ 18 แยกย้าย
จากนั้นทุกคนก็ดื่มกาแฟและคุยกันแล้วลัคนาก็รู้เรื่องภารกิจของพวกเขาคร่าวๆแล้วอนุวัฒน์ก็มาสมทบทำให้ทุกคนรับประทานอาหารกล่างวันด้วยกันก่อนจะแยกย้ายกันไปทำงาน
“แล้วเจอกันที่กรุงเทพนะครับคุณหลิว” อนุเดชบอกสาวสวยเพราะมะรืนนี้เขาก็จะกลับกรุงเทพพร้อมกับน่านฟ้า
“ค่ะหมอทอย”
“ผมไปนะครับชล” มงคลก็บอกลาเจ้าของร้านและตอนนี้เขาก็ขยับไกล้ชิดเธอไปอีกขั้นหนึ่งคือคบหาศึกษานิสัยใจคอกัน
“ค่ะ” สายชลยิ้มให้หมวดหนุ่มกับหัวหน้าและเพื่อนๆของเขารอจนพวกเขาเดินออกไปจากร้านก็หันมาเห็นสายตาล้อเลียนหยอกเย้าของเพื่อนก็เขิน “มองไร..”
“มองคนมีความรักอ่ะดิ”
“แค่คบหาดูใจกัน ยังไม่ได้รักสักหน่อยแก”
“แหมๆ สายตาของฉันไม่ผิดหรอกน่า ถึงว่ากาแฟร้านของแกหวานผิดปกติ คริๆๆ..” ลัคนาแซวเพื่อนแล้วหัวเราะ
“ขำไรวะ” อนุวัฒน์ไปเข้าห้องชลกลับมาเห็นเพื่อนหัวเราะ
“ไม่มีไร ว่าแต่แกเถอะจะร้านใบหม่อนกับหลิวจริงเหรอ”
“จริงสิ ไหนๆแกก็มาแล้วช่วยเลือกผ้าไหมให้สักสองสามผืนจะเอาไปฝากผู้ใหญ่น่ะ”
“เอาไปให้ใครดาบ”
“หมวดเว้ย ไอ้ชลนี่แกลดยศฉันตลอดเลย รู้แล้วว่าสู้พี่หมวดของแกไม่ได้ เช้อะ” อนุวัฒน์ว่าเพื่อนอย่างหมั่นไส้
“แกรีบพามันไปเลยหลิว ก่อนที่ฉันจเตะมันออกจากร้าน”
“ไปเถอะหลิว อยู่นี่เหม็นเบื่อคนมีความรักว่ะ” อนุวัฒน์พูดกับเพื่อนแล้วชวนเพื่อนไปทำธุระของตัวเอง
"ไปนะชล เดี๋ยวพรุ่งนี้จะแวะมาดื่มกาแฟนะ"
สายชลมองตามเพื่อนทั้งสองแล้วยิ้มก่อนจะกลับทำทำบัญชีร้านเพราะใกล้สิ้นเดือนแล้วคิดเีรื่องจัดรายการโปรโมชั่นร้านเพื่อดึงดูดลูกค้าแม้ที่ร้านของเธอจะมีลูกค้าเยอะก็ต้องจัดการดูแลบริการให้ดีที่สุดเพื่อให้ลูกค้าประทับใจและกลับมาใช้บริการอีก
ที่กรุงเทพ
หลังจากคุยกับน้องชายเสร็จแล้วนาวีก็จัดการเซ็นเอกสารเร่งด่วนบนโต้ะจนเสร็จแล้วเขาก็ออกจากห้องทำงานเพื่อไปคุยกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ
“เอกสารบนโต้ะผมจัดการเรียบร้อยแล้วนะครับพี่ชบา” นาวีแวะบอกเลขาแล้วเดินไปที่ห้องรับรองแขก
“ก๊อกกๆๆ..”
“คุณนาวี..” พิจิกาลุกขึ้นทันทีเมื่อเห็นไฮโซหนุ่มหล่อเดินเข้ามาในห้องรับรองและเสียดายที่เธอไม่ได้เข้าไปในห้องทำงานของเขา
“ไม่ทราบว่าคุณพิจิกามาหาผมมีธุระอะไรครับ” เขาแค่รู้จักกับพิจิกาในงานเลี้ยงงานหนึ่งและมีความสัมพันธ์กันแค่หลายครั้งโดยไม่ผูกมัดและครั้งล่าสุดก็เมื่ออาทิตย์ก่อนเพราะเขาไม่ชอบผู้หญิงที่ไม่ใช่แฟนโทรหาตามจิกว่าอยู่ที่ไหนไปกับใครทำไมถึงไม่ไปหาเธอ เขาจึงห่างกับเธอและไม่ยอมรับโทรศัพท์
“แหมคุณนาวีถามแบบนี้ไอซ์น้อยใจนะคะ ไอซ์คิดถึงคุณนาวีและติดต่อไม่ได้จึงมาหาที่นี่ค่ะ” พิจิกายิ้มหวานให้ไฮโซหนุ่มหล่อทายาทของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ชื่อดังกับนักธุรกิจหญิงแกร่งหนึ่งในห้าของเมืองไทยและเธออยากเป็นคนที่ยืนเคียงข้างเขาแต่มันไม่ง่ายเลย
“ผมว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วไม่ใช่หรือไงว่าคุณกับผมคบกันสถานะไหน”
“แต่ไอซ์ชอบคุณนาวีค่ะ เราเป็นมากกว่าเพื่อนกันไม่ได้เหรอคะ” ดาราสาวพูดเสียงหวานออดอ้อนนาวีหวังให้เขาเห็นความจริงใจที่เธอมีให้เขา
“ที่จริงผู้หญิงที่ผมนอนด้วย ผมไม่เคยคิดว่าเธอเป็นเพื่อนกันเพราะเราแลกเปลี่ยนกันอย่างยุติธรรมแล้วไม่ใช่หรือไง อย่าล้ำเส้นผมเลยคุณพิจิกา”
“คุณนาวีคะ..”
“ผมมีงานต้องทำไม่มีเวลามานั่งฟังเรื่องไร้สาระแบบนี้ ขอตัวนะ” เขาพูดคำไหนคำนั้นและไม่สนใจว่าใครจะมองยังไงและตอนจะมีความสัมพันธ์กันเขาก็บอกไปแล้วและเธอก็ตกลงเพราะฉะนั้นไม่มีสิทธิ์จะมาเรียกร้องให้เขาสนองความต้องการให้เธอ
“คุณนาวีคะ คุณนาวี..” พิจิกาลุกขึ้นเรียกไฮโซหนุ่มตามหลังเขา “ไอ้คนบ้า ฉันอุตส่าห์มหาถึงที่ยังปฏิเสธอีก บ้าๆ..” ดาราสาวยืนกำมือแน่นด้วยความไม่พอใจก่อนจะคว้ากระเป๋าแล้วเดินออกไปจากห้องรับรองแขก
นาวีเดินออกจากห้องแล้วถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายเขารู้สึกว่าพักหลังมานี้เขาเบื่อหน่ายกับการไปเที่ยวกลางคืนเขากลับอยากนอนพักผ่อนอยู่บ้านบ้าง
“เฮ้ นาวี..” อรรถพลเรียกน้องชายที่อายุน้อยกว่าสองปีและพวกเขาก็สนิทกันเพราะเรียนที่เดียวกันมาตลอดจนจบปริญญาโทที่อเมริกา
“โธ่พี่อัตเรียกซะเสียงดังผมตกใจหมดเลย”
“ขวัญอ่อนจริงๆนะน้องฉัน แล้วนี่คุยธุระเสร็จแล้วเหรอวะ”
“ไม่มีอะไรครับ เธอก็แค่แวะมาทักทายเท่านั้น”
“อืม แค่ทักทายแต่ทำเอาแกเดินเหม่อจนไม่เห็นหัวพี่นี่นะ”
“ผมแค่คิดอะไรนิดหน่อยเองพี่ ว่าแต่มีอะไรถึงมาหาผมได้ เอ้ะ พี่อัตผอมลงป่ะเนี่ย” นาวีเดินนำพี่ชายเข้าไปในห้องทำงานแล้วนั่งที่มุมรับแขกของเขา
“ก็ลงไปหลายโลอยู่นะ”
“ดีแล้วพี่ ร่างกายจะได้แข็งแรง แล้วมีแรงปั๊มหลานให้ลุงคมกับป้าทุม หึหึๆๆ..” อรรถพลพูดแล้วหัวเราะขำพี่ชายที่ถูกป้าสะใภ้จับแต่งงานแต่ถ้าพี่ชายไม่ชอบก็คงไม่แต่งเพราะกว่าจะมาถึงเจ้าสาวคนนี้ก็มีสาวๆมากมายที่ป้าสะใภ้พามาแนะนำ
“ถึงทีแกแล้วฉันจะสมชลหน้าให้ดู” อรรถพลไม่ได้สนใจน้องชายแซวแม้การแต่งงานครั้งนี้จะเกิดขึ้นเร็วแต่เขาก็เลือกนีรนาถเพราะเธอไม่ได้สนใจรูปร่างอวบเกือบอ้วนของเขาและเขาอยู่กับเธอก็รู้สึกผ่อนคลายแต่เขาก็รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไงแต่ขอทำตามหัวใจสักครั้งและยังมีเวลาอีกสองเดือนจะถึงเดือนกันยายนที่เขาแต่งงานกับคู่หมั้นสาว
“อ้าว ผมไม่เกี่ยวสิพี่ ว่าแต่พี่มาหผมมีอะไรหรือเปล่าครับ”
“พอดีพี่จะมาขอใช้สถานที่สวนสนุกของแกขอคุณนีนแต่งงานน่ะ” อรรถพลพูดแล้วก็เขินน้องชายเพราะเขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน
“ว้าวว งานนี้พี่ผมมีความรักแล้วว่ะ”
“พอๆ ไม่ต้องมาแซวเลย จัดการให้หน่อยขอเป็นช่วงกลางคืนนะ”
“งั้นดินเนอร์ใต้แสงเทียนบนหอคอยมั้ยล่ะ แล้วผมจะเปิดไฟสวนสนุกให้รับรองบรรยากาศโรแมนติกแน่” นาวีเสนอพี่ชายเพราะมุมดีที่สุดของสวนสนุกคือหอคอยที่สูงถึงสี่สิบห้าชั้นสำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบความสูงสามารถนั่งกระเช้าลอยฟ้า กระโดดหอและมองเห็นสวนสนุกและกรุงเทพมหานครได้สามร้อยหกสิบองศา
“ดีๆ งั้นนายจัดการให้ด้วย” อรรถพลเห็นด้วยกับน้องชายทันที
“คิดก่อนก็ได้พี่อัต”
“แกคิดให้แล้วทำไมพี่ต้องคิดอีกล่ะ ยังไงสเกลเอาใจหญิงพี่สู้แกไม่ได้อยู่แล้วจริงมั้ย”
“ชมใช่ป่ะพี่”
“ก็ชมสิวะ จะมีแต่ไอ้น่านสิที่มีตาไม่มีแววเล่นแต่คนมีเจ้าของ”
“แหมพี่อัต มีผู้หญิงที่ไหนจะบอกละว่า ฉันมีแฟนแล้วนะคะ คุณจะเอาฉันต้องระวังเท้าผัวฉันด้วยนะคะ” นาวีพูดเสียงเล็กเสียงน้อยขำๆ
“มันก็จริงของแกว่ะ หึหึๆๆ..”
“แล้วพี่จะให้ผมจัดการให้วันไหนก็บอกละกัน ส่วนเรื่องอาหารพี่ก็สั่งโรงแรมไอ้นินก็ได้” นาวีแนะนำโรงแรมเพื่อนของน้องชายให้พี่ชายไปจัดการเรื่องอาหารเอง
“ขอบใจนะนาวี เดี๋ยวพี่นักคุณนีนได้แล้วจะบอกแกนะ”
“พี่ชายจะมีเมียทั้งที่ผมยินดีทำให้เต็มที่ครับด
“ถ้าแกแต่งเมื่อไหร่พี่ก็จะช่วยเต็มที่เหมือนกัน แต่ตอนนี้แกไปหาแฟนให้ได้ก่อนนะ หึหึๆๆ..”
“ผมไม่รีบพี่ ไม่รีบเลย เชิญพี่ตามสบายเถอะครับ”
“โอเคๆ เออ ว่าแต่ไอ้น่านกลับมาบ้างหรือเปล่า”
“เห็นบอกว่าสองสามวันจะกลับนะครับ”
“เดี๋ยวต้องโทรบอกมันเรื่องวิรินสักหน่อย” อรรถพลพูดถึงไฮโซสาวเพื่อนสมัยเรียนมัธยมของน่านฟ้าที่มักจะไปหาเขาถามถึงน้องชายบ่อยๆเพราะวิรินยาเป็นเพื่อนกับนีรนาถเรียนด้วยกันที่อังกฤษก่อนจะแต่งงานแล้วย้ายไปอยู่กับสามีที่สเปนพอหย่าก็กลับบมาเมืองไทย
“มันคงรู้แล้วแหละพี่” ก็งานนี้น้องชายร่วมปฏิบัติภารกิจด้วยย่อมรู้ว่าพ่อของวิรินยามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
“พี่กลัวมันจะหลงเสน่ห์แม่ม่ายเอาน่ะสิ เขาว่าเสน่ห์แรงด้วยนะและน้องชายเรามันก็ชอบทำอะไรที่มันท้าทายด้วยสิ หึหึๆๆ..”
“ถ้ามันเอาก็เอาไปนานแล้วพี่อัต”
“จริงด้วยว่ะ ไม่งั้นยัยวิรินคงไม่ขยันถามหามันหรอก งั้นพี่ไปดีกว่า แกจะได้ทำงาน ขอบใจนะนาวี” อรรถพลพูดจบก็ลุกขึ้น
