บทที่ 19 ลีลาหนุ่มใหญ่

“ยินดีครับพี่ เย็นนี้ไปดื่มกันมั้ย”

“พรุ่งนี้ดีกว่า คืนนี้พี่มีนนัดแล้วว่ะ”

“เบื่อคนมีแฟนจังเลยว่ะพี่”

“ทำไงได้วะ ไปล่ะ..” อรรถพลเดินออกไปจากห้องทำงานของน้องชายกลับบริษัทของตัวเอง

นาวีมองตามหลังพี่ชายแล้วยิ้มตอนแรกก็เหมือนจะถูกบังคับให้ไปเจอสาวแล้วทั้งสองก็ชอบกันตอนนี้ก็ตื่นเต้นอยากแต่งงานซะงั้นและเขาก็ยินดีกับพี่ชายที่รักษาความโสดมาได้ถึงสามสิบหกปี ส่วนเขานั้นไม่รู้ว่าเนื้อคู่เกิดหรือยังก็ไม่รู้

ส่วนวิรินยาที่นาวีกับอรรถพลพูดถึงเป็นลูกสาวของพลเอกวิทย์นายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นข่าวพัวพันกับคดีของนายโกศลและนายสะหวันหรือคนไทยรู้จักในชื่อนนทวัชนักธุรกิจชื่อดังของประเทศลาวถูกจับข้อหาค้ายาเสพติดค้าของเถื่อนค้ามนุษย์และฟอกเงิน ทำให้ผู้ที่มีส่วนร่วมระส่ำระสายที่เขาไปตามๆกันและหนึ่งในนั้นคือพลเอกวิทย์กับพลเอกพัฒนาที่เพิ่งเลื่อนขั้นได้ไม่ถึงปีและที่เขาได้เลื่อนขั้นก็ใช้เงินใต้โต้ะไปกว่าสองร้อยล้านและเงินที่ได้มาก็มาจากนายโกศลที่เขาเอาข้อมูลของทางทหารไปแลกและฟอกเงินให้แล้วคนที่ได้ผลประโยชน์จากการเลื่อนขั้นของเขาก็เป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ใกล้เกษียณที่มีอำนาจทั้งหลายและคนกลางก็คือนายพลวิทย์นายทหารรุ่นพี่ของเขาช่วยเคลียร์เส้นทางให้เขาและสุดท้ายนายพลวิทย์ก็เข้ามามีส่วนร่วมกับเขาส่งข้อมูลให้นายโกศลจนสนิทสนมกันจึงเป็นข่าวไปด้วย

“คุณพ่อเกี่ยวข้องกับพวกเขาหรือเปล่าคะ” วีรินยาถามพ่อเพราะท่านรู้จักสนิทสนมกับนายโกศลและนายนนทวัชไปตีกอล์ฟด้วยกันประจำ

“พ่อแค่รู้จักเฉยๆน่ะ” เขาคิดว่าเจ้าหน้าที่สืบสาวส้นทางการเงินไม่เจอแน่เพราะเขาฝากไว้ที่สิงค์โปร ส่วนเรื่องรู้จักสนิทสนมกันก็ไม่ได้มีเขาคนเดียว

“แต่ข่าวออกไปแบบนี้คุณพ่อเสียหายนะคะ” ตอนนี้ข่าวประโคมเรื่องเจ้าพ่อยาเสพติดและบุคคลที่ใกล้ชิดรู้จักสนิทสนมก็โดนกันหมด

“เดี๋ยวค่อยจัดการ ตอนนี้สื่อกำลังร้อนปล่อยมันไปก่อน”

“ไม่ได้ค่ะ คุณพ่อต้องจัดการเรื่องนี้ไม่งั้นวีรินจะเอาหน้าไปไว้ไหนทุกคนต่างก็คิดว่าครอบครัวเราเกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วยนะคะ” วิรินยาเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศได้ไม่ถึงปีหลังจากไปเรียนต่อและแต่งงานกับสามีชาวสเปน พอเลิกกันเธอก็กลับมาอยู่เมืองไทยเฉิดฉายในวงสังคมไฮโซและเสนอหน้าออกงานการกุศลเพื่อสร้างซื่อเสียงให้ตัวเองจนได้เป็นนางแบบกิตติมศักดิ์และพยายามจะสานสัมพันธ์กับเพื่อนเก่าอย่างน่านฟ้าที่เคยมีซัมติงกันสมัยเรียนมัธยมปลาย แต่ไม่ค่อยได้เจอเพราะน่านฟ้าไม่ออกงานและทำงานอยู่ที่สัตหีบแต่คนสวยเซ็กซี่และมีชาติมีสกุลมีการศึกษาและมีฐานะร่ำรวยย่อมมีหนุ่มๆมาจีบ

“ฉันบอกแล้วไงว่าปล่อยไปก่อน ใครจะคิดจะพูดยังไงก็ปล่อยมันไปสิแกจะสนใจทำไม”

“แต่ฉันเห็นด้วยกับลูกนะคุณ” คุณหญิงเมทินีพูดกับสามีเพราะเรื่องนี้กระทบชื่อเสียงของตระกูล

“เอาไว้ผมจะจัดการเอง” นายพลวิทย์พูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องนั่งเล่นด้วยความเบื่อหน่ายจึงออกไปหาความสำราญนอกบ้านที่มีแต่ของสวยๆงามๆเจริญหูเจริญตากว่าอีแก่ที่บ้าน

“คุณจะไปไหนคะ”

“ผมนัดเพื่อนไปตีกอล์ฟ”

“ไปตีกอล์ฟแน่นะ ไม่ใช่กว่าไปกกเมียน้อยนของคุณกันล่ะ"

“ผมบอกคุณหญิงแล้วว่าแค่เล่นๆเท่านั้น”

“อย่าให้ออกนอกหน้าหรือเป็นข่าวล่ะ ไม่งั้นฉันก็ไว้หน้าคุณเหมือนกัน” เธอยอมให้สามีมีเมียน้อยเมียเด็กตามที่เขาต้องการและให้อยู่ในขอบเขตเงียบๆไม่งั้นเธอจะฟ้องหย่าเธออยู่ตำแหน่งนี้มานานจะไม่ยอมสูญเสียสิ่งที่เธอสร้างมาจนมีหน้าตาและชื่อเสียงในสังคมไปแน่

“น่าเบื่อ..” นายพลวิทย์พูดใส่หน้าภรรยานับครั้งไม่ถ้วนด้วยความรำคาญก่อนจะตะโกนโหวกเหวกให้ลูกน้องเตรียมรถไปหาผู้หญิงของเขาที่ทำให้ผ่อนคลายและสบายใจ

“คุณแม่ยอมได้ยังไงคะ” วีรินยาพูดกับแม่อย่างไม่พอใจที่ท่านยอมให้พ่อมีบ้านเล็กบ้านน้อยและผู้หญิงพวกนั้นก็หวังแต่กอบโกยเงินทอง แล้ววิรินยาเองก็ลืมไปว่าเธอก็แต่งงานกับสามีคราวพ่อหวังเงินทองของเขาเช่นกันและที่หย่ากันก็เพราะเขาไม่สามารถสนองความต้องการให้เธอได้และตอนหย่าเธอก็ได้มาไม่น้อยเลยทีเดียว

“แม่ไม่ยอมหย่าเพื่อให้เขาไปเสวยสุขกับนังผู้หญิงพวกนั้นแน่ กว่าแม่จะมาถึงวันนี้ได้มั้นไม่ง่ายเลยนะลูก”

“ตามคุณแม่เถอะค่ะ แล้วเรื่องนี้เราจะทำยังไงกันดีคะ”

“ก็ไต้องทำอะไรนอกจากปฏิเสธไม่รู้เรื่องก็พอ ส่วนที่เหลือก็ให้พ่อของลูกเขาจัดการเอง” เธอรู้ดีว่าสามีไม่ได้ใจซื่อมือสะอาดแค่เงินเดือนทหารไม่ได้ทำให้ร่ำรวยหรือมีหน้ามีตาแต่เธอทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซื้อขายที่ดินและครอบครัวก็มีฐานะดีมีที่ดินเยอะจึงทำให้มีหน้ามีตาและยิ่งมีอำนาจเยอะทุกอย่างก็จะไหลเข้ามาไม่ขาดสายและเธอเป็นแม่บ้านผู้อยู่เบื้องหลังเป็นคนรับสินชลใจจากนักธุรกิจและนายทหารชั้นผู้น้อยทั้งหลายที่อยากเลื่อนขั้นทำให้มีรายได้เข้ามาไม่ขาดสาย

“ค่ะแม่..”

“ว่าแต่วีรินได้เจอคุณน่านฟ้าบ้างหรือเปล่าล่ะ แล้วไปถึงไหนกันแล้วลูก” เธอก็อยากให้ลูกมีความสุขและลูกสาวบอกว่าชอบน่านฟ้าเพื่อนสมัยเรียนมัธยมและยังเป็นลูกชายของอดีตผู้บัญชาการทหารเรือกับคุณหญิงบุญทริกานักธุรกิจหญิงชื่อดังของเมืองไทยถ้าได้เป็นดองด้วยก็จะทำให้ครอบครัวของเธอมีชื่อเสียงระดับประเทศ

“เจอกันแค่สองครั้งเองค่ะ จนป่านนี้วีรินยังหาน่านไม่เจอเลยไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนค่ะ"

“ทำไมไม่มองคนอื่นดูล่ะลูก”

“ยังไม่เจอใครเหมือนน่านค่ะ” แต่เธอก็มีคู่ควงไม่ซ้ำหน้าเหมือนกัน

“ถ้าจะจับผู้ชายดีๆวีรินก็ต้องทำตัวดีๆนะลูก ไม่ใช่จะควงผู้ชายมากหน้าหลายตาออกสื่อแบบนี้”

“วีรินอยากให้น่านเห็นว่าวีรินก็มีผู้ชายมาจีบเยอะนี่คะ”

“แต่ผู้ใหญ่จะมองไม่ดีนะลูก”

“โอเคค่ะแม่ วีรินจะปรับปรุงตัวค่ะ วีรินไปก่อนนะคะพอดีนัดเพื่อนไปสปาพรุ่งนี้ต้องไปงานแต่งงานของเพื่อนค่ะ” วิรินยาพูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกไปขึ้นรถแล้วขับออกไปจากบ้านหลังใหญ่

คุณหญิงเมทินีมองตามลูกสาวแล้วถอนหายใจเพราะวิรินยาไปอยู่เมืองนอกตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยจนแต่งงานและกลับมาก็เกือบสิบปีจึงมีนิสัยรักอิสระไม่สนใจไม่แคร์ใครแต่มันเป็นผลเสียและเธอก็สอนลูกไม่ได้ด้วย

ที่คอนโดหรูชั้นยี่สิบ

รังรักของนายพลวิทย์กับดาราสาวรุ่นลูกที่เขาจะมาหาอยู่กับเธอบ่อยๆและไม่มีใครสนใจเพราะนายพลคนดังมีเพนท์เฮ้าส์อยู่ชั้นยี่สิบคนละฝั่งกับของดาราสาวรุ่นลูกที่เขาซื้อให้เธอและทั้งชั้นนี้มีแค่สองห้องจึงไม่มีใครรู้นอกจากคนสนิทของนายพลคนดังและผู้จัดการส่วนตัวของดาราสาวที่ช่วยปกปิดเพราะอำนาจเงินของนายพลคนดัง

“พี่วิทย์ขามานานหรือยังคะ” ชินานางเดินออกมาจากห้องชลด้วยผ้าเช็ดตัวผืนเดียวห่อร่างกายขาวอวบอิ่มเนินอกล้นทะลักออกมายั่วยวนนายทหารหนุ่มรุ่นใหญ่ที่มีอำนาจบารมีและร่ำรวยแลเธอยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่ออนาคตของตัวเองเพราะเขามีให้เธอทุกอย่างที่ต้องการจึงเอาใจเขาเต็มที่และอยู่เงียบๆและเธอเป็นดาราจึงต้องระวังเรื่องข่าว

“ไม่นานครับที่รัก พี่อยากกินนมหนูนางแล้วครับ..” นายพลคนดังโอบกอดร่างอวบอิ่มที่นั่งตักเขาแล้วกระตุกผ้าขนหนูออกแล้วขยำสองเต้าอวบใหญ่อย่างหลงใหลเพราะชินานางทั้งขาวทั้งอวบสวยเซ็กซี่และยังเด็กเอาอกเอาใจเขาราวกับเจ้าชายและยังปรนเปรอเขาอย่างถึงพริกถึงขิง

“นางก็อยากกินกล้ายพี่วิทย์ค่ะ อ่า..” ชินานางพูดเสียงกระเส่าแล้วตวัดลิ้นเลียริมฝีปากหนาของเขาแล้วปรกบริมฝีปากจูบอย่างดูดดื่ม ถ้าเธอปรนเปรอเขาถึงอกถึงใจมากแค่ไหนผลที่ได้ก็มาตามไปด้วย

“อืมม..หนูนางถอดเสื้อผ้าให้พี่หน่อยสิ..” หนุ่มใหญ่หลงใหลกลิ่นสาวน้อยจึงลุกขึ้นเพื่อให้เธอถอดเสื้อผ้าแต่มือก็ยังบีบเค้นสองเต้าอีกมือก็สอดเข้าไปร่องสวาทที่ฉ่ำแฉะแล้วดึงนิ้วเข้าออก

“แจ้ะๆๆ แจ้ะๆๆ..”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป