บทที่ 2 ระเบิดลง
เสียงระเบิดดังกึกก้องกลางแม่น้ำโขงแสงไฟสว่างขึ้นทำให้นักท่องเที่ยวแตกตื่นตกใจวิ่งหลบหนีกันโกลาหลและอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะช่วงนี้ไม่มีงานอะไรทำให้เจ้าหน้าที่ฝั่งไทยกับฝั่งลาวประสานงานกันเพื่อตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้น
“เสียงอะไรน่ะแก” สายชลสาวสวยอวบอิ่มระยะสุดท้ายเจ้าของร้านกาแฟชื่อดังริมแม่น้ำโขงอยู่ไม่ไกลจากลานพญาศรีสัตตนาคราชถามเพื่อนเพราะเธออยู่หลังร้านแล้วได้ยินเสียงบึ้มดังกึกก้องจึงวิ่งออกมาดู
“เหมือนเสียงระเบิดเลยนะแก โน่นไงไฟไหม้เรือกลางลำน้ำโขงหรือเปล่า” พัสวีหรือวีพยาบาลสาวตอบเพื่อนเมื่อเห็นแสงไฟกลางลำชลโขงและผู้คนแตกตื่นกันโกลาหล
“เสียงดังขนาดนี้เรือน่าจะระเบิดนะแก” ลัคนาหรือหลิวสาวสวยใสน่ารักวัยปีเรียนจบมาได้สองปีกว่าและทำงานในบริษัทเวดดิ้งแพลนเนอร์ชื่อดังที่เธอได้ทำงานพิเศษและฝึกงานบริษัทไลลาเวดดิ้งแพลนเนอร์ที่ญาติผู้พี่เป็นผู้จัดการพอเรียนจบก็ทำงานต่อเพราะเธอชอบงานนี้แม้จะไม่ตรงกับสาขาที่เรียนมา
“เดี๋ยวถามนายอ้นก็ได้นี่แก” พัสวีหรือหวาน สาวสวยร่างเล็กอวบอิ่มเป็นพยาบาลสาวอยู่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังในกรุงเทพและกลับมาเที่ยวบ้านพร้อมกับเพื่อนแต่แวะมาบ้านเพื่อนที่นครพนมก่อนแล้วพรุ่งนี้จะไปบ้านของเธอที่อยู่อีกอำเภอหนึ่ง มองไปกลางแม่น้ำโขงและบอกเพื่อนเพราะอนุวัฒน์หรืออ้นเพื่อนอีกคนเป็นตำรวจประจำสถานีอำเภอเมืองนครพนมและเรียนมัธยมมาด้วยกันแต่มาแยกย้ายกันไปตอนเรียนมหาวิทยาลัยแต่ติดต่อกันตลอดพอกลับมาบ้านก็จะนัดเจอกันเป็นประจำ
“ช่วงนี้ไม่ค่อยมีข่าวยาบ้าก็ไม่มีนี่นา” สายชลหรือน้ำ สาวร่างอวบระยะสุดท้ายเพราะชื่อชอบอาหารขนมหวานมีความสุขกับการกินจึงทำให้ร่างกายของเธออวบอิ่มเพราะที่บ้านเธอเป็นเจ้าของร้านอาหารชื่อดังริมแม่น้ำโขงพอเรียนจบก็มาเปิดคาเฟ่ริมแม่น้ำโขงตามความชอบของตัวเอง
“แหม พอรู้จักผู้กงผู้กองจากสถานีเรือแล้วรู้เรื่องดีนะยะ” วรรณิสาหรือใบหม่อน สาวสวยหุ่นแซ่บเจ้าของร้านผ้าไหมชื่อดังของเมืองนครพนมและมีหลายสาขาในจังหวัดใกล้เคียงล้อเพื่อนเพราะช่วงนี้มีนายทหารมาจีบเพื่อนของเธอ
“แกรู้มั้ยว่าผู้กองนายเขาเป็นถึงลูกชายของรองผู้บัญชาการทหารเรือเลยนะ แล้วเขาจะมาสนใจผู้หญิงบ้านๆอย่างฉันได้ยังไง” ก็คนที่จีบเธอเป็นลูกน้องของเขาแต่คนไม่รู้ก็คิดว่าผู้กองหนุ่มหล่อมาจีบเธอเพราะมาดื่มกาแฟที่ร้านของเธอเป็นประจำ
“ถ้าไม่จีบแกแล้วเขาจะมาทำไมทุกวันล่ะ” พัสวีมองเพื่อนยิ้มๆ
“เขามากับลูกน้องน่ะสิ”
“ลูกน้องเหรอ หรือว่าลูกน้องเขาจีบแกใช่มั้ย” ลัคนาถามเพื่อนเพราะเธอเคยเห็นห่างๆแต่ก็รู้ว่านายทหารมากลุ่มนี้หน้าตาดีกันทุกคน
“งั้นมั้ง”
“ดูท่าว่ายัยน้ำจะขายออกเป็นคนแรกหรือเปล่าแก”
“พวกแกก็คิดไปไกลเลยนะ เขาจีบฉันจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ อีกอย่างพวกทหารเชื่อได้ที่ไหนล่ะ” เรื่องแบบนี้ก็ต้องดูกันไปนานๆและเธอกำลังสนุกกับงาน
“คนเราคงไม่เหมือนกันทุกคนมั้งแก ทหารก็มีหลายประเภทหรือเปล่าล่ะแก” ลัคนาพูดขึ้นและเธอไม่ตัดสินใครก่อนถ้าไม่รู้จัก
“เท่าที่เห็นก็ทั้งดื่มเหล้าเจ้าชู้ทั้งนั้นนะ ขนาดมีเมียแล้วบางคนยังมีกิ๊กอีก” ก็เธออยู่ใกล้สถานีเรือของเจ้าหน้าที่ทหารหรือ นรข.และรู้จักพวกภรรยาของนายทหารหลายคนที่เป็นลูกค้าร้านกาแฟ ร้านอาหารของครอบครัว
“งั้นที่เขาว่ากันว่า เป็นเมียทหารนับขวด เป็นเมียตำรวจนับแบงค์ เป็นเรื่องจริงงั้นสิแก” พัสวีพูดขำๆส่วนจะจริงหรือไม่นั้นเธอไม่รู้เช่นกัน
“ไม่รู้เหมือนกันแก แต่เห็นนายอ้นแล้วมันก็เหมือนๆกันป่ะ” ลัคนาพูดแล้วยิ้มเพราะเพื่อนของเธอก็ใช่ย่อยมีสาวๆตามไปถึงบ้านและที่รู้คือบ้านอยู่ติดกันนั่นเอง
“มันก็จริงของแกนะหลิว”
สี่สาวคุยกันไปเรื่อยเปื่อยและลืมเรื่องระเบิดกลางชลไปแล้วและเหตุการณ์ก็ปกติทุกคนก็ไม่มีใครสนใจอีกจนกระทั่งบ่ายก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
กลางแม่น้ำโขง
ขณะที่ทุกคนต่างก็พากันสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกลางแม่น้ำโขงพวกเจ้าหน้าที่ทหารเรือที่ดูแลปกป้องชายแดนแม่น้ำโขงก็ออกปฏิบัติหน้าที่อย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและสืบหาความจริงเกี่ยวกับเรือระบิดในครั้งนี้พอเกิดเหตุก็ออกเรือไปดูเหตุการณ์ทันที
“ผู้กองครับ จ่าหนุ่ยวิทยุมาบอกว่าเจอถุงสีดำลอยกลางแม่น้ำไม่รู้ว่าจะมาจากเรือระเบิดหรือเปล่าครับ” จ่าดอมรายงานเจ้านายที่อยู่บนเรืออีกลำดูสถานที่เกิดเหตุ
“ไปดูกัน เอาเรือยางไปนะจ่า ส่วนจ่าโทนดูแลที่นี่หากมีเบาะแสอะไรก็วิทยุไปบอกผมนะครับ” ผู้กองพลอทิปบอกลูกน้องแล้วลงเรือยางไปดูด้วยกัน พลอทิปหรือผู้กองนายเป็นลูกชายของรองผู้บัญชาการทหารเรือและมาประจำที่สถานีเรือนครพนม
“ครับผู้กอง” จ่าดอมก็ลงเรือยางไปพร้อมกับหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานอีกสองคนขับไปตามลำน้ำโขงตามที่เพื่อนร่วมงานแจ้ง
ส่วนเรือลาดตระเวรลำใหญ่ก็ยังอยู่จุดเดิมและตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำลงไปหาหลักฐานและแรงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วฝั่งไทยและฝั่งลาวขนาดนั้นคงไม่มีผู้รอดชีวิตเพราะขนาดเศษซากเรือยังไม่เหลือเลย แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ย่อท้อที่จะค้นหาหลักฐานว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“เป็นไงจ่า ในถุงมีอะไร”
“ผมว่าไอ้นี่มันคือต้นเหตุที่เรือระเบิดน่าจะเป็นการหักหลังกันครับ” จ่าดอมตอบเจ้านายแล้วยื่นห่อยาบ้ายาอียาไอซ์ให้หัวหน้าทีมดู
“งั้นเรื่องนี้อย่าแพร่งพรายออกไปจนกว่าเราจะมีหลักฐานเพิ่ม เดี๋ยวผมจะรายงานนายก่อน ทุกคนค้นหาหลักฐานและเบาะแสกันต่อไป” พลอทิปสั่งลูกน้องแล้วหยิบถุงยาไอซ์มาดูก่อนจะให้ลูกน้องในทีมเก็บไว้เป็นหลักฐานว่ามันจะเกี่ยวข้องกับเรือระเบิดหรือเปล่า
จากนั้นพลอทิปก็รายงานจ้านายและได้รับคำสั่งให้หาหลักฐานต่อและประสานงานกับฝั่งลาวจนกระทั่งสี่ทุ่มถึงได้เลิกค้นหาแต่แล้วลูกน้องของเขาก็เจอเศษซากเรือที่ไหลไปติดริมฝั่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณหนึ่งกิโลเมตรถึงรู้ว่าเป็นเรือจากฝั่งไทนเพราะชื่อเรือเป็นภาษาไทยจึงไม่อยากที่จะสืบหาต่อ
วันถัดมา
หลังจากพาลูกน้องตามสืบหาหลักฐานของเรือระเบิดแล้วพลอธิปกับลูกน้องก็ไปดื่มกาแฟที่ร้านประจำกันเหมือนเดิมเพราะกาแฟอร่อยและลูกน้องของเขาก็จีบเจ้าของร้านด้วยเขาเป็นหัวหน้าก็เลยไปด้วย
“สวัสดีครับคุณน้ำ” เรือเอกมงคล จิรปภาวรรณ หรือหมวดหมอกนายทหารเรือหนุ่มทายาทร้านทองชื่อดังของเมืองพิจิตรรุ่นน้องของพลอทิปทักทายสาวสวยร่างอวบที่เขาชอบและยิ้มให้เธอ
“สวัสดีค่ะหมวด วันนี้จะดื่มอะไรดีคะ” สายชลถามนายทหารหนุ่มที่เดินมาทักทายเธอถึงหน้าเคาน์เตอร์คิดเงินที่เธอนั่งอยู่
“ขอลาเต้ร้อนหนึ่ง กาแฟดำสอง คาปูชิโนหนึ่งครับ”
“ได้ค่ะ หมวดรอสักครู่นะคะ”
“รอนานแค่ไหนก็ได้ครับ”
“นายทหารปากหวานแบบนี้ทุกคนหรือเปล่าคะ” สายชลยิ้มให้ผู้หมวดหนุ่มหล่อ
"คนอื่นผมไม่รู้ครับ แต่ผมพูดออกมาจากใจจริงครับ" เขาเจอผู้หญิงมาก็มากแต่ไม่มีใครทำให้เขาอยากรู้จักสนิทสนมเหมือนกับสายชล
“อ้อค่ะ เอ่อ หมวดคะเมื่อวานเกิดอะไรขึ้นคะ”
“พอดีมีเรือระเบิดครับ ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่ครับ” เขาบอกเธอได้แค่นี้ส่วนรายละเอียดเขาไม่สามารถบอกได้แต่อีกไม่นานก็คงจะรู้กันทั่วประเทศแน่เพราะเจ้าของเรือเป็นคนดังในเมืองนครพนมและมีอิทธิพลมีพ่อเป็นอดีตนักการเมืองชื่อดังหากทำอะไรบุ่มบ่ามก็อาจจะทำให้คนร้ายไหวตัวและถ้าไม่มีหลักฐานพวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้
“เกี่ยวกับยาเสพติดมั้ยคะ แต่พักนี้เหมือนจะเงียบๆไปนะคะ”
“ผมยังไม่แน่ใจครับ แต่ส่วนมากก็มียาเสพติดและค้าของเถื่อนและค้ามนุษย์ที่ตามจับไม่หมดสักทีครับ” เหตุการณืเมื่อวานยังไม่มีบทสรุปเขาต้องสืบหาข้อมูลก่อนและตอนนี้ก็ประสานงานกับหน่วยรบพิเศษมาช่วยสืบข่าวเพราะทำงานเร็วแม่นยำ
“เพื่อนของน้ำบอกว่าเกี่ยวกับยาเสพติดและน่าจะเป็นการหักหลังกันค่ะ” สายชลพูดเบาแล้วมองซ้ายมองขวาเพราะเป็นความลับ
“เพื่อนคุณน้ำรู้ได้ยังไงครับ” มงคลถามเจ้าของร้านสาวเบาๆ
“นายอ้นเป็นตำรวจอยู่สถานีเมืองนครพนมค่ะ”
“อ้อ วันหลังผมต้องมาทำความรู้จักเพื่อนคุณน้ำแล้วครับ”
“ได้เลยค่ะ นายอ้นชอบมาทานอาหารเย็นที่ร้านค่ะ” สายชลบอกนายทหารหนุ่มหล่อที่แสดออกว่ามาจีบเธอและเธอยังรักษาท่าทีอยู่เพราะกลัวเขาจะจีบเธอเล่นๆ
“ผมคงต้องมาทานอาหารเย็นที่ร้านคุณน้ำ แล้วผมจะรู้ได้ยังไงครับว่าเพื่อนคุณน้ำจะมาทาอาหารวันไหน” เขาอยากรู้จักเพื่อนของสายชลแล้วสิยิ่งเป็นคนพื้นที่จะรู้เรื่องดีที่สุดและบางทีจะรู้เรื่องตำรวจนอกรีตที่ร่วมมือกับพวกนายทุนได้เร็วขึ้น
“เอายังไงดีล่ะคะ น้ำไม่มีเบอร์ติดต่อหมวดหมอกค่ะ”
“งั้นแลกเบอร์แลกไลน์กันดีกว่าครับ จะได้ติดต่อกันง่ายครับ” ผู้หมวดหนุ่มรีบกดโทรศัพท์ให้เจ้าของร้านคนงามเพื่อแลกไลน์กัน
สายชลยิ้มให้นายทหารหนุ่มหล่ออย่างรู้ทันแต่ก็ยอมแลกเบอร์โทรแลกไลน์ไอดีกับเขาเพราะเธอไม่ปิดโอกาสของตัวเองหากมีผู้ชายมาจีบก็ต้องดูก่อนว่าจะคบหากันได้แค่ไหนเพราะบางคนก็จีบเล่นๆบางคนก็เห็นว่าที่บ้านของเธอมีฐานะดีจึงมองข้าวร่างอวบของเธอและอยากรู้ว่าผู้หมวดหนุ่มจะจีบเธอจริงจังแค่ไหน
“เรียบร้อยค่ะหมวด ถ้าวันไหนเพื่อนของน้ำมากินข้าวที่ร้านแล้วน้ำจะทักไลน์ไปบอกนะคะ” เจ้าของร้านสาวยกโทรศัพท์ที่มีไลน์ของเขาโชว์หน้าจอให้ดู
“ขอบคุณครับ แล้ววันนี้ลูกค้าเยอะมั้ยครับ” มงคลหาเรื่องคุยกับสาวที่เขาชอบ
