บทที่ 7 ไม่กินเหยื่อ

“ขอบคุณครับ ไว้ผมจะโทรหานะครับ” น่านฟ้าพูดจบก็เดินจากไปพร้อมกับเพื่อนรัก

สามสาวมองตามหนุ่มหล่อทั้งสองลงเรือไปแล้วก็ดื่มกันต่อเพราะกว่าเรือสำราญจะปิดก็เที่ยงคืนและพวกเธอพักโรงแรมใกล้ๆนี่เอง

เวลา 22.00น.

ที่สถานีเรือก็เงียบสนิทเพราะดึกแล้วแต่ยังมีเจ้าหน้าที่ทหารอยู่เวรและออกลาดตะเวรทางชลเพื่อหาหลักฐานข้อมูลเรือระเบิดและวันนี้ทีมงานของพลอธิปก็ได้ข้อมูลมามากพอสมควรและสองหนุ่มหล่อก็ลงเรือสำราญทานอาหารจิบไวน์กับสาวสวยและยังได้ข้อมูลมาเพียบ เมื่อลงจากเรือก็เดินเล่นริมแม่น้ำโขงพอปลอดคนทั้งสองหนุ่มก็มาหาเพื่อนที่สถานีเรือนครพนมตามนัด

“หวัดดีเพื่อน”

“หวัดดี” น่านฟ้ายกกำปั้นขึ้นชนกับเพื่อนและลูกน้องในทีมของพลอทิปเหมือนเป็นธรรมเนียมพวกเขาทักทายกัน

“เป็นยังไงบ้างวะอาหารอร่อยมั้ย” พลอธิปถามเพื่อนยิ้ม”

“ก็งั้นๆแหละ ว่าแต่มึงได้อะไรมาบ้างล่ะ” น่านฟ้านั่งลงข้างเพื่อน

“ก็เยอะแหละ..”

จากนั้นทุกคนก็พูดคุยกันอย่างเป็นการเป็นงานและแบ่งหน้าที่กันทำเพื่อจะได้จบงานเร็วๆหากยืดเยื้อคนร้ายมันจะรู้ตัวเสียก่อน

“แต่งานนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้องด้วยนะ ทุกคนต้องระวังตัวไม่ให้พวกมันรู้ตัวและปิดเกมให้เร็วที่สุด” พลอทิปเป็นหัวหน้าทีมในครั้งนี้และบอกทุกคนตามที่เขาได้ข้อมูลวงในมา

“มันต้องมีมากกว่านี้ มึงคิดดูสิพวกมันกล้าทำแบบนี้และยังหักหลังกันกูว่าผลประโยชน์มันต้อมมีไม่น้อยทีเดียว แค่เราหาที่มไปที่มาของเงินได้ก็ตามไม่อยากแล้วเพื่อน เดี๋ยวกูจัดการเอง” คุณหมอหนุ่มไม่ได้เป็นแค่หมอแต่ยังเป็นแฮกเกอร์ฝีมือดีของทีม

“เดี๋ยวผมจะหาข้อมูลกับพวกลูกน้องของมันครับ”

“ผมจะไปกับจ่าหนุ่ยครับ”

“ส่วนมึงตามประกบลูกสาวของเขาไว้ก่อน กูว่าเธอจะมีประโยชน์กับเรา”

“กูไม่อยากเอาเธอเข้ามาเกี่ยว เดี๋ยวกูหาข้อมูลเองดีกว่า” เขาสืบดูประวัติของนายโกศลและคนรอบตัวก็รู้ว่าเครือข่ายของมันใหญ่กว่าที่คิดและคงไม่จบง่าย

“ได้ แล้วมึงไปหาข่าวจากเพื่อนคุณน้ำ อย่าลืมเรื่องแรงงานเถื่อนด้วยล่ะ”

“ครับผม..”

“เดี๋ยวกูจะออกหน้าเรื่องนี้เอง” เขาเป็นหัวหน้าทีมสถานีเรือและมาอยู่ได้สามปีจึงรู้จักพื้นที่แถบนี้ดีและนายโกศลก็ไม่ได้ค้าแค่ยาเสพติดเขายังค้ามนุษย์แรงงานเถื่อนอีกด้วยและจับได้แต่ลูกกระจ๊อกของมันสาวไปไม่ถึงตัวการใหญ่เพราะมันมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นหูเป็นตาให้จึงรอดมาได้ทุกครั้งและครั้งนี้เขาจะไม่พลาดแน่

“โอเค งั้นกูกลับก่อนนะ”

“ได้ เอาไว้กูจะติดต่อไป.”

“โชคดีทุกคน”

น่านฟ้ากับอนุเดชก็กลับโรงแรมและทำทีเป็นเดินเล่นลัดเลาะออกไปทางอุโมงค์นาคราชแม้จะดึกแต่ยังมีชาวบ้านประปรายบางคนก็มาตกปลาจึงไม่เป็นที่สงสัยก่อนจะเดินกลับโรงแรมและผ่านท่าเรือสำราญก็ลอบสังเกตุเพราะยังเห็นมีคนอยู่ในเรือ

เช้าวันถัดมา

ข่าวหนุ่มสาวไฮโซลูกหลานคนดังขอแต่งงานกันขึ้นหน้าหนึ่งข่าวสังคนเพราะเป็นลูกชายคนเดียวของนักธุรกิจในวงการอสังหาริมทรัพย์และเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านอาคารสำนักงานจิปาถะครบวงจร ส่วนเจ้าสาวก็เป็นทายาทคนเล็กของบริษัทผลิตสีทุกชนิดเรียกว่าเหมาะสมกันทุกด้านเพราะต่างก็มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน

“เอ้ะ นี่มันยัยนีนนี่ จะแต่งงานเหรอแล้วไปคบกับคุณอัตได้ยังไงทำไมฉันไม่รู้ล่ะ” มาลิษาเห็นข่าวของเพื่อนรักเพื่อนแค้นและพวกเธอยังเป็นญาติห่างๆกัน

“โห นี่ยัยนีนคว้าคุณอัตไปได้ยังไงอ่ะลิษา” รัชนีกรรู้ว่ามาลิษากับนีนหรือนีรนาถเป็นลูกพี่ลูกน้องกันและชิงดีชิงเด่นกันมาตลอดแต่ฐานะทางบ้านของมาลิษารวยกว่าเพราะพ่อของเธอเป็นทายาทคนโตที่รับช่วงต่อธุรกิจของตระกูล

“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ” เธอไม่รู้เลยว่านีรนาถคบหากับอรรถพลที่ไม่ได้อยู่ในสายตาเธอเพราะหน้าตาธรรมดาและยังอวบเกือบอ้วนไม่ได้โดดเด่นอะไรนอกจากรวยมีชื่อเสียงมีชาติตระกูลดีเท่านั้น แต่พอรู้ว่านีรนาถจะแต่งงานกับทายาทมหาเศรษฐีเธอก็อดอิจฉาไม่ได้ “ฉันจะกลับกรุงเทพวันนี้”

“แล้วแต่เธอเลย ฉันว่าจะอยู่ต่ออีกสักสองวันน่ะ”

“เธอจะเอาคุณน่านให้ได้ว่างั้น”

“แล้วเธอคิดว่าไงล่ะ”

“ก็เขาน่าเอาจริงๆอ่ะ งั้นฉันกลับพร้อมลิษาเลยละกัน” ที่นี่ไม่มีอะไรน่าสนใจสู้เธอกลับกรุงเทพดีกว่า

“งั้นเอาไว้เจอกันที่กรุงเทพนะ เดี๋ยวฉันจะบอกคนเตรียมรถไปส่งพวกเธอที่สนามบิน” ปรีณาบอกเพื่อนสนิทที่กลับกรุงเทพก่อน ส่วนเธออยู่ต่อเพื่อจะได้สานสัมพันธ์กับหนุ่มหล่อล่ำเร้าใจและไม่สนใจว่าเขาจะมาจากไหนเพราะท่าทางเคร่งขรึมและเย่อหยิ่งของเขามันกระตุ้นความต้องการของเธอ

“ขอบใจนะแป้ง วันหน้าฉันจะมาเที่ยวอีก” รัชนีกรขอบใจเพื่อที่ต้อนรับพวกเธอเป็นอย่างดีทั้งกินเที่ยว

“ไม่เป็นไรจ้ะ เอาไว้คราวหน้าเราชวนเพื่อนๆมาปาร์ตี้กันดีกว่า” เพื่อนๆทุกคนจะได้รู้ว่าเธอรวยจริงเพราะปกติชวนเพื่อมาเที่ยวที่บ้านไม่มีใครสนใจเพราะคิดว่าเป็นบ้านนอกมีแต่ไปเที่ยวภาคเหนือภาดใต้ทะเลและต่างประเทศกันมากกว่า

“ดีเลยแป้ง ปาร์ตี้บนเรือสำราญเดี๋ยวฉันจะชวนเพื่อนๆไว้ก่อนพร้อมกันเมื่อไหร่ก็มากัน”

เมื่อรับประทานอาหารเช้าอิ่มแล้วสองสาวก็กลับกรุงเทพก็เหลือแต่เจ้าของบ้านที่ยังอยู่และรู้ว่าน่านฟ้าพักที่โรงแรมใกล้กับที่เธอกับเพื่อพักแต่ไม่คิดจะไปหาตอนนี้เธอจะรอช่วงเย็นจะแวะไปทานอาหารเพื่อจะได้เจอเขา

ส่วนคนที่สาวๆพูดถึงเพิ่งตื่นนอนแล้วมานั่งดื่มกาแฟที่ระเบียงห้องพักมองวิวแม่น้ำโขงเขตแดนกั้นระหว่างฝั่งไทยกับฝั่งลาวที่ประชาชนทั้งสองประเทศค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมายแม้จะมีเจ้าหน้าที่ปราบปรามแต่มันก็ยังมีตัวตายตัวแทนมาเรื่อยๆปราบยังไงก็ไม่หมด

“คิดอะไรอยู่วะ”

“ก็เรื่องงานนั่นแหละ สงสัยวันนี้ต้องข้ามไปเที่ยวฝั่งลาวสักหน่อย”

“ก็เอาสิ เดี๋ยวกูโทรจองเรือเอง” อนุเดชก็เห็นด้วยกับเพื่อนเพราะเมื่อคืนเขาแฮกซ์ข้อมูลทางการเงินของนายโกศลกับครอบครัวและคนใกล้ชิดมีคนเดียวที่ผิดปกติและเป็นแค่คนขับรถกลับมีบ้านห้าหลังและที่ดินกว่าสิบแปลงในทำเลทองแต่เงินในบัญชีกลับมีไม่ถึงล้าน ส่วนปรีนาและพี่ชายกับแม่ก็มีเงินในบัญชีคนละสามสิบล้านส่วนนานยโกศลมีร้อยกว่าล้านและฐานการเงินก็มาจากธุรกิจเรือสำราญและเรือให้เช่าและนายโกศลยังมีหุ้นในท่าเรือฝั่งลาวอีก

“จัดการเลย เช้าๆแบบนี้คนเยอะดี” เขาชอบแฝงตัวไปในที่มีหมู่คนเยอะเพื่อจะได้ไม่มีใครสังเกตุ

“ต้องการไกด์สาวด้วยมั้ยล่ะ”

“ไม่ต้อง..” เสียงห้าวปฏิเสธทันทีโดยไม่ต้องคิด

“หึหึๆๆ..” อนุเดชหัวเราะเบาๆก่อนจะโทรจองเรือล่องแม่น้ำโขงและข้ามไปเที่ยวฝั่งลาวและนัดเรือไว้แล้ว “เรียบร้อย”

“งั้นกูไปอาบชลก่อนละกัน”

“เอ่อ.. นี่ๆไอ้น่านมึงเห็นข่าวพี่อัตของมึงหรือยังวะ” อนุเดชถามเพื่อนเมื่อเปิดแท็บเล็ตก็เห็นข่าวของอรรถพลขอสาวแต่งงาน

“ข่าวไรวะ”

“ขอสาวแต่งเมียน่ะสิ”

“ไม่จริงมั้ง”

“นี่เลย ขึ้นหน้าหนึ่งขนาดนี้จะไม่จริงได้ยังไงวะ” เขารู้จักญาติผู้พี่ของน่านฟ้าและยังสนิทกันอีกด้วยแต่กลับไม่มีใครรู้ว่าอรรถพลมีแฟนและก่อนจะมาทำงานที่นี่พวกเขายังไปดื่มที่คลับด้วยกันอยู่เลย

“แต่งกับใครวะทำไมกูไม่รู้” น่านฟ้ารับแท็บเล็ตจากเพื่อมาดูก็เห็นภาพของพี่ชายคุกเข่าขอสาวแต่งงานจริงๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป