บทที่ 9 เจอสาวถูกใจ
“เชิญค่ะ ถ้าอยากถ่ายมุมอื่นก็บอกน้องพนักงานได้เลยค่ะ” ปรีณาบอกอนุเดชที่เปิดโอกาสให้เธอได้อยู่กับน่านฟ้าตามลำพัง
อนุเดชขยิบตาให้เพื่อนอย่างรู้กันขณะที่สาวสวยเผลอมองไปทางอื่นก่อนจะเดินไปหามุมถ่ายรูปเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ชอบถ่ายรูปอัพเดทลงโซเซียล
“คุณน่านอยากไปเที่ยวที่ไหนอีกก็บอกแป้งได้นะคะ” ปรีณาชวนหนุ่มหล่อที่เธอชอบคุยเพราะน่านฟ้าไม่ค่อยคุยเหมือนอนุเดช
"ไม่ครับ แค่อยากดูฝั่งประเทษเพื่อบ้านเท่านั้นครับ" น่านฟ้าตอบเสียงเรียบเพราะเขาไม่อยากยุ่งกับลูกสาวของนายโกศล แต่เขายังต้องการข้อมูลจากปรีณา
"คุณน่านทำงานที่กรุงเทพเหรอคะ"
“ใช่ครับ แต่เรื่องของผมไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกครับ คุยเรื่องของคุณแป้งดีกว่าสวยอย่างนี้คงมีหนุ่มๆมาจีบเยอะนะครับ” แต่เสือยังไงก็ไว้ลายเสือแค่ชมนิดๆหน่อยๆก็คงไม่เป็นไรเขาทำเพื่องานแม้จะเป็นการหลอกใช้ผู้หญิง
“ก็มีบ้างค่ะ แต่แป้งยังไม่ได้คิดเรื่องนี้ค่ะ แป้งอยากทำงานในวงการนางแบบอยากไปไกลกว่านี้แต่การแข่งขันเยอะไม่รู้ว่าจะไปถึงไหนเหมือนกันค่ะ” เธอทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองได้โลดแล่นบนรันเวย์แต่มันไม่ง่ายเลยและทุกครั้งเธอก็มักจะใช้เงินเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ
“คุณแป้งสวยและหุ่นดีแบบนี้ผมว่าต้องไปได้ไกลแน่ครับ” ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าทุกวงการมันต้องมีได้มีเสียหากอยากเด่นอยากดังก็ต้องกล้าได้กล้าเสีย
“ตอนนี้แป้งไปแคสที่บริษัทของคุณไลลาอยู่ค่ะ ไม่รู้ว่าจะได้งานหรือเปล่า” เธออยากร่วมงานกับบริษัทของไลลาอดีตนางแบบชื่อดังที่แต่งงานแล้วผันตัวเองเปิดบริษัทเวดดิ้งแพลนเนอร์ โมเดลลิ่งและแบรนด์สร้างของตัวเองและประสบความสำเร็จในระยะเวลาไม่กี่ปีเพราะเอาใจลูกค้าซื่อสัตย์กับลูกค้าทำผลงานออกมาได้สวยงามและมาตรฐาน
“ผมว่าคุณแป้งต้องทำได้แน่ครับ”
“ขอบคุณค่ะ..”
จากนั้นปรีณาก็คุยเรื่องช้อปปิ้งเสื้อผ้าแบรนด์เนมชื่อดังและกินเที่ยวปาร์ตี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศและมีเพื่อนในสังคมไฮโซหลายคนเพื่อให้เขารู้ว่าชีวิตของเธออยู่ระดับไหนจนกระทั่งอนุเดชกลับมาที่โต้ะก็รับประทานอาหารด้วยกันแล้วก็พากันกลับฝั่งไทย
“เสียดายจังเลยค่ะ แป้งยังไม่ได้พาคุณน่านกับคุณทอยเที่ยวทั่วริมโขงเลยค่ะ” ปรีณาพูดด้วยความเสียดายที่ชายหนุ่มทั้งสองกลับฝั่งไทยเพราะยังมีเวลาเหลืออีกหลายชั่วโมงกว่าจะมืดค่ำ
“เอาไว้โอกาสหน้านะครับ วันนี้ขอบคุณมากที่เลี้ยงอาหารครับ” เขาไม่ได้สนใจปรีณาแต่เธอสนใจเขาและพยายามใกล้ชิดเขา
“ด้วยความยินดีค่ะ แล้วคืนนี้คุณน่านกับคุณทอยจะไปทานอาหารที่ไหนคะ ถ้ายังไม่ได้แพลนไปทานที่รีสอร์ทหรือที่โรงแรมของแป้งดีมั้ยคะ”
“ก็ได้ครับ แต่คืนนี้ต้องให้ผมเลี้ยงนะครับ” น่านฟ้ากำลังคิดว่าจะเข้าไปในอนาจักรของนายโกศลได้ยังไงพอปรีณาเสนอเขาก็ไม่พลาดจะคว้าโอกาสนี้
“ได้สิคะ งั้นเจอกันเย็นนี้นะคะ”
“ครับผม ขอตัวก่อนนะครับ” น่านฟ้าขอตัวกลับโรงแรมเพื่อประเมินสถานการณ์และวางแผนว่าคืนนี้เขาจะล้วงคอเจ้าพ่อแห่งลุ่มชลโขงที่หลบหลีกเจ้าหน้าที่มาได้หลายปีถึงจะฉลาดหลักแหลมมากแค่ไหนคนเราก็มีพลาดได้
“ตู้ดดๆๆ..” เสียงโทรศัพท์ของน่านฟ้าดังขึ้นขณะที่เขากำลังอาบชล
“ไอ้น่านโทรศัพท์มึง”
“ใครวะ..”
“ป๋ามึง”
“โอเค มึงบอกท่านว่าเดี๋ยวกูจะโทรกลับ”
“ได้..” อนุเดชตอบเพื่อนแล้วกดรับสายพ่อของเพื่อน
“ว่าไงไอ้ลูกชาย พ่อได้ข่าวว่าแกจะลาออกจริงเหรอ” นายคมกริชพูดกับลูกชายทันทีเมื่อรับสาย
“เอ่อ ป๋าครับ ผมทอยครับ พอดีไอ้น่านอาบชลอยู่ครับ”
“อ้าว หมอเองรึ แล้วรู้เรื่องเจ้าน่านมันจะลาออกหรือเปล่าล่ะ”
“ผมเพิ่งรู้จากป๋านี่แหละครับ”
“งั้นเหรอ ป๋าก็เพิ่งรู้จากเจ้านาวีก็เลยอยากถามมันหน่อยว่าเอาจริงเหรอ” เขาไม่คิดว่าลูกชายจะลาออกจากงานที่ตัวเองรัก
“มันบอกว่าเดี๋ยวจะโทรกลับหาป๋าครับ”
“ได้เลยไอ้ลูกชาย ขอให้ปฏิบัติภารกิจสำเร็จนะ”
“ครับผม” อนุเดชวางสายจากพ่อของเพื่อนแล้วยืนเอามือค้ำเอวรอเพื่อนหน้าประตูห้องชลเพราะเรื่องที่ได้ยินจากพ่อของเพื่อนว่าน่านฟ้าจะลาออกจากอาชีพที่เขารักโดยไม่มีเพื่อนรู้สักคนแม้แต่เขา
น่านฟ้าฟ้าไม่รู้ว่าการตัดสินใจของเขาไม่ได้เป็นความลับกับครอบครัวแล้วหลังจากที่ได้ปรึกษากับพี่ชายว่าเขาจะลาออกจากอาชีพราชการของเขาที่ทำงานมาตั้งแต่เรียนจบก็เกือบสิบปี เขารู้ว่าตังเองเห็นแก่ตัวปล่อยให้แม่กับพี่ชายทำงานแม้เขาจะช่วยมันก็แค่งานเล็กๆน้อยแต่มันดูเห็นแก่ตัวและเขาได้คิดเรื่องนี้มาพักใหญ่แล้วมันก็ถึงเวลาเสียที
“เฮ้ยไอ้ทอย ตกใจหมดเลยมายืนทำไรตรงนี้วะ” ร่างใหญ่ออกมาจากห้องชลแล้วเห็นเพื่อนยืนจังก้าอยู่หน้าห้องชล
“มึงมีอะไรจะพูดมั้ย”
“พูดอะไรวะ”
“เรื่องมึงจะลาออก”
“มึงรู้จากไหน อ้อ ป๋ากูใช่มั้ย”
“เออสิ แล้วมึงไม่คิดจะบอกกูกับไอ้พวกนั้นหรือไง”
“ก็คิดว่าจบงานนี้แล้วกูจะบอกน่ะ แต่ดูท่าว่าพี่นาวีจะเก็บความลับไม่อยู่” เขาคุยกับพี่ชายคนเดียวเรื่องลาออก
“งั้นโทรหาป๋าก่อนแล้วค่อยคุยกัน”
“โอเค” น่านฟ้ายกผ้าขนหนูขึ้นเช็ดผมด้วยความเคยชินอยู่คนเดียวทำให้ชายผ้าขนหนูเลิกขึ้นสูง
“เฮ้ยๆๆ ไอ้บ้าไม่ต้องต้องมาอ่อยกู”
“โทษทีเพื่อน หึหึๆๆ..”
น่านฟ้ายิ้มขำเพื่อนก่อนจะหยิบโทรศัพท์มากดโทรหาพ่อเพื่อคุยเรื่องลาออกกับพ่อและบอกเหตุผลของเขาให้ท่านรู้ว่าเขาคิดยังไงถึงลาออกและเหตุผลที่เขาลาออกคือเขาคิดว่ายังมีนายทหารมีฝีมืออีกมากมายที่ทำหน้าที่เหมือนเขามีความสามารถมากกว่าเขาก็มีเยอะถ้าไม่มีเขาสักคนภารกิจลับและไม่ลับทั้งหลายก็สำเร็จลุล่วงไปได้ดีแน่นอนและพ่อของเขาก็เคารพการตัดสินใจของเขา
“พ่อเคารพการตัดสินใจของแกนะไอ้ลูกชาย”
“ขอบคุณครับพ่อ”
“โชคดีไอ้ลูกชาย” อดีตผู้บัญชาการทหารเรือคือตำแหน่งสุดท้ายก่อนเขาจะเกษียณอวยพรให้ลูกชายทำภารกิจสุดท้ายสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
“ขอบคุณครับป๋า” น่านฟ้าขอบคุณพ่อที่เข้าใจและไม่เคยบังคับใหทำตามใจพ่อแม่แต่ให้เขากับพี่ชายเลือกในสิ่งที่ตัวเองชอบ ก่อนจะวางสายจากพ่อแล้วเปลี่ยนชุดใหม่
อนุเดชฟังเพื่อนคุยกับพ่อแล้วเขาก็เข้าใจเพื่อนที่ตัดสินใจลาออกจากงานแต่สับหรับเขาจะลาออกจากราชการหรือไม่เขาก็เป็นหมออยู่ดี
“กูขอโทษที่ไม่ได้บอกมึงกับทุกคน”
“ไม่เป็นไร กูเข้าใจ”
“ขอบใจนะทอย”
“อื่อ ยังไงมึงก็ช่วยบอกไอ้พวกนั้นด้วยละกัน”
“แน่นอนอยู่แล้ว”
จากนั้นสองหนุ่มก็หาข้อมูลของเสี่ยโกศลและพรรคพวกทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาวและก็ได้ข้อมูลมาเพียบแต่มันขาดหลักฐานที่พวกเขาจะต้องตามสืบต่อไป
ที่บ้านของเสี่ยโกศล
วันนี้เขานัดลูกน้องคนสนิทมาคุยเรื่องงานใหม่ที่ทางลูกค้าต้องการแรงงานเพิ่มและถ้าเป็นหญิงสาวก็จะให้ราคาดีและต้องกาเยอะและเขาจะให้คนสนิทไปจัดการที่ฝั่งลาว
“ฉันโทรคุยกับทางโน้นแล้ว แกแค่เอาของไปให้เท่านั้น”
“ครับเสี่ย แล้วเรื่องเรือระเบิดล่ะครับ”
“ปล่อยให้มันเงียบไปก่อน”
“แต่คนของผมบอกว่ามีคนมาถามพวกกระจ๊อกเรื่องนี้ด้วยครับ”
“แกไปจัดการเรื่องงานก่อน เดี๋ยวเรื่องนี้ฉันจัดการเอง” เขารู้ว่าตอนนี้ทางหนวยนรข.กำลังสืบเรื่องเรือระเบิดและเขาก็บอกไปว่าเรือลำที่ระเบิดเขาขายไปแล้วแค่ยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อเท่านั้น
“ครับเสี่ย..”
“อ้อ อย่าให้ยัยแป้งรู้ล่ะ”
“ได้ครับ” ชัชชัยรับคำสั่งแล้วเดินออกไปจากห้องทำงานของเจ้านายเพื่อทำตามคำสั่งของเจ้านายเพราะนั่นหมายถึงเงินที่เขาจะได้ “ไปฝั่งโน้น”
