บทที่ 4 บทที่ 1 จุดเริ่มต้นของเด็กเลี้ยง (3)

ทั้งสามคนเดินทางกลับบ้านเด็กกำพร้าอีกครั้งด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ส่วนเรื่องการรักษาของแม่ครูทางคุณหมอแจ้งว่าถ้าตกลงเข้ารับการรักษาให้โทร.แจ้งได้เลย

“ไอ...ถ้าส่งแม่ครูเข้าห้องแล้วฉันขอคุยด้วยหน่อยนะ”

เสียงกระซิบของยี่หวาทำให้ไอลดาพยักหน้า จากนั้นก็เดินไปส่งแม่ครูพักผ่อนที่ห้องส่วนตัว

“ไอ...”

“คะแม่ครู” ขณะที่กำลังคลุมผ้าห่มให้กับแม่ครูที่เพิ่งล้มตัวลงนอนบนเตียง

“แม่มีบางอย่างที่ยังไม่เคยบอกไอ เมื่อถึงเวลาแม่จะบอกความจริงบางอย่างกับหนูนะ” เสียงแหบแห้งของแม่ครูเอ่ยบอกเด็กสาวที่นางรักเหมือนลูก

“หมายถึงอะไรเหรอคะ” คิ้วสวยขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาแม่ครูไม่เคยเอ่ยอะไรแบบนี้เลย

“เกี่ยวกับชีวิตของหนู เมื่อถึงเวลาแม่จะบอกหนูเองนะลูก” ปากซีดขยับไปมาอย่างอ่อนแรงจนเธอไม่กล้าถามอะไรมากกว่านี้

“ถ้าแม่ครูพร้อมค่อยบอกหนูนะคะ เพราะสิ่งเดียวที่หนูต้องการมากที่สุดคือการที่แม่ครูปลอดภัยและอยู่กับหนูให้นานที่สุดนะคะ” แขนเล็กโอบกอดร่างผอมของแม่ครูด้วยความรัก ใบหน้าหวานแนบกับหน้าท้องของคนที่เลี้ยงเธอมาตั้งแต่เกิด การที่ไม่มีพ่อไม่มีแม่มันไม่ใช่ปมที่เลวร้ายเลย เพราะการที่มีผู้หญิงคนนี้คนที่รักเธอมากที่สุด มันก็คือสิ่งเดียวที่เธอรู้สึกว่ามีค่าที่สุดในชีวิต

“ชีวิตหนูควรดีกว่านี้นะไอ แต่เป็นเพราะแม่เองที่ไม่อยากสูญเสียหนูไปทุกอย่างเลยเป็นอย่างนี้” น้ำตาของแม่ครูไหลออกมาจนไอลดาใจหายเพราะไม่รู้ว่าเรื่องอะไรที่ทำให้หญิงสูงวัยคนนี้ร้องไห้

“แม่ครูอย่าร้องไห้นะคะ ถ้าหนูไม่ได้แม่ครู ชีวิตหนูตอนนี้ก็ไม่รู้จะเป็นยังไงเหมือนกันค่ะ” ไอลดาบอกด้วยเสียงแผ่วเบา “นอนพักผ่อนเถอะนะคะ ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้นนะคะ ไอจะหาเงินมารักษาแม่ครูให้ดีที่สุดเลย” หญิงสาวบอกเพื่อให้หญิงสูงวัยคลายกังวล

“จ้ะ”

ยี่หวาเดินเข้ามาตามไอลดาเพราะมีเรื่องที่จะคุยด้วย และก็เห็นว่าไอลดาก็เพิ่งออกมาจากห้องพักของแม่ครูพอดี

“สรุปแกจะไปทำงานอะไรกันแน่ไอ...” ยี่หวาโพล่งถามขึ้นอย่างสงสัยพร้อมกับมองหน้าเพื่อนที่มีสีหน้าเคร่งเครียดแสดงว่างานที่ไอลดาจะไปทำมันไม่ค่อยดีเท่าที่ควร

“คือ...”

“ว่ายังไงยัยไอ สรุปแล้วแกต้องไปทำอะไร...” มือบางของยี่หวาเขย่าแขนของเพื่อนอย่างเร่งเร้า

“คือพี่โอ๋...เขาบอกให้ฉันไปเป็นเด็กเสี่ย” ไอลดาบอกด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนใจเพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่น่าละอาย ถ้าไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเธอก็ไม่เคยคิดถึงข้อเสนอนี้เท่าไหร่

“อะไรนะ!!” ยี่หวาตะโกนดังลั่น จนน้องๆ ที่วิ่งเล่นกันอยู่ได้แต่หันมามองอย่างสงสัยว่าพี่ๆ คุยอะไรกัน ไอลดาต้องลากเพื่อนออกมาอีกมุมเพื่อให้พ้นจากสายตาของทุกคน

“อย่าเสียงดังสิ เดี๋ยวคนอื่นก็รู้หมด”

“แกจะไม่ให้ฉันตกใจได้ยังไง แกคิดได้ยังไงไอ แกจะไปเป็นเด็กเสี่ยเนี่ยนะ เกิดมาก็ยังไม่เคยมีแฟน แกคิดเหรอว่าแกจะไหว” แม้ยี่หวาจะยังไม่เคยมีแฟนหรือสนใจกับเรื่องแบบนี้ แต่เธอก็พอเข้าใจโลกมาบ้างว่าผู้ชายสมัยนี้น่ากลัวมาก น่ากลัวชนิดที่ว่าไอลดาไม่มีทางตามทันเกมพวกนั้นแน่นอน

“ฉันไม่ได้อยากจะทำเลยนะ แต่เพราะมีเรื่องบ้านจิตตรากับเรื่องของแม่ครู มันทำให้ฉันคิดเรื่องนี้แล้ว ฉันไม่อยากให้น้องๆ ต้องไปลำบากที่อื่น และอยากหาเงินมารักษาแม่ครู ถ้าถึงตอนนั้นฉันอาจจะมีเงินสักก้อนพาน้องๆ กับแม่ครูไปอยู่ในที่ที่ดีขึ้น”

ไอลดาบอกอย่างมีเหตุผล เธอคิดมาเสมอว่าชีวิตของคนเราไม่ได้มีทางเลือกมากนัก บางครั้งมันก็บีบบังคับให้เราต้องทำในเรื่องที่ไม่ดี แม้ใจจะไม่อยากทำแค่ไหนก็ตาม แต่เพราะเกิดมาจนจึงต้องดิ้นรน มันไม่ใช่แค่ตัวของเธอเอง แต่มันเพื่อคนที่เธอรักทุกคน

“ไม่ได้นะไอ นี่มันชีวิตของแกนะ ถ้าแกก้าวเข้าไปมันจะเหมือนตกนรกทั้งเป็นนะ และแกก็ไม่รู้ด้วยว่าคนที่แกจะต้องไปเจอเขาเป็นคนยังไง แกทนไหวเหรอที่จะต้องนอนกับคนที่แกไม่ได้รัก” ยี่หวาบอกอย่างเป็นห่วงเพื่อนเพราะโลกใบนี้มันไม่ได้สวยงาม มันโหดร้ายกว่าที่คิด แม้ยี่หวาอยากจะช่วยไอลดาแต่ตัวเองก็ไม่ได้มีเงินขนาดนั้น เพราะภาระที่ต้องช่วยบิดามารดาบุญธรรมทำให้แทบไม่มีเงินมาจุนเจือบ้านแม่ครูเลยด้วยซ้ำ

“ฉันไม่รู้หรอกว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง ฉันรู้แค่ว่านี่มันอาจเป็นวิธีที่จะหาเงินได้เยอะที่สุด แม้ฉันจะต้องทรมานแล้วให้คนอื่นมีความสุขฉันก็จะทำ” ไอลดาบอกด้วยน้ำเสียงเศร้า เธอก็ได้แต่หวังว่าถ้าตกลงรับงานไปแล้ว ขอให้เจอคนดีๆ ใครสักคนที่ไม่ทำให้เธอต้องเสียใจก็พอแล้ว

“ไอ...” ยี่หวามองหน้าเพื่อนด้วยความสงสารเพราะรู้ดีว่าไอลดารักแม่ครูและรักที่นี่มากจนไม่อยากเสียใครไป แม้อยากจะช่วยแต่คงช่วยได้ไม่มากนักเพราะครอบครัวบุญธรรมก็มีบุญคุณกับเธอเช่นเดียวกัน

“ให้ฉันทำเถอะนะยี่หวา อย่าห้ามฉันเลย ฉันรู้ว่ามันไม่ดี แต่ตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าจะหาเงินเยอะๆ มาจากไหนแล้ว มันก็มีแค่ร่างกายของฉันเท่านั้นแหละที่ช่วยหาเงินให้ฉันได้ สำหรับคนอื่นที่ทำแบบนี้ฉันเชื่อนะว่าพวกเขาก็มีความจำเป็น คงไม่มีใครอยากมาใช้ชีวิตเป็นเด็กเสี่ยแบบนี้ตลอดไปหรอก” ไอลดาบอกเสียงเศร้า และนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนที่จะทำให้เธอมีความคิดที่จะทำอาชีพนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป