บทที่ 5 ศักศรีที่แหลกสลาย
ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นซับลงบนผิวเนื้อที่ชื้นเหงื่อ สัมผัสเบามือของน้ำอิงทำให้กล้ามเนื้อที่เกร็งแน่นของพีรวิศเริ่มคลายออก แต่ความรู้สึกผ่อนคลายนั้นอยู่ได้เพียงชั่วอึดใจ ก่อนที่อาการปวดมวนรุนแรงจะตีเกลียวขึ้นมาที่ท้องน้อย จนเขาสะดุ้งเฮือก
"อึ่ก ซี๊ดด" เสียงครางต่ำลอดผ่านฟันที่ขบกันแน่น สันกรามหนานูนปูดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าที่ซีดเซียวอยู่แล้วยิ่งเผือดสีลงไปอีก วิศพยายามฝืนเกร็งหน้าท้อง ขยับสะโพกเพื่อจะยันตัว lุกขึ้น แต่ความเจ็บแปลบจากหน้าแข้งขวาและซี่โครงก็แล่นปลาบจนเขาทรุดฮวบลงไปหอบแฮ่กบนหมอนตามเดิม
"คุณคนไข้ เป็นอะไรคะ เจ็บแผลเหรอ น้ำโดนแผลคุณเหรอคะ!" น้ำอิงชะงักมือที่ถือผ้าขนหนู ชะโงกหน้าเข้ามาถามเสียงหลงด้วยความตระหนก
"เปล่า" วิศเค้นเสียงตอบอย่างยากลำบาก ลมหายใจติดขัด นัยน์ตาคมกริบที่เคยแข็งกร้าวและหยิ่งทะนง บัดนี้สั่นระริก "ไป ไปเรียกเวรเปลมา ผู้ชายนะ"
"เรียกมาทำไมคะ จะเอาอะไรบอกน้ำสิ"
"ฉัน.. จะไปเข้าห้องน้ำ"
พยาบาลสาวเบิกตาขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธทันที "ไม่ได้หรอกค่ะ! ขาคุณดามเฝือกอยู่ ซี่โครงก็เพิ่งร้าว ขืนขยับตัวลุกขึ้นมานั่งตอนนี้ กระดูกที่หักได้เคลื่อนไปทิ่มปอดแน่ๆ"
"แต่ฉันปวด ท้อง!" พีรวิศตวาดเสียงสั่นพร่า สองมือกำราวเหล็กข้างเตียงแน่นจนข้อซีด "ไปเรียกคนมาพยุงฉัน เดี๋ยวนี้!"
น้ำอิงมองสภาพคนไข้ที่เหงื่อซึมเต็มหน้าผากแล้วเข้าใจสถานการณ์ทันที เธอส่งยิ้มใจดีผ่านหน้ากากอนามัย น้ำเสียงหวานใสเอ่ยปลอบประโลมอย่างเป็นธรรมชาติ
"ไม่ต้องลุกหรอกค่ะ ปล่อยออกมาเลยนะคะ"
"เธอจะบ้าเหรอ! ให้ฉัน"
"ตอนตี1 พยาบาลเขาสวมแพมเพิสแบบเทปกับปูแผ่นรองซับกันเปื้อนไว้ให้แล้วค่ะ" เธอแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความรังเกียจ "คุณวิศปล่อยตัวตามสบายเลยนะคะ ถ้ายิ่งอั้น ยิ่งเกร็ง ซี่โครงมันจะยิ่งบีบ แล้วคุณนั่นแหละจะยิ่งเจ็บแผล"
พีรวิศชาวาบไปทั้งตัว ซีอีโอหมื่นล้าน คนที่แค่มองหน้าลูกน้องก็ตัวสั่น บัดนี้ต้องมานอนถ่ายรดเตียงเหมือนเด็กทารก ซ้ำร้ายยังต้องมาทำต่อหน้าผู้หญิงแปลกหน้าที่หน้าตาเหมือน อีปีศาจร้าย ที่เพิ่งถีบเขาลงนรกเมื่อคืน
"อึก" ลำไส้บีบรัดตัวอย่างรุนแรงจนเขาไม่อาจฝืนธรรมชาติต่อไปได้
วิศเบือนหน้าหนีไปทางหน้าต่าง หลับตาลงแน่นจนหางตายับย่น น้ำตาร้อนผ่าวหยดหนึ่งเกือบจะร่วงหล่นลงมา เขาเกัดริมฝีปากตัวเองจนห้อเลือด ยอมแพ้ต่อสังขารที่พังพินาศ ปล่อยให้ความน่ารังเกียจหลั่งไหลออกมา ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายแหลกละเอียดจมเตียงพยาบาล
กลิ่นไม่พึงประสงค์เริ่มลอยอวลในอากาศ แอร์ห้องพักฟื้นที่ว่าเย็นจัดยังไม่อาจดับความร้อนผ่าวบนใบหน้าและใบหูของคนป่วยได้เลย เขาเกลียดตัวเอง เกลียดสภาพนี้ที่สุด!
แกร๊ก โครม!
ประตูห้องถูกเปิดออกอย่างแรง ตามด้วยร่างของนพที่หอบแฟ้มเอกสารและถุงกาแฟพะรุงพะรังเข้ามา แต่พอเลขาหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาเห็นเสี้ยวหน้าของพยาบาลสาวที่ยืนอยู่ข้างเตียงเจ้านาย
ตุบ! เอกสารร่วงกระจายเต็มพื้น
"อีชาร์ม! มึงมาทำอะไรที่นี่!!" นพแผดเสียงลั่นห้องด้วยความโกรธจัด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ชายหนุ่มพุ่งถลาเข้ามาง้างมือเตรียมจะกระชากร่างอวบอิ่มนั้นให้ออกห่างจากเตียง "มึงทำบอสเจ็บปางตายขนาดยังไม่พออีกเหรอ! ออกไปเดี๋ยวนี้นะอีสารเลว!"
"ว้าย!" น้ำอิงเบิกตากว้าง ร้องลั่นด้วยความตกใจ รีบถอยกรูดไปชนกับรถเข็นอุปกรณ์เสียงดังเคร้ง
"หยุด ไอ้นพ หยุดเดี๋ยวนี้!"
เสียงตวาดแหบพร่าแต่เด็ดขาดดังมาจากคนบนเตียง วิศฝืนยันตัวขึ้นนิดๆ จนหน้าเบี้ยวเหยเก "เขา ไม่ใช่ชาร์ม"
นพเบรกเท้าหัวทิ่ม ห่างจากตัวน้ำอิงแค่คืบเดียว เขาเบิกตาค้างจ้องผู้หญิงตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า โครงหน้าเหมือนกันอย่างกับฝาแฝด! แต่รูปร่างที่อวบอิ่ม ท่าทางตื่นกลัวจนตัวสั่น และชุดพยาบาลวิชาชีพ ทำให้สติของเลขาจอมเดือดเริ่มกลับมา
"บอส ตะ แต่ว่า หน้าเขา"
"ออกไป" วิศสั่งเสียงลอดไรฟัน หลับตาลงหนีความวุ่นวาย "ฉัน ทำธุระอยู่ มึงออกไปรอข้างนอก!"
จังหวะนั้นเองที่นพสูดดมอากาศเข้าปอด แล้วเพิ่งสัมผัสได้ถึง 'กลิ่น' ที่ลอยคลุ้งอยู่ หน้าที่แดงจัดเพราะความโกรธเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นซีดเผือด เขารีบก้มหัวปะหลกๆ ลนลานถอยหลัง
"ขะ ขอโทษครับคุณพยาบาล! ผมตาฝาด! ขอโทษครับบอส!" นพหมุนตัวรีบออกไปกระชากประตูปิด ปัง ความเงียบที่แสนอึดอัดกลับมาครอบงำอีกครั้ง
น้ำอิงถอนลมหายใจออกมายาวเหยียด ยกมือขึ้นทาบอกเพื่อเรียกขวัญ เธอไม่ได้โกรธเคืองที่โดนด่าสาดเสียเทเสีย เพราะปฏิกิริยาของทั้งเจ้านายทั้งลูกน้องพอจะบอกให้รู้ว่า เธอคงหน้าไปเหมือน ใครบางคน ที่ทำเรื่องเลวร้ายไว้แน่ๆ พยาบาลสาวปรับสีหน้าให้เป็นปกติ หันไปดึงถุงมือยางคู่ใหม่มาสวม
สวบ สวบ เตรียมกะละมังน้ำอุ่น ทิชชูเปียก และสำลีอนามัยอย่างคล่องแคล่ว
"ขออนุญาตทำความสะอาดนะคะ ไม่ต้องเกร็งน้า"
เสียงหวานใสเอ่ยบอกอย่างนุ่มนวล ก่อนที่มืออวบจะค่อยๆ ปลดแถบกาวแพมเพิสออก
"อย่า" วิศเสียงสั่น พยายามจะเบี่ยงตัวหลบ แต่ก็ทำไม่ได้ เขาเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่คอปูด
"แช่ไว้นานเดี๋ยวผื่นขึ้นนะคะ ให้เกียรติพยาบาลวิชาชีพอย่างน้ำได้ดูแลเถอะค่ะ"
น้ำอิงไม่มีท่าทีรังเกียจเลยแม้แต่นิดเดียว เธอเช็ดทำความสะอาดคราบเลอะเทอะตามบั้นท้ายและร่องก้นอย่างเบามือและหมดจด ค่อยๆ สอดแผ่นรองซับผืนใหม่เปลี่ยนให้อย่างชำนาญ กลิ่นสบู่อ่อนๆ และแป้งแคร์จากตัวเธอโชยมาแตะจมูก กลบกลิ่นเหม็นอับไปจนหมดสิ้น
"เสร็จด้านหลังแล้วนะคะ" เธอชะงักไปนิดหนึ่ง "ขออนุญาต เช็ดด้านหน้านะคะ"
วิศสะดุ้งเฮือก ร่างกายเกร็งแข็งทื่อเมื่อผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นจัดแตะลงบนหน้าท้องแกร่ง ก่อนจะลากไล้ต่ำลงมา เธอค่อยๆ ยกประคอง น้องชาย ของเขาที่กำลังหดตัวซ่อนเพราะความเย็นและอาการบาดเจ็บขึ้นมาอย่างนุ่มนวล
สัมผัสจากปลายนิ้วผ่านถุงมือยางนั้นไม่มีความจาบจ้วง หรือสายตาเดียดฉันท์แม้แต่น้อย มันเชื่องช้า ละเอียดอ่อน และทะนุถนอมราวกับเขาเป็นเพียงคนไข้ที่บอบบางที่สุด
"เรียบร้อยค่ะ สะอาดเอี่ยมเลย" น้ำอิงเอ่ยพร้อมรอยยิ้มตาหยี ดึงแพมเพิสผืนใหม่มาสวมใส่ให้ จัดการติดเทปและดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างสูงใหญ่จนมิดชิดเหมือนเดิม "เดี๋ยวน้ำเอาขยะติดเชื้อไปทิ้งห้องน้ำแป๊บเดียวนะคะ"
