บทที่ 6 ที่พึ่งพิงสุดท้าย

เสียงน้ำจากก๊อกในห้องน้ำหยุดลงแล้ว ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าเบาๆ ที่เดินกลับมาหยุดอยู่ข้างเตียง

พีรวิศนอนนิ่ง นัยน์ตาคมเหม่อมองเพดานสีขาวสว่างจ้าของห้องพักฟื้น ความรู้สึกปวดมวนที่ท้องน้อยหายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงความเบาสบายทางกาย

"เรียบร้อยแล้วค่ะ สบายตัวขึ้นแล้วใช่ไหมคะ"

เสียงใสเอ่ยถามเบาๆ มืออวบดึงชายผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมทับช่วงอกให้เขาอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กดทับที่ซี่โครง กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมากระทบจมูกวิศอีกครั้ง

"อืม" พีรวิศขยับริมฝีปากที่แห้งผาก ก่อนจะเค้นเสียงพูดต่อ "ขอโทษด้วยนะ ที่ต้องมาลำบากจัดการ เรื่องน่าอายพวกนี้ให้ฉัน"

"น่าอายอะไรกันคะมันเป็นหน้าที่ของน้ำอยู่แล้วค่ะ คุณวิศเจ็บหนักขนาดนี้ จะลุกไปจัดการเองได้ยังไงคะ"

"แต่ฉันไม่เคยต้องนอนหมดสภาพแบบนี้" พีรวิศเบือนหน้าหนีไปทางอื่น สันกรามนูนเด่นจากการขบกัด "ฉันคือพีรวิศ ฉันสร้างบริษัทมาด้วยสองมือ ไม่เคยต้องก้มหัวให้ใคร แต่วันนี้ แค่จะเช็ดตัวทำความสะอาดตัวเอง ฉันยังทำไม่ได้เลย ต้องมานอนเป็นตัวตลกให้คนอื่นสมเพช"

"น้ำไม่ได้สมเพชคุณพีรวิศเลยนะคะ" น้ำอิงตอบกลับเสียงนุ่ม "ตอนนี้ถือว่าเราคนกันเองแล้วค่ะ ไม่แปลกหน้าแล้ว น้ำชื่อน้ำอิงนะคะ เป็นพยาบาลเวรดึกคืนนี้"

พีรวิศหันกลับมามองหน้าเธอ โครงหน้า ดวงตา รูปร่างของพยาบาลสาวคนนี้

"หน้าเธอ" เขาเผลอหลุดปากออกมา

"คะ หน้าของน้ำทำไมเหรอคะ หรือว่ามีอะไรเปื้อน" เธอเลิกคิ้ว คลำแก้มตัวเองเบาๆ

"เหมือน" พีรวิศสูดลมหายใจเข้าลึก ความรู้สึกในอกซ้ายบีบรัดรุนแรงจนปวดร้าว "เหมือนผู้หญิงใจร้ายคนนั้น คนที่เพิ่งผลักฉันลงนรกมาหมาดๆ"

น้ำอิงชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อได้ยินประโยคนั้น เธอรีบดึงหน้ากากอนามัยที่เพิ่งลดระดับลงขึ้นมาปิดบังใบหน้าครึ่งล่างไว้ตามเดิม "ถ้างั้นตอนนี้น้ำจะใส่แมสก์ไว้ตลอดนะคะ คุณวิศจะได้ไม่ต้องมองหน้าคนที่ทำร้ายคุณให้ปวดใจ"

"แต่เธอไม่ได้ใจร้ายเหมือนผู้หญิงคนนั้นนี่" เขาส่ายหน้าช้าๆ นัยน์ตาแดงก่ำ "ชาร์ม ผู้หญิงที่ฉันรักและทุ่มเทให้ทุกอย่าง เธอยืนกอดอก ยิ้มสะใจตอนที่ฉันจมกองเลือดอยู่ตีนบันได แต่เธอ ผู้หญิงแปลกหน้าที่หน้าเหมือนปีศาจตนนััน กลับมาเช็ดทำความสะอาดความสกปรกให้ฉันโดยไม่ปริปากบ่นสักคำ"

"น้ำบอกแล้วไงคะว่าไม่เป็นไร มันเป็นหน้าที่ค่ะ"

ความเงียบในห้องพักฟื้นเวลาตีห้าครึ่ง มีเพียงเสียงเครื่องวัดชีพจรที่ดังเป็นจังหวะ พีรวิศกะพริบตาถี่ๆ เมื่อจู่ๆ ภาพเพดานสีขาวก็เริ่มพร่ามัว ความรู้สึกไร้ค่า ถูกหักหลัง ถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรี มันอัดแน่นจนล้นทะลัก

หยดน้ำใสๆ กลิ้งหล่นจากหางตาที่ปิดสนิท ไหลซึมลงไปตามขมับ ร่างสูงใหญ่ที่สอดซุกอยู่ใต้ผ้าห่มสั่นเทาน้อยๆ เขาเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือดเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น

น้ำอิงที่กำลังจะหันไปจัดการชาร์ตประวัติคนไข้ ชะงักมือทันที เธอไม่ได้เอ่ยปากถามว่า เป็นอะไร หรือ เจ็บตรงไหน ร่างอวบขยับเข้าไปชิดขอบเตียงอย่างเงียบเชียบ มือป้อมๆ เอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชูเนื้อนุ่มมาพับครึ่ง

พีรวิศสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสัมผัสแผ่วเบาแตะลงที่หางตา เขาพยายามจะหันหน้าหนีเพื่อซ่อนความอ่อนแอ แต่กลิ่นหอมของเธอก็ลอยเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่น

"ไม่ต้องเกร็งค่ะ ปล่อยมันออกมาเถอะนะคะ ตรงนี้ไม่มีใครเห็นหรอก น้ำไม่เอาไปบอกใครแน่นอน"

"ฉันไม่อยากอ่อนแอ" เสียงของเขาสั่นพร่า น้ำตาลูกผู้ชายไหลรินออกมาไม่ขาดสาย "ไม่อยากเป็นไอ้ขี้แพ้เจ้าน้ำตา ให้ผู้หญิงคนนั้นเอาไปหัวเราะเยาะ"

"ร้องไห้ไม่ได้แปลว่าแพ้สักหน่อยค่ะ" น้ำอิงค่อยๆ ใช้กระดาษทิชชูซับหยดน้ำตาที่หางตาและขมับให้เขาอย่างเบามือที่สุด "มันแค่แปลว่าเราอดทนมามากพอแล้วต่างหาก ให้น้ำเช็ดให้นะคะ"

พีรวิศสะอื้น "ทำไม ทำไมคนที่ฉันไว้ใจที่สุด คนที่ฉันยอมให้ทุกอย่างในชีวิต ถึงตั้งใจฆ่าฉันได้ลงคอ ฉันทำอะไรผิดนักหนาน้ำอิง"

"คุณไม่ได้ทำอะไรผิดหรอกค่ะ เก่งมากแล้วนะคะ" น้ำอิงทิ้งกระดาษทิชชูลงถังขยะ เลื่อนมืออวบๆ ไปวางทาบทับลงบนมือหนาของพีรวิศที่กำผ้าปูที่นอนไว้แน่น นิ้วหัวแม่มือป้อมๆ เกลี่ยเบาๆ ลงบนหลังมือของเขา "คุณเก่งมากแล้วที่อดทนรอดมาถึงตอนนี้ อีกเดี๋ยวก็จะเข้าห้องผ่าตัดแล้ว หลับสักงีบนะคะ ตื่นมาทุกอย่างจะดีขึ้น"

พีรวิศไม่ได้ตอบอะไร เขาคลายมือที่กำผ้าปูที่นอนออก แล้วพลิกฝ่ามือกลับมาสอดประสานนิ้วเรียวยาวเข้ากับนิ้วป้อมๆ ของพยาบาลสาว กอบกุมมือนุ่มนิ่มนั้นไว้แน่น

"อย่าเพิ่งปล่อยนะ" เขาเว้าวอน เสียงแหบพร่า

"น้ำอยู่นี่ค่ะ ไม่ไปไหน" เธอรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากฝ่ามือหนา จึงขยับเก้าอี้ตัวเล็กมานั่งลงข้างเตียงเพื่อให้เขาจับมือถนัดขึ้นโดยไม่ต้องเกร็งไหล่

"ฉัน ไม่เหลือใครแล้วน้ำอิง" เขาเค้นเสียงสารภาพออกมาอย่างยากลำบาก

"ใครบอกกันคะคุณยังมีสตินะคะ คุณยังมีร่างกายที่กำลังรอการรักษา และคุณก็ยังมีหมอกับพยาบาลที่นี่ ที่พร้อมจะดูแลคุณจนกว่าคุณจะกลับมาเดินได้อีกครั้ง คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวหรอกค่ะ"

พีรวิศหลับตาลง ซึมซับความอบอุ่นจากฝ่ามือนุ่มนิ่ม กลิ่นแป้งเด็กหอมละมุนช่วยปัดเป่ากลิ่นคาวเลือดออกไปจากความทรงจำ เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ เขาเผลอหลับไปพร้อมกับมือที่ยังคงกุมกันไว้แน่น ลมหายใจกลับมาสม่ำเสมอ

แกร๊ก

"ขออนุญาตย้ายคนไข้ครับ" บุรุษพยาบาลสองคนเข็นรถเตียงนอนเข้ามาในห้อง พร้อมกับพยาบาลเวรอีกคนที่เดินตามมา

"น้องน้ำอิง เคสคุณพีรวิศเตรียมตัวลงห้องผ่าตัดได้เลยจ้ะ วิสัญญีแพทย์สแตนด์บายแล้ว" พยาบาลรุ่นพี่เอ่ยบอกเสียงเบาเมื่อเห็นคนไข้กำลังหลับ

น้ำอิงพยักหน้ารับ ค่อยๆ พยายามจะดึงมือตัวเองออกจากการกอบกุมของชายหนุ่ม เพื่อให้บุรุษพยาบาลเข้ามาจัดการย้ายตัวคนไข้

แต่เพียงแค่เธอขยับปลายนิ้ว พีรวิศก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที นัยน์ตาคมเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มือหนากระชับมือนุ่มนิ่มไว้แน่นกว่าเดิมจนน้ำอิงรู้สึกเจ็บนิดๆ

"จะไปไหน!" เขาตวาดเสียงขุ่น หันไปมองบุรุษพยาบาลแปลกหน้าที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ด้วยสายตาระแวดระวัง "พวกคุณเป็นใคร จะทำอะไรฉัน"

"ใจเย็นๆ ค่ะคุณวิศ" น้ำอิงรีบอธิบาย พยายามลูบหลังมือเขาเบาๆ ให้ใจเย็นลง "ถึงเวลาเข้าห้องผ่าตัดแล้วค่ะ พี่ๆ บุรุษพยาบาลจะมาย้ายคุณวิศขึ้นรถเข็นนะคะ ปล่อยมือน้ำก่อนน้า เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ทำงานไม่ถนัดค่ะ"

"ไม่! ไปด้วยกัน!" เขาเอ่ยเสียงแข็ง นัยน์ตาคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของพยาบาลสาว "เธอต้องไปส่งฉันที่หน้าห้องผ่าตัด"

"น้ำเป็นพยาบาลประจำวอร์ดนี้ค่ะ ลงไปส่งถึงหน้าห้องโออาร์ไม่ได้หรอกค่ะ ผิดระเบียบ"

"ฉันบอกให้ไปด้วยกันไง ถ้าเธอไม่ไป ฉันก็ไม่ไปไหนทั้งนั้น ไล่พวกนี้ออกไปให้หมด!"

บุรุษพยาบาลสองคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ทำตัวไม่ถูกเมื่อเจอฤทธิ์คนไข้ดื้อดึง น้ำอิงถอนหายใจยาว สบตากับพยาบาลรุ่นพี่ที่พยักหน้าให้นิดๆ เป็นเชิงอนุโลม

"โอเคค่ะๆ ไปส่งก็ไปส่งแต่คุณวิศต้องยอมปล่อยมือน้ำ ให้เจ้าหน้าที่ย้ายตัวขึ้นรถเข็นก่อนนะคะ ถ้ายอมทำตามกติกา น้ำจะเดินจับมือไปส่งจนถึงหน้าประตูห้องผ่าตัดเลย ตกลงไหมคะ"

พีรวิศนิ่งคิดไปนิดหนึ่ง ก่อนจะยอมคลายมือออกอย่างอ้อยอิ่ง "จำคำพูดตัวเองไว้ด้วย ห้ามทิ้งฉันเด็ดขาด"

บุรุษพยาบาลจัดการย้ายร่างสูงใหญ่ขึ้นบนรถเข็นเตียงอย่างระมัดระวัง แม้จะมีสะเทือนแผลบ้างแต่พีรวิศก็กัดฟันเงียบ สายตาของเขามองตามร่างอวบๆ ในชุดพยาบาลตลอดเวลา

เมื่อรถเข็นเริ่มเคลื่อนตัวออกจากห้องพักฟื้น น้ำอิงก็เดินเข้ามาประกบที่ด้านข้างเตียง เธอทำตามสัญญาด้วยการสอดฝ่ามืออวบนุ่มนิ่มเข้าไปกอบกุมมือใหญ่ที่วางอยู่ข้างตัวคนไข้เอาไว้ พีรวิศบีบมือเธอตอบทันที

น้ำอิงก้มลงมากระซิบใกล้ๆ ตอนที่รถเข็นมาหยุดรอหน้าประตูลิฟต์ "ไม่ต้องกลัวนะคะคุณหมอเก่งมาก แป๊บเดียวก็เสร็จแล้วค่ะ"

"แล้วเธอ จะรอฉันไหมตอนฉันตื่นขึ้นมา ฉันจะเห็นหน้าเธอเป็นคนแรกใช่ไหมน้ำอิง"

น้ำอิงชะงักไปนิดหนึ่ง แต่เมื่อเห็นสายตารอคอยของผู้ชายตัวโตคนนี้ หัวใจคนเป็นพยาบาลก็อ่อนยวบ

รอยยิ้มตาหยีถูกส่งกลับมาให้เขาอีกครั้ง พร้อมกับมือนุ่มที่บีบแน่นขึ้น

"น้ำจะรอรับคุณวิศออกจากห้องผ่าตัดเองค่ะ สัญญานะคะ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป