บทที่ 7 ความโหยหาที่คลั่งไคล้

แสงสว่างจ้าจากหลอดไฟบนเพดานแทงทะลุเปลือกตาจนพีรวิศต้องกะพริบตาถี่ๆ

"อึก" เสียงครางต่ำเล็ดลอดจากลำคอแห้งผาก เขาพยายามขยับตัว แต่ความรู้สึกชาหนึบที่ขาขวาซึ่งกำลังแปรเปลี่ยนเป็นความปวดตุบๆ ตามจังหวะและกลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกที่ตีขึ้นจมูก ก็ดึงสติเขากลับมาสู่ความเป็นจริง

"คุณพีรวิศคะ คุณพีรวิศ รู้สึกตัวแล้วนะคะ"

น้ำเสียงห้วนกระด้างตามมาตรฐานวิชาชีพดังขึ้นข้างเตียง วิศชะงัก ลืมตาขึ้นและพยายามเบิกตากว้าง หวังเต็มที่ว่าจะได้เห็นโครงหน้าคุ้นตา พร้อมดวงตากลมโตที่โค้งเป็นสระอิของใครบางคนกำลังก้มมองเขาอยู่

แต่เปล่าเลย ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือพยาบาลวัยกลางคน รูปร่างผอมบาง ใบหน้าภายใต้หน้ากากอนามัยเรียบตึง แววตาหลังกรอบแว่นกำลังจดจ่ออยู่กับการปรับสายน้ำเกลืออย่างเป็นรูทีน

วิศกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ เค้นเสียงลอดไรฟันออกไป "น้ำ พยาบาล ที่ชื่อน้ำอิง"

พยาบาลรุ่นใหญ่ละมือจากสายน้ำเกลือ ปรายตามองชาร์ตประวัติที่ปลายเตียงแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบหน้าตาย "อ๋อ น้องน้ำอิงลงเวรไปตั้งแต่สิบโมงเช้าแล้วค่ะ"

"ลงเวร แล้วจะเข้ามาอีกทีตอนไหน"

"น้องหยุดค่ะ จะขึ้นเวรอีกทีก็พรุ่งนี้ค่ะ"

คนป่วยหลับตาลงพร้อมกับความรู้สึกวูบโหวงที่ตีตื้นขึ้นมาจนจุกคอ ทำไมวะ เขาเพิ่งรอดตาย เพิ่งผ่านการผ่าตัดที่เจ็บเจียนบ้ามาหมาดๆ แต่คนที่เขาสั่งให้ 'รอ' กลับไม่อยู่ตรงนี้แล้ว

"เดี๋ยวพยาบาลจะเช็ดตัวหลังผ่าตัดให้นะคะ จะได้เปลี่ยนเสื้อผ้าด้วย แล้วก็ต้องพลิกตัวตะแคงบ่อยๆ ป้องกันแผลกดทับ"

พรึ่บ!

ผ้าห่มถูกดึงออกไปอย่างรวดเร็วโดยที่วิศยังไม่ทันได้ตั้งตัว เขาเกร็งตัวขึ้นมาทันทีเมื่อผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นแตะลงบนผิว

มันไม่นุ่มนวลเลยสักนิด น้ำหนักมือที่กดเช็ดถูตามกรอบหน้าและลำคอเต็มไปด้วยความเร่งรีบและกระด้าง

"ซี๊ด เบามือหน่อย" วิศร้องเตือน เสียงสั่นพร่าจากความแสบผิว

"ก็เบาแล้วนะคะคนไข้ เช็ดเบาไปเดี๋ยวคราบเบตาดีนไม่ออกค่ะ"

วิศกัดกราม ข่มความหงุดหงิดที่เริ่มเดือดพล่าน กลิ่นน้ำยาซักผ้าฝืดๆ ผสมแอลกอฮอล์จากตัวพยาบาลคนนี้กำลังทำให้เขาอึดอัด มันไม่มีกลิ่นหอมละมุนของกลิ่นวานิลลาที่ทำให้เขารู้สึกสงบเลยสักนิดเดียว

"เดี๋ยวขอพลิกตัวตะแคงขวานะคะ จะเช็ดแผ่นหลังให้"

"เดี๋ยว! ซี่โครงฉัน"

หมับ!

สองมือกระด้างคว้าเข้าที่หัวไหล่และสะโพกของเขา ก่อนจะออกแรงกระชากพลิกร่างคนตัวโตกว่ารวดเดียว

"โอ๊ยยยยย!!!"

ความเจ็บปวดแสนสาหัสจากซี่โครงที่หักร้าวพุ่งทะลุปรอทปรี๊ดขึ้นสมอง วิศสบถลั่นห้องหน้าตาบิดเบี้ยว เขากำผ้าปูที่นอนแน่น ลมหายใจสะดุด เหงื่อแตกพลั่กเต็มหน้าผาก

"โอ๊ะ ทนหน่อยนะคะคนไข้ น้ำหนักตัวเยอะพยาบาลพลิกลำบากค่ะ ต้องออกแรงเยอะนิดนึง"

ไม่มีแม้แต่คำขอโทษ! วิศขบกรามจนสันกรามปูดนูน ตอนที่น้ำอิงพลิกตัวเขาเพื่อใส่สายสวนปัสสาวะเมื่อเช้า เธอใช้แค่ปลายนิ้วประคอง ค่อยๆ ขยับให้เขาเคลื่อนตัวตามอย่างช้าๆ คอยสังเกตสีหน้าเขาทุกวินาที แต่นี่มันอะไรวะ ทำไมเขาต้องมาทนให้ใครก็ไม่รู้มาทำรุนแรงกับร่างกายที่บอบช้ำของเขาแบบนี้!

"พอ เลิกเช็ดได้แล้ว" วิศกดเสียงต่ำ นัยน์ตาคมกริบตวัดมองพยาบาลวัยกลางคนวาวโรจน์

"แต่ยังเช็ดไม่เสร็จเลยนะคะ ด้านหลัง"

"ฉันบอกให้พอไง!"

วิศตวาดลั่นจนกะละมังน้ำในมือพยาบาลสั่นกึก เธอสะดุ้งสุดตัว

"ออกไป จะไปไหนก็ไป ไม่ต้องมาแตะตัวฉันอีก!"

"คนไข้คะ อารมณ์เสียแบบนี้ความดันจะขึ้นนะคะ" เธอพยายามแย้งหน้าตึง

"ก็เพราะเธอทำฉันเจ็บไง! ออกไปเรียกเลขาฉันเข้ามา แล้วไม่ต้องโผล่หน้าเข้ามาในห้องนี้อีกถ้าฉันไม่เรียก!"

เสียงตะคอกดุดันสไตล์ท่านประธานทำเอาพยาบาลหน้าเสีย เธอรีบวางผ้าขนหนูลง จับเขานอนหงายลวกๆ แล้วเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องไปทันที

ปัง

สิ้นเสียงปิดประตู วิศทิ้งศีรษะลงบนหมอน หอบหายใจถี่ ซี่โครงขวายังคงเต้นตุบๆ ลามไปถึงแผลที่ขา เขาพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดับไฟโกรธ แต่มันกลับยิ่งตอกย้ำความโดดเดี่ยว เขาต้องทนอยู่ในสภาพนี้ ทนให้คนที่ไม่ได้ใส่ใจเขามาคอยจับต้องร่างกายเขาเนี่ยนะ

‘เจ็บนิดนึงนะค้า ไม่ต้องเกร็งน้า’

‘ไม่ต้องอายค่ะ ปล่อยตัวตามสบายนะคะ’

เสียงใสๆ กับรอยยิ้มตาหยีของใครบางคนผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง วิศหลับตาลง ยอมรับกับตัวเองตรงๆ ในวินาทีนี้เลยว่า เขากำลัง 'โหยหา' สัมผัสของผู้หญิงคนนั้นอย่างบ้าคลั่ง ผู้หญิงที่ชื่อน้ำอิง ผู้หญิงที่มีใบหน้าเหมือนคนที่เพิ่งพยายามฆ่าเขา แต่เขากลับอยากให้เธอมายืนอยู่ตรงนี้ อยากให้มืออวบนุ่มคู่นั้นลูบหัว ลูบหลัง อยากได้กลิ่นหอมๆ มาช่วยกลบความน่าสะอิดสะเอียนของโรงพยาบาลนี้

แกร๊ก

วิศหันขวับไปมองที่ประตูด้วยความหวัง แต่คนที่เดินเข้ามาคือ 'นพ' เลขาคนสนิทที่หอบแฟ้มเอกสารเดินเข้ามาด้วยสีหน้าอิดโรย

"พี่วิศ ฟื้นแล้วเหรอครับ เป็นไงบ้าง" นพรีบวางของลงบนโต๊ะ เดินเข้ามาใกล้ "เมื่อกี้ผมเห็นพยาบาลเดินหน้าหงิกออกไป นี่ไปวีนอะไรเขารึเปล่าครับเนี่ย"

"มันมือหนัก" วิศตอบห้วนจัด พยายามขยับตัวช้าๆ เพื่อหาองศาที่เจ็บน้อยที่สุด "เรื่องที่สั่งไป ถึงไหนแล้ว"

นพถอนหายใจ ลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียง "เรียบร้อยหมดแล้วครับบอส ทนายกฤษณ์ยื่นเรื่องฟ้องหย่าพ่วงคดีพยายามฆ่าแล้ว หลักฐานจากไอแพดแน่นหนามาก ตำรวจรับเรื่องคดียาเสพติด แล้วก็กำลังไปดักรอรวบตัวมันที่คอนโดไอ้ชู้ บัตรทุกใบถูกอายัดเรียบร้อย รถปอร์เช่ก็ให้คนไปลากแล้วครับ"

วิศฟังรายงานด้วยใบหน้าเรียบเฉย แววตาไม่มีความสะทกสะท้านใดๆ

"ดี เอาให้มันไม่เหลืออะไรเลย ให้มันต้องคลานมาขอร้องกูเหมือนหมา" เขาพูดเสียงเย็นชา

ครืด ครืด

นพหยิบมือถือของเจ้านายที่สั่นไม่หยุดขึ้นมาให้ดู "บอส แน่ใจนะครับว่าจะไม่รับสายมัน ตั้งแต่บัตรโดนอายัด มันกระหน่ำโทรมาเป็นร้อยสายแล้วครับ คงเพิ่งรู้ตัวว่าโดนตัดหางปล่อยวัด"

วิศปรายตามองหน้าจอสว่างวาบที่โชว์ชื่อ 'ชาร์ม' ด้วยสายตารังเกียจขยะแขยง "ปล่อยมันโทรไป บล็อกเบอร์มันซะ ฉันไม่อยากได้ยินเสียงมันอีก"

"ครับ" นพกดบล็อกทันที ก่อนจะเงยหน้ามองเจ้านายที่ดูซูบเซียว "บอสต้องการอะไรเพิ่มไหมครับ จะให้ผมจ้างพยาบาลพิเศษมาดูแลไหม ดูบอสไม่ค่อยโอเคกับพยาบาลวอร์ดนี้"

คำถามนั้นทำเอาวิศชะงัก นัยน์ตาคมที่เคยแข็งกร้าวทอดมองไปที่ประตูห้องพักฟื้นนิ่งงัน ก่อนจะหันกลับมา

"ไม่ต้อง แต่แกไปสืบประวัติมาให้ฉันหน่อย"

"ประวัติใครครับ ไอ้ชู้เหรอ ผมให้คนสืบแล้วครับ เป็นพวกลูกเศรษฐีตกอับที่เกาะผู้หญิงกินไปวันๆ"

"ไม่ใช่ไอ้สวะนั่น" วิศขัดขึ้นทันที มือหนากำขอบผ้าปูที่นอนแน่นขึ้น "ประวัติพยาบาล คนที่ชื่อน้ำอิง"

"พยาบาล อ๋อ คนเมื่อเช้า! ที่หน้าเหมือนอีชาร์มเป๊ะๆ น่ะเหรอครับ บอสจะเอาประวัติเขาไปทำไมครับ หรือว่าสงสัยว่าเขาเป็นสายให้ทางนั้น"

"กูบอกให้ไปสืบก็ไปสืบ อย่าถามมากเอามาให้หมด บ้านอยู่ที่ไหน ครอบครัวเป็นใคร สถานะตอนนี้เป็นยังไง และที่สำคัญ"

เขาสูดหายใจเข้าลึก จ้องหน้านพเขม็ง

"ไปจัดการทำเรื่องกับทางโรงพยาบาล ฉันจะจ้างพยาบาลน้ำอิงให้มาเป็นพยาบาลพิเศษ เฝ้าไข้ฉันแบบวีไอพี จ่ายเงินชดเชยให้ทางวอร์ดไปเลยเท่าไหร่ก็จ่ายไป ฉันต้องการให้เขามาดูแลฉัน แค่คนเดียว"

นพกะพริบตาปริบๆ มองเจ้านายอย่างไม่อยากเชื่อหู "บอส เอาจริงดิครับ! หน้าเหมือนคนที่เพิ่งผลักบอสตกบันไดปางตายขนาดนั้น บอสมองหน้าเขาแล้วไม่หลอน ไม่แค้นเหรอครับ!"

"คนละคนกัน" วิศสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเด็ดขาดจนนพต้องกลืนน้ำลาย "หน้าเหมือนกัน แต่นิสัยไม่เหมือนกัน รีบไปจัดการซะ ฉันต้องการให้พรุ่งนี้เช้า คนที่เปิดประตูห้องนี้เข้ามา คือเขา"

"แต่บอสครับ พยาบาลเขาเพิ่งลงเวรไป อาจจะอยากพัก"

"ฉันบอกให้เอาเงินฟาดไง!" วิศตบเตียงดังป้าบ เผลอขยับตัวจนเจ็บแปลบที่แผล "เสนอเงินเดือนพิเศษให้เขาสามเท่า ห้าเท่าเลยก็ได้! บอกว่าฉันรีเควสเขาคนเดียว ถ้าเขาปฏิเสธ ก็หาทางทำให้เขายอมตกลงมาให้ได้ เข้าใจไหมนพ!"

"ขะ เข้าใจครับบอส! ผมจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้เลย!" นพสะดุ้งโหยง ลุกลี้ลุกลนคว้าแฟ้มเอกสารแล้ววิ่งหน้าตั้งออกจากห้องไปทันที ไม่อยากอยู่เป็นที่รองรับอารมณ์อีกต่อไป

เมื่อห้องกลับมาเงียบสงัด วิศทิ้งตัวลงนอนนิ่งๆ อาการปวดแผลเริ่มตีตื้นขึ้นมาอีกระลอก แต่เขาไม่คิดจะกดกริ่งเรียกพยาบาลข้างนอกเข้ามาอีกแล้ว

เขายอมทนปวด ยอมทนนอนขยับตัวไม่ได้แบบนี้แหละ

ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันแน่น ภาพความอ่อนโยนของน้ำอิงเมื่อเช้ายังคงฉายชัด เธอไม่ได้รังเกียจเขาสักนิดในตอนที่เขาน่าสมเพชที่สุด เธอปกป้องศักดิ์ศรีของเขาด้วยรอยยิ้มและสัมผัสที่บริสุทธิ์

‘รอฉันหน่อยนะน้ำอิง’

‘แค่พรุ่งนี้ พรุ่งนี้เธอจะต้องกลับมายืนอยู่ข้างเตียงฉัน มาเป็นของฉัน มาคอยเยียวยาบาดแผลที่ผู้หญิงหน้าเหมือนเธอทิ้งเอาไว้ให้ฉันเพียงคนเดียว’

บทก่อนหน้า
บทถัดไป