บทที่ 9 ฝากฝังหัวใจ
เช้าวันถัดมา ณ ห้องพักฟื้น V.I.P. โรงพยาบาลเอกชน
บรรยากาศเงียบสงบแตกต่างจากความวุ่นวายเมื่อวานลิบลับ ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ มีเพียงเสียงสะอื้นไห้ของคุณนายมาลินี มารดาของพีรวิศ ที่เพิ่งเดินทางกลับจากการไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัด และรีบตรงดิ่งมาหาลูกชายทันทีที่ทราบข่าว
"วิศลูกแม่ โธ่เอ๊ย ทำไมมันถึงทำกับลูกขนาดนี้" มาลินีจับมือลูกชายแน่น ลูบผมที่ปรกหน้าผากซึ่งมีผ้าพันแผลของเขาเบาๆ น้ำตาไหลพราก "แม่เตือนแล้วใช่ไหมว่านังชาร์มมันหน้าเงิน มันไม่เคยรักลูกจริง เห็นไหมว่ามันผลักลูกตกบันไดจนเกือบฆ่าลูกแม่ตายแล้วเนี่ย!"
"ผมจัดการมันแล้วครับแม่" วิศตอบเสียงเรียบ ใบหน้ายังคงซีดเซียวจากพิษบาดแผลและการผ่าตัดดามเหล็กที่ขา แต่แววตานั้นเด็ดเดี่ยว "ทนายกฤษณ์จัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว แม่ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ ผมไม่เป็นไรแล้ว"
"จะไม่ให้แม่ร้องได้ยังไง! ซี่โครงก็ร้าว ขาก็หัก แม่เจ็บแทนลูกเหลือเกิน..."
แกร๊ก
ประตูห้องเปิดออก ร่างในชุดพยาบาลสีขาวสะอาดตาเข็นรถอุปกรณ์ทำแผลเข้ามา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของวานิลลาลอยแตะจมูกวิศทันที
มาลินีปาดน้ำตา หันไปมองที่ประตู ก่อนจะเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุด เลือดในกายเดือดพล่านพุ่งปรี๊ดขึ้นหน้าทันที
"ชะ ชาร์ม นังสารเลว มึงยังกล้าเสนอหน้ามาเหยียบที่นี่อีกเหรอ"
คุณนายมาลินีผุดลุกขึ้นพรวด ง้างมือสุดแขนเตรียมจะพุ่งเข้าไปตบหน้าผู้หญิงที่บังอาจทำร้ายลูกชายตัวเอง แต่เสียงแหบพร่าของวิศก็ตะโกนขัดขึ้นเสียก่อน
"แม่... หยุดก่อน นั่นไม่ใช่มัน!"
มือที่ง้างอยู่ชะงักค้างเติ่ง มาลินีหันขวับมองหน้าลูกชาย สลับกับพยาบาลสาวตรงหน้าที่ยืนตัวสั่น ทำตาโตด้วยความตกใจ
"ไม่ใช่ได้ยังไง ก็หน้ามันพิมพ์เดียวกันขนาดนี้" มาลินีหรี่ตามองพิจารณาคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง
จริงสิ ใบหน้าเหมือนกันราวกับแกะ แต่รูปร่างสรีระนั้น ต่างกันลิบลับ
นังชาร์มผอมแห้งจนเห็นกระดูกไหปลาร้า เอวคอดกิ่วแบบคนอดอาหาร แต่พยาบาลคนนี้ อวบอิ่มไปทั้งตัว หน้าอกหน้าใจดันเสื้อฟอร์มจนแทบปริ สะโพกผายกลมกลึงรับกับต้นขาที่มีน้ำมีนวล เป็นรูปร่างที่คนโบราณเรียกว่า 'หุ่นแม่พันธุ์' โดยแท้ ต่างจากนังกระดูกเดินได้คนนั้นโดยสิ้นเชิง แถมแววตาก็ไม่มีความหยิ่งยโส มีแต่ความซื่อตรงและตกใจกลัว
"สะ สวัสดีค่ะคุณท่าน" น้ำอิงรีบยกมือไหว้ปลกๆ เสียงใสสั่นนิดๆ "หนูชื่อน้ำอิงค่ะ เป็นพยาบาลพิเศษที่คุณวิศจ้างมาดูแลเคสนี้โดยเฉพาะค่ะ ไม่ใช่คนที่คุณท่านพูดถึงหรอกนะคะ"
มาลินีค่อยๆ ลดมือลง ถอยกลับมานั่งที่เก้าอี้ข้างเตียงช้าๆ แต่สายตายังคงจับจ้องทุกอิริยาบถของพยาบาลร่างอวบอย่างไม่วางตา
"ขออนุญาตนะคะคุณวิศ ถึงเวลาพลิกตัว เช็ดตัว แล้วก็ดูแผลผ่าตัดค่ะ" น้ำอิงสูดหายใจเรียกสติ เดินเข้ามาใกล้เตียง เลื่อนรถเข็นอุปกรณ์มาไว้ใกล้มือ
"อืม" วิศรับคำสั้นๆ สายตาคมกริบที่เคยมองคนอื่นอย่างเย็นชา บัดนี้กลับทอดมองตามมือเล็กๆ ที่กำลังขยับจัดเตรียมอุปกรณ์ด้วยแววตาที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
มาลินีนั่งมองลูกชายตัวเองด้วยความประหลาดใจ วิศเป็นคนหวงตัว ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวาย ยิ่งเวลาเจ็บป่วยยิ่งหงุดหงิดพาลใส่คนรอบข้าง แต่ตอนนี้กลับนอนนิ่ง ยอมให้ผู้หญิงที่หน้าเหมือนอดีตเมียแตะต้องตัวอย่างง่ายดาย
"น้ำจะค่อยๆ ประคองไหล่กับสะโพกนะคะ ค่อยๆ ขยับนะ" น้ำอิงโน้มตัวลงไปใกล้ สอดแขนอวบนุ่มเข้าใต้แผ่นหลังกว้าง อีกมือประคองที่สะโพกสอบ "พร้อมนะคะ หนึ่ง สอง สาม"
เธอออกแรงดึงเพียงเบาๆ จังหวะการพลิกตัวนั้นลื่นไหลและนุ่มนวล แต่เมื่อแผ่นหลังกว้างพลิกตะแคงขึ้นมา น้ำอิงก็ต้องชะงักตาค้าง
"เอ๊ะ ทำไม" น้ำอิงอุทานเสียงหลง นิ้วเรียวชี้ไปที่แผ่นหลังและบริเวณสีข้างของชายหนุ่ม "คุณวิศคะ ทำไมหลังกับซี่โครงถึงช้ำบวมแดงปื้นขนาดนี้คะ! เมื่อวานตอนเช้าที่น้ำเช็ดยังไม่มีรอยช้ำพวกนี้เลยนี่คะ"
วิศนิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อความเย็นจากอากาศปะทะรอยช้ำ "พยาบาลเมื่อวาน มันมือหนัก"
คำตอบสั้นๆ นั้นทำเอาน้ำอิงเม้มปากแน่น ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาในอก เธอไม่น่ารีบลงเวรไปเลย ไม่คิดเลยว่าพยาบาลที่มารับช่วงต่อจะทำรุนแรงกับคนไข้ที่เพิ่งผ่าตัดและซี่โครงร้าวขนาดนี้
"เจ็บมากไหมคะเนี่ย น้ำขอโทษนะคะที่ไม่ได้อยู่ดูแล" เสียงหวานอ่อยลงอย่างเห็นได้ชัด มือจับผ้าชุบน้ำอุ่นแตะลงบนรอยช้ำอย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าเขาจะแหลกสลาย "เจ็บนิดนึงนะคะคุณวิศ น้ำจะพยายามเบามือที่สุดเลยค่ะ"
วิศหลับตาลง ผ่อนลมหายใจออกยาวๆ สัมผัสที่ปลายนิ้วของเธอช่างแตกต่างจากเมื่อวานลิบลับ ไม่มีความรังเกียจ ไม่มีความเร่งรีบ ร่างกายที่เคยเกร็งเขม็งของเขาตอบรับสัมผัสนั้นด้วยความผ่อนคลาย
มาลินีลอบมองภาพนั้นเงียบๆ กลิ่นหอมสะอาดๆ จากตัวน้ำอิง บรรยากาศอบอุ่นและอ่อนโยนที่แผ่ออกมา มันช่างขัดแย้งกับใบหน้าที่เหมือนนังปีศาจนั่นเหลือเกิน แม่พยาบาลคนนี้กำลังทำให้ลูกชายของเธอ สงบลงได้จริงๆ
มาลินีไล่สายตามองสะโพกผายและสัดส่วนอุดมสมบูรณ์นั่นอีกครั้ง ในใจลึกๆ อดคิดไม่ได้ว่า ผู้หญิงที่มีความอ่อนโยนและรูปร่างแบบนี้นี่แหละ ที่เหมาะจะเป็นแม่ของหลานเธอ
"หนูน้ำอิง" มาลินีเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา
น้ำอิงชะงักมือที่กำลังซับรอยช้ำ หันมาส่งยิ้มผ่านหน้ากากอนามัย "คะคุณท่าน ต้องการอะไรเพิ่มไหมคะ"
มาลินีถอนหายใจยาว แววตาที่เคยมองอย่างระแวงเปลี่ยนเป็นความเอ็นดู "เรียกแม่เถอะลูก ไม่ต้องเรียกคุณท่านหรอก"
น้ำอิงเบิกตากว้างนิดๆ ก่อนจะยิ้มรับ "อ่า ค ค่ะ คุณแม่"
"แม่ฝากดูแลตาวิศด้วยนะลูก พี่เขาขี้หงุดหงิด เอาแต่ใจไปบ้าง แต่เนื้อแท้ไม่มีอะไรหรอก ช่วยดูแลพี่เขาหน่อยนะ แม่ฝากด้วยนะลูก"
คำพูดที่เปลี่ยนไปจากการเรียกแบบห่างเหินมาเป็น พี่เขา ทำเอาวิศที่นอนหันหลังอยู่ลืมตาขึ้นมาทันที มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มขึ้นมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน
น้ำอิงยิ้มรับจนตาหยี "ยินดีค่ะคุณแม่ ไม่ต้องห่วงนะคะ น้ำจะดูแลคุณวิศ ให้ดีที่สุดเลยค่ะ"
