บทที่ 2 แอบชอบ

@มหาวิทยาลัย

“ยัยมิน!” เสียงของเม็ดทรายที่ดังขึ้นช่วยฉุดรั้งสติของมินตราที่กำลังหยุดมองอะไรบางอย่างระหว่างกำลังเดินเข้าอาคารเรียนให้หันกลับมามองยังต้นทางของเสียงอีกครั้งก่อนที่เรียวปากบางจะเอ่ยถามคนตรงหน้าไปอย่างคนที่เพิ่งได้สติจนเม็ดทรายเผลอส่ายหน้าเล็กน้อยให้กับการกระทำของเพื่อนตนเอง

“วะ...ว่าไงนะ” 

“ฉันเรียกเธอหลายรอบแล้วนะ เหม่ออะไรขนาดนั้น”

“ก็...”

“อย่าบอกนะว่าแอบมองพี่เขาอีกแล้ว”

“...” มินตราที่โดนจับได้ก็เงียบไม่ตอบเพื่อนของตัวเองอย่างไปต่อไม่ถูกซึ่งการกระทำเหล่านั้นยิ่งทำให้หญิงสาวถูกจับได้ขึ้นไปอีก

“นี่เธอแอบมองพี่เขาทุกวันไม่เบื่อบ้างหรอ ฉันเห็นเธอแอบชอบพี่เขาตั้งแต่ตอนปีหนึ่งแล้วนะ ชอบแล้วทำไมไม่บอกไป ล่ะจะมาคอยมองหาอย่างนี้ทำไม เธอเองก็ออกจะสวยน่ารักสเปคผู้ชายขนาดนี้ พี่เขาอาจจะสนใจก็ได้นะ” เม็ดทรายบ่นเพื่อนรักตัวเองชุดใหญ่ เธอรู้ว่ามินตราแอบชอบรุ่นพี่วิศวะปีสี่มาตั้งแต่ตอนที่พี่เขายังอยู่ปีสามแล้ว แต่มินตราก็ไม่เคยไปบอกชอบตรงๆ หรือไปแสดงตัวให้พี่เขาเห็นเลยสักครั้ง ทั้งๆ ที่ตัวของหญิงสาวเองก็ทั้งสวยทั้งน่ารัก ตรงสเปคของผู้ชายหลายๆ คน แต่เธอก็ยังคงอยู่ในจุดเดิมอยู่อย่างนั้น จุดที่เอาแต่แอบมองและหวังดีกับเขาอยู่เงียบๆ คนเดียว เม็ดทรายรู้สึกว่าบางทีเธออาจจะคิดง่ายไปก็ได้ แต่สำหรับเธอแล้วถ้าชอบก็แค่บอกออกไปก็แค่นั้น ต่างจากหญิงสาวอีกคน

“มันไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย...” มินตราพูดกับตัวเองเบาๆ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อหนึ่งปีก่อน

@วันวาเลนไทน์ปีที่แล้ว

ร้านค้าที่เต็มไปด้วยช่อดอกไม้และของน่ารักมากมายที่คนมักจะนิยมนำไปมอบให้คนรักซึ่งในนั้นมีเด็กสาวปีหนึ่งคนหนึ่งกำลังเลือกของอยู่เช่นกัน

“พี่เขาจะชอบไหมนะ...” มินตรายืนบ่นกับตัวเองด้วยเสียงแผ่วเบา ในหัวของเธอตอนนี้มีแต่คำถามและความสับสนเต็มไปหมดว่าเธอควรจะเลือกของชิ้นไหนดี

“แต่เราไม่เคยเห็นเขาสนใจอะไรเป็นพิเศษเลยนะ”

“จะซื้อไปให้แฟนหรอจ๊ะ” เสียงของแม่ค้าดังขึ้น เมื่อเห็นหญิงสาวเอาแต่ยืนเลือกของมาได้สักพักหนึ่งแล้วแต่เธอก็ยังไม่ตัดสินใจซื้อชิ้นไหนเสียที

“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่แฟน” มินตรารีบปฏิเสธออกไปทันทีด้วยกลัวว่าคนอื่นจะเข้าใจผิดทว่าเธอก็ยังคงไม่กล้าบอกออกไปอยู่ดี

“เอ่อ คือ...”

“อ๋อ จะซื้อไปสารภาพรักล่ะสิ” แม่ค้าพูดขึ้นอย่างรู้ทันในท่าทีของหญิงสาว ซึ่งมินตราก็ได้แต่ยิ้มตอบกลับไปเมื่อถูกจับได้

“แล้วลังเลอะไรล่ะ” 

“เอ่อ คือ...”

“คือหนูไม่รู้น่ะค่ะ ว่าเขาชอบอะไร” เรียวปากบางตอบกลับเสียงเบาอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงเท่าไรนัก

“ทำไมไม่เลือกของที่คนเขาซื้อกันเยอะๆ ล่ะ” แม่ค้าเสนอขึ้น

“...” 

“หรือไม่ก็เป็นของแทนใจก็ได้”

“ของแทนใจ?”

“ก็ใช่น่ะสิ เรารู้สึกยังไงแล้วตั้งใจอยากจะบอกอะไรล่ะ เราก็ใช้ของชิ้นนั้นแทนความรู้สึกเราเลย ถ้าเราตั้งใจให้ ตั้งใจทำเพื่อเขาจริงๆ เขาต้องรับรู้ความรู้สึกได้อยู่แล้ว”

ร่างบางคิดตามที่แม่ค้าบอกอย่างตั้งใจ มินตราครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะหันไปเห็นตุ๊กตาหมีสีชมพูน่ารักที่วางอยู่ ดวงตากลมโตจ้องมองสิ่งนั้นพักใหญ่ก่อนจะตัดสินใจเดินไปหยิบมันในที่สุด

“อ๊ะ!” แต่แล้วปากเล็กก็ต้องหลุดเสียงอุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อเผลอเดินชนเข้ากับสาวสวยหุ่นดีคนหนึ่ง มินตราชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้มองหน้าหญิงสาวคนนั้นใกล้ๆ แต่เมื่อได้สติจึงรีบเอ่ยขอโทษออกไป

“ขะ...ขอโทษค่ะ”

“ไม่เป็นไรจ้ะ” สาวสวยคนนั้นยิ้มตอบกลับอย่างใจดี แล้วจึงเดินไปเลือกซื้อของต่อ

“สวยจัง...” เรียวปากบางเอ่ยชมออกมาเสียงเบาพร้อมกับจ้องมองหญิงสาวคนนั้นอยู่พักใหญ่ ใบหน้าหวานส่ายหน้าเล็กน้อยเพื่อเรียกสติจากนั้นจึงเดินไปหยิบตุ๊กตาหมีสีชมพูน่ารักมาเพื่อจ่ายเงิน

@มหาวิทยาลัย

-คณะวิศวกรรมศาสตร์

ฟู่วว~

เสียงถอนหายใจของมินตราดังขึ้นที่มุมตึกใกล้ๆ โต๊ะที่รุ่นพี่หนุ่มชอบนั่ง เธอมาดักรอเขาตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนเพื่อเตรียมตัว ร่างบางพยายามตั้งสติและนึกคำพูดมากมายที่อยู่ในหัว มือเล็กนั้นสั่นเทาและเย็นเฉียบด้วยความตื่นเต้น

“พี่คะ คือ...หนูชื่อมินตรานะคะ ขอบคุณนะคะที่พี่ช่วยหนูวันนั้น คือว่า...” หญิงสาวพยายามเรียบเรียงคำพูดที่จะสารภาพออกไปอย่างยาวเหยียดจากนั้นจึงให้กำลังใจตัวเองอีกครั้ง

“เธอทำได้มินตรา เธอทำได้” ร่างเล็กพูดกับตัวเองซ้ำๆ พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่เสียงเข้มของผู้ชายจะดังขึ้นยังบริเวณด้านหน้า

“เฮ้ย ไอ้วี วันนี้กินไรดีวะ” 

“ร้านเดิมก็ได้ วันนี้กูต้องรีบกลับ” 

“เฮ้ย ยังไม่กลางคืนเลยนะคะเว้ย รีบเหรอวะ” 

เสียงผู้ชายกลุ่มหนึ่งดังขึ้นทำให้มินตรารีบหันไปมองทันที แม้จะไม่ได้ยินชื่อของเขาแต่เธอก็จำเสียงของเขาได้ดี หญิงสาวเรียกความมั่นใจให้ตัวเองอีกครั้ง ก่อนตั้งท่าจะเดินเข้าไปแต่แล้ว...

“ชาร์วีคะ” เสียงหวานดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงสาวสวยคนที่เธอเพิ่งเจอที่ร้านนั้น

“ผู้หญิงคนนั้นนิ” มินตราที่ยืนอยู่ไม่ไกลพูดขึ้น ก่อนจะยืนมองเหตุการณ์นั้นอยู่เงียบๆ

หญิงสาวยื่นดอกไม้ช่อใหญ่ให้กับชาร์วี ซึ่งเขาก็มองดอกไม้นั้นนิ่ง

“Happy Valentine's Day ค่ะ” เธอพูดพร้อมส่งยิ้มหวานออกไป

“...”

“หึ...”

“...ขอบใจนะ” ชาร์วีนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะแสยะยิ้มออกมาอย่างร้ายกาจแล้วรับดอกไม้จากหญิงสาวไป

“แล้วแนทจะรอนะคะ” เธอยิ้มกว้างเมื่อเห็นชาร์วีรับช่อดอกไม้พลางขยับเขาไปกระซิบบอกชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงยั่วยวนจากนั้นจึงเดินออกมา

มินตราที่ยืนมองอยู่ได้แต่นิ่งไปกับภาพตรงหน้าที่เห็นเหมือนมีเข็มมากมายมาปักที่หัวใจเมื่อเห็นชาร์วีรับดอกไม้มา แต่ยังไม่เท่า...

“มึงเอาปะ” เมื่อหญิงสาวเดินออกไปแล้วชาร์วีจึงยื่นดอกไม้ให้เพื่อนของเขาที่เดินมาด้วยกัน

“เฮ้ย อะไรวะ เขาให้มึงแล้วมึงจะเอามาให้กูทำไม”

“ไม่เอาใช่ปะ”

“...”

“ก็ดี” ชาร์วีพูดขึ้นก่อนจะเดินมาทางที่มินตรายืนอยู่ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามาใกล้

ตุ้บ!

ชาร์วีเดินผ่านหน้าหญิงสาวไปยังถังขยะซึ่งอยู่ไม่ไกลก่อนจะโยนช่อดอกไม้นั้นทิ้งแล้วเดินออกมาอย่างไม่ใยดี

“ไอ้วี นี่มึงทำเชี้ยไรวะ” เพื่อนของชาร์วีพูดขึ้นอย่างตกใจเมื่อเห็นเขาเอาช่อดอกไม้นั่นทิ้งทั้งๆ ที่ยังรับมาได้ไม่ถึงสองนาทีด้วยซ้ำ

“วันนี้ไปดื่มดีกว่า กูขี้เกียจแล้ว”

“แล้วที่ผู้หญิงคนนั้นบอกอะ มึงไม่ไปเหรอวะ”

“เหอะ ไร้สาระ” ชาร์วีตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“ไอ้เชี้ย แม่งโคตรเลวเลยว่ะ กูก็พอรู้อยู่หรอกนะว่ามึงเป็นคนไม่สนใจความรักอะ แต่ทำไมมึงไม่ปฏิเสธเขาไปวะ”

“จำเป็นที่กูต้องสนใจ? ให้มาก็แค่รับก็ถูกแล้วปะ”

“...”

“สรุปมึงจะไปไม่ไป?”

“ไปดิ” แล้วเขาและเพื่อนก็เดินตรงไปยังรถยนต์คันหรูที่จอดอยู่ทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป