บทที่ 7 ค่ายอาสา

@หลายวันต่อมา

-บ้านพักบนดอย

"มินทางนี้" เสียงของเม็ดทรายเอ่ยเรียกมินตราที่กำลังเดินเข้ามายังบ้านพัก ณ ค่าอาสาบนดอยแห่งนี้ ซึ่งตอนนี้นักศึกษาทั้งหมดต่างแยกย้ายกันมาเอาของเก็บที่บ้านพักของตัวเอง จากนั้นจึงค่อยเริ่มไปทำกิจกรรมอื่นๆ ตามที่นัดหมายกันไว้

"ดูดีกว่าที่คิดว่าแฮะ" เม็ดทรายพูดขึ้นระหว่างจัดกระเป๋าไปด้วยซึ่งมินตราก็พูดเสริมอย่างอารมณ์ดีเช่นเดียวกัน

"เราชอบที่นี่นะ ทั้งสงบแล้วก็มีแต่ธรรมชาติด้วย ถ้าในเมืองมีต้นไม้เยอะๆ แบบนี้ก็ดีน่ะสิ" 

"ชอบสถานที่หรือชอบคนกันแน่คะ"

"..."

"เป็นอะไรทำไมเงียบไปล่ะ ปกติเธอคงเขินหน้าแดงไม่ก็โวยวายเถียงฉันแล้วนะ"

"เอ่อ...เม็ดทราย" มินตราที่ก้มหน้าอยู่เงยหน้าขึ้นมาสบตาเพื่อนรักอย่างชั่งใจ ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นอย่างครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจถามออกมา

"เธอว่าฉันบอกชอบพี่ชาร์วีดีไหม"

"ฮะ! นี่ฉันได้ยินไม่ผิดใช่ไหมเนี่ย สาวขี้อายที่เก็บความรู้สึกมาตลอดสองปีอย่างเธอจะบอกชอบพี่เขาเหรอ"

"บะ...เบาๆ สิ เดี๋ยวคนอื่นก็ได้ยินหรอก"

"ก็ฉันตกใจนิ แล้วทำไมถึงตัดสินใจแบบนั้นล่ะ"

"เรา...ไม่อยากเสียโอกาสไปน่ะ ถ้าพี่เขาเรียนจบไปก็ไม่รู้จะได้เจอกันอีกหรือเปล่า"

"เราคิดมาหลายวันแล้วเม็ดทราย ที่ผ่านมาเราเอาแต่ไม่กล้าซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองจนปล่อยให้เวลาผ่านไป ซึ่งเราไม่อยากเป็นแบบนั้นอีกแล้ว ถึงยังไงอย่างน้อยพี่เขาก็จะได้รู้ว่ามีคนที่รักและหวังดีกับเขาอยู่" เพราะเธอเองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าชาร์วีจะชอบเธอไหม ถึงมันจะเป็นโอกาสเพียงน้อยนิดแต่เธอก็อยากจะลองเสี่ยงดู

"ถึงเขาจะไม่ชอบฉัน แต่อย่างน้อยฉันก็เป็นคนที่เขารู้จักแล้ว ฉันอาจจะมีโอกาสได้เฝ้ามองเขาตอนเรียนจบไปแล้วบ้างก็ได้นะ จริงไหม" ปากบางอมชมพูยิ้มเอ่ยบอกเพื่อนรักออกไป หากแต่แววตาของเธอกลับฉายถึงความกังวลออกมาอย่างปิดไม่มิด

"ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ พี่เขาต้องชอบเธออยู่แล้ว เธอออกจะสวยน่ารักขนาดนี้" เม็ดทรายให้กำลังใจมินตราออกไปเมื่อสัมผัสได้ถึงความกังวลของเธอ

"ฉันดีใจนะที่เธอกล้าซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเอง อย่างน้อยเธอก็ไม่ปล่อยโอกาสที่มีอยู่ไป"

"อืม..."

"แล้วนี่ได้เจอพี่เขาหรือยัง"

"ยังเลย..."

"อ้าว แล้วอย่างนี้เธอจะไปบอกตอนไหนล่ะ"

"ฉันคิดว่าจะรอดูก่อนน่ะ คงหาเวลาที่เหมาะสมแล้วค่อยไปบอกกับเขา ยังไงเราก็มีเวลาตั้งห้าวัน"

"อืม อย่าให้นานเกินไปล่ะ แล้วก็ห้ามเปลี่ยนใจด้วยนะรู้ไหม ฉันอุตส่าห์ลุ้นมาตั้งนาน ถ้าเธอเปลี่ยนใจอีกฉันจะไปหาเพื่อนใหม่" ร่างเล็กพูดอย่างหยอกล้อเพื่อคลายความกังวลให้หญิงสาวตรงหน้า

"ฮ่าๆๆ เธอนี่ก็"

"รีบจัดเสื้อผ้ากันเถอะ ใกล้ได้เวลารวมตัวแล้ว" มินตราพูดขึ้นกับเม็ดทรายก่อนที่ทั้งสองคนจะเริ่มจัดของออกจากกระเป๋า และเตรียมตัวไปทำกิจกรรมกันต่อไป

@ค่ายอาสา

หลังจากที่ทั้งคู่จัดกระเป๋ากันเสร็จแล้ว เม็ดทรายและมินตราก็เดินออกมายังจุดรวมพลตามที่ได้นัดหมายกันไว้ ซึ่งในช่วงเช้าจะเป็นเพียงการทำกิจกรรมเบาๆ และพูดคุยถึงกำหนดการณ์ต่างๆ เพียงเท่านั้น โดยมินตราเองก็ได้พยายามมองหาชาร์วีอยู่ตลอดจนพบว่าเขามักจะอยู่กับกลุ่มเพื่อนของเขา และไม่ค่อยออกมาแสดงตัวเท่าไหร่นัก ซึ่งหญิงสาวก็พยายามหาโอกาสที่จะสังเกตว่าช่วงเวลาไหนที่เขาอยู่คนเดียวบ้าง แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ยังหาโอกาสนั้นไม่ได้สักที

"เฮ้อ แล้วอย่างนี้จะไปบอกได้ยังไงล่ะเนี่ย คงไม่ต้องฝ่าวงเพื่อนพี่เขาไปหรอกนะ" มินตราถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่เมื่อเธอพยายามในการหาจังหวะจะเข้าไปหาชาร์วีมาทั้งวันซึ่งในขณะนี้ก็เป็นเวลาเย็นแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นว่าจะมีช่วงเวลาไหนที่ชาร์วีอยู่คนเดียวสักที หญิงสาวก้มหน้าอย่างผิดหวังที่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะไม่ได้ง่ายอย่างที่เธอตั้งใจไว้ แต่แล้วก็เหมือนสวรรค์จะเปิดทางให้เมื่อ...

"อ๊ะ!" ร่างบางเซถอยหลังออกไปสองสามก้าวเมื่ออยู่ๆ เธอก็เดินเข้าไปชนกับร่างสูงคนหนึ่งที่กำลังเดินออกมาจากห้องเก็บอุปกรณ์พอดี

"พะ...พี่ชาร์วี" ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจแล้วเผลอเอ่ยชื่อคนตรงหน้าออกมา มือเล็กกำอุปกรณ์ที่ถือในมือแน่น และจ้องมองคนตรงหน้าอยู่พักใหญ่อย่างทำอะไรไม่ถูก เมื่อเธอพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ตรงหน้าของผู้ชายที่แอบมองเขามาทั้งวัน 

"รู้จักฉัน?"

"อะ...เอ่อ นิดหน่อยค่ะ" หญิงสาวก้มหน้างุดเมื่อชาร์วีจ้องเธอเขม็ง หัวใจดวงน้อยเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกจากเบ้าเมื่อต้องมาเผชิญหน้าเข้ากับเขาจริงๆ

"..."

"มิน...พอได้ยินพวกพี่เขาเรียกชื่อพี่มาบ้างน่ะค่ะ" เพราะความเงียบของชาร์วีทำให้มินตราต้องเอ่ยบอกไปอีกครั้งอย่างกล้าๆ กลัวๆ

"ชื่ออะไร"

"..!!" มินตราเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เธอไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าคนอย่างชาร์วีจะยอมคุยกับเธอ อีกทั้งยังถามชื่อของเธออีกต่างหาก

"มะ...มินตราค่ะ"

"มินตรา...ชื่อเพราะดีนะ"

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

"มีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่า เพราะฉันเห็นเธอ...เหมือนกำลังมองหาใครอยู่" ชาร์วีโน้มใบหน้าเข้ามาพูดใกล้ๆ ที่ข้างใบหูเล็ก ทำให้ตอนนี้ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น ร่างบางได้แต่ยืนตัวแข็งทื่ออย่างทำอะไรไม่ถูกเมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นเป่ารดตรงบริเวณลำคอ

"หึ" ชายหนุ่มเค้นหัวเราะในลำคอเพียงนิดเมื่อหญิงสาวเอาแต่ยืนก้มหน้า หากแต่ใบหูกลับแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด

"เอาอุปกรณ์มาเก็บเหรอ มานี่สิเดี๋ยวฉันเอาเข้าไปให้"

"อะ...เอ่อ อ๊ะ!" มินตราสะดุ้งออกมาเล็กน้อยเมื่ออยู่ดีๆ ชาร์วีก็ยื่นมือมาจับอุปกรณ์ในมือของเธอ และเพราะตำแหน่งที่เขาจับนั้นเป็นตำแหน่งใกล้กับที่เธอถืออยู่พอดีจึงทำให้ตอนนี้มือของเขาคล้ายว่ากำลังจับมือของเธออยู่

"ปล่อยมือสิ ฉันจะได้เอาไปเก็บ"

"ขะ...ขอบคุณนะคะ" หญิงสาวรีบปล่อยมือออกทันทีเมื่อได้สติ ในขณะที่ชาร์วีแสยะยิ้มมองเธอเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมา

"แล้วเจอกันนะ...มินตรา" แล้วชาร์วีก็เดินเข้าไปในห้องเก็บอุปกรณ์ ทิ้งให้มินตรายืนตัวแข็งทื่ออย่างทำอะไรไม่ถูกอยู่คนเดียว ถึงเธอจะเตรียมใจเอาไว้บ้างแล้วแต่มันก็ยังกะทันหันเกินไปอยู่ดีที่อยู่ๆ ต้องมาเจอกับเขาแบบนี้ แถมยังเป็นการพูดคุยกันแบบที่ไม่ได้คาดคิดไว้อีก หญิงสาวสะบัดหน้าไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกเล็กน้อย แล้วรีบเดินออกมาจากตรงนั้นทันที เพราะเธอยังไม่พร้อมที่จะพูดคุยอะไรกับเขาตอนนี้ สำหรับมินตราแล้วมันกะทันหันเกินไป

ชาร์วีเดินออกมาจากห้องเก็บอุปกรณ์เมื่อเห็นว่ามินตราได้เดินออกไปแล้ว ดวงตาคมจ้องมองแผ่นหลังบางด้วยสายตายากจะคาดเดา ปากหนายกยิ้มเล็กน้อยให้กับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ก่อนเสียงเรียกของใครบางคนจะทำให้เขาหันกลับไป

"เฮ้ย ไอ้วี มายืนทำอะไรตรงนี้วะ" 

"อย่าบอกนะว่ามึงแอบกินผู้หญิงคนนั้นในห้องเก็บอุปกรณ์อะ นี่มึงอดอยากขนาดนี้เลย?" ภูผาที่เพิ่งเดินเข้ามาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระแนะกระแหนคนตรงหน้าเมื่อเห็นชาร์วีเอาแต่ยืนจ้องมองผู้หญิงสวยที่เพิ่งเดินออกไปอยู่อย่างนั้น

"ยัง แต่อนาคต...ไม่แน่"

"เฮ้ย ยังไงวะ ที่อาสามาเก็บอุปกรณ์นี่คือจะมาอ่อยเหยื่อ?"

"กูก็แค่สนองความต้องการก็แค่นั้น"

"เหอะ! คนอย่างมึงนี่นะสนองความต้องการใคร กูเห็นคนอื่นมาสนองมึงมากกว่า"

"ก็อยากไม่กล้าเอง กูก็แค่...เร่งเวลาอีกหน่อย"

"มึงชอบผู้หญิงคนนั้น? กูอยากเห็นหน้าเลยว่ะว่าเด็ดแค่ไหน คนอย่างชาร์วีถึงขั้นลงมาเล่นด้วย"

"..."

"น่ารักเหรอวะมึง" ภูผาถามต่อด้วยความอยากรู้

"ก็...ได้อยู่"

"มึงชอบเขา?"

"เปล่า แค่น่าสนใจ" เพราะชายหนุ่มค่อนข้างมั่นใจแล้วว่ามินตรานั้นชอบเขาอย่างแน่นอน จากการที่เห็นว่าเธอคอยแอบมองอยู่ตลอดการที่อยู่ค่ายนี้ แล้วไหนจะก่อนหน้านั้นที่มหาวิทยาลัยอีก และยิ่งมั่นใจยิ่งขึ้นจากการที่ได้ลองเช็คดูเมื่อสักครู่และได้เห็นใบหูที่แดงระเรื่อของเธอ ทั้งๆ ที่แสดงออกว่าสนใจเขาขนาดนั้นแต่เธอก็ยังไม่กล้ามาสู้หน้าเสียที ชาร์วีจึงต้องมาเร่งเวลาให้เธออีกสักหน่อย เพราะเขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าผู้หญิงที่ภายนอกดูอ่อนต่อโลกและขี้อายอย่างเธอ จะทำยังไงเมื่อเขาเปิดโอกาสให้ขนาดนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป