บทที่ 11 เสี่ยภาคหวงรัก :: CHAPTER 4 พอที เลิกหวัง [100%]

“นี่แกกับอีโมเป็นอะไรกับความสัมพันธ์ของฉันกับเฮียพีทนักหนาวะ” ถึงกับเท้าเอวมองเกรซอย่างเอาเรื่อง “ฉันกับเฮียพีทไม่ได้เป็นอะไรกัน ชัดปะ”

“เออ ก็ดีไป พี่พีทก็จนแกก็จน ขืนคบกันไปมีหวังได้กินเกลือแทนข้าวแน่ๆ เพราะงั้นไปหาเกาะเสี่ยซะ”

เรื่องจนน่ะพูดไปเถอะ เพราะฉันไม่เคยถือสาอะไรหรอกก็ฉันมันจนจริง เพื่อนจะเป็นห่วงก็ไม่แปลกหากตกลงปลงใจกับเฮียพีท แต่มันก็ต้องไม่ใช่การมองว่าเฮียพีทจนแล้วเขาจะไม่ดี เฮียพีทแสนดีกับฉันและเหมมาตลอด ฉันพึ่งพาเฮียแทบทุกอย่าง การตัดสินใจครั้งนี้มันก็เท่ากับว่าฉันต้องหลุดออกจากโซนของตัวเองให้ได้ เฮียพีทเองก็ไม่ได้มีมากมายที่จะสามารถเจือจุนฉันได้ตลอด ความเกรงใจก็ต้องมีบ้างใช่ปะ จะให้พึ่งพาเฮียไปตลอดฉันไม่ยอมแน่

ถึงแม้ว่าเกิดเฮียรู้ว่าฉันคิดจะทำอะไร ก็ไม่อยากให้เฮียหรือเหมรู้ว่าฉันจะต้องเอาตัวเข้าแลก เพื่อเงินและความสุขสบายของตัวเองและน้องชาย แลกด้วยร่างกายฉันก็ยอม... ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้หรอก ฉันไม่ได้มีศักดิ์ศรีมากขนาดนั้นฉะนั้นทุกอย่างที่เกิดขึ้นขอให้เป็นการตัดสินใจของฉันแค่คนเดียวก็พอ

“ขนม พี่วานเอาเค้กมะพร้าวไปส่งที่บริษัทนี้หน่อยสิ ชื่อคุณอร”

“ได้ค่ะพี่แวว”

เมื่อคืนบรรดาเสี่ยที่เล็งไว้ไม่ได้มาที่บาร์ ดังนั้นฉันก็เลยกลับห้องโดยไม่ได้นึกไปถึงเรื่องของเสี่ยภาคอีก ตอนนี้สมองของฉันกำลังโฟกัสและเอนเอียงไปหาเสี่ยกัลป์แทน เพราะฉะนั้นหวังว่าวันนี้เสี่ยกัลป์จะมาและฉันก็จะได้ทำการอ่อยเสี่ยกัลป์ให้เอ่ยปากรับเลี้ยงดูฉัน วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ สายของวันใหม่ฉันจะต้องมาทำงานที่ร้านเค้กของร้านพี่แววในเฉพาะวันหยุด ตกแต่งหน้าเค้กและอบเค้ก เพิ่มเติมคือฉันต้องขับมอเตอร์ไซค์ไปส่งเค้กมะพร้าวที่บริษัทแห่งหนึ่ง เมื่อมาถึงก็พบว่าบริษัทค่อนข้างใหญ่โตมากๆ เคยนั่งรถเมล์ผ่านอยู่นะแต่ไม่รู้ว่าเป็นบริษัทอะไร ฉันเป็นพวกไม่ใส่ใจสิ่งรอบข้างหรอกนอกจากตัวเอง

จะว่าเห็นแก่ตัวก็ได้นะ ในเมื่อตอนที่ฉันลำบากคนรอบข้างก็ไม่เห็นมีใครยื่นมือเข้ามาช่วย ดังนั้นฉันจึงมองคนรอบข้างเหมือนมนุษย์ทั่วไปที่อยู่บนโลกใบเดียวกันเท่านั้น ยกเว้นก็แต่คนสนิทและเพื่อนสนิท

“มาส่งเค้กมะพร้าวให้คุณอรค่ะ จากร้านเค้กพี่แวว” เข้ามาในบริษัทฉันก็ตรงเข้ามาติดต่อพนักงานตรงเคาน์เตอร์ กวาดสายตามองไปทั่วบริษัทเห็นพนักงานบางตา อาจจะเพราะเป็นวันหยุดก็ได้ ที่สำคัญคือข้างในหรูหราหมาเห่ามาก บริษัทอะไรกันล่ะเนี่ย เห็นพนักงานสาวกำลังต่อสายหาคนที่สั่งเค้กมะพร้าวฉันจึงหยิบใบโบชัวร์ขึ้นมาดู

บริษัทอสังหาริมทรัพย์เหรอ? เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายที่ดิน บ้าน คอนโดหรืออาคารพาณิชย์เพื่อแสวงหาผลกำไรและเป็นธุรกิจที่มีหลากหลายรูปแบบ เท่าที่อ่านโบชัวร์ในมือก็จะเป็นการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยหรือการซื้อขายที่ดินและการสร้างรายได้จากการเช่า

“เท่าไหร่คะ” พนักงานสาวเอ่ยทักฉันเพื่อดึงสติ พอบอกราคาเรียบร้อยเธอก็จ่ายเงินและรับกล่องเค้กเอาไว้บอกว่าคุณอรที่เป็นเลขาของ CEO ที่บริษัทกำลังลงมารับเค้ก เมื่อได้เงินตามที่ต้องการเรียบร้อย ฉันก็หมุนตัวเตรียมออกจากบริษัทเพื่อกลับไปร้านพี่แววต่อ วันนี้วันอาทิตย์ด้วยเหมยังไม่ตื่นเลยเพราะอู่จะเปิดตอนบ่ายและปิดตอนหกโมงเย็น

“ขนม”

สองเท้าที่กำลังก้าวตรงไปข้างหน้าหยุดชะงักทันที เมื่อได้ยินเสียงคุ้นหูเรียกรั้งฉันเอาไว้ จำต้องเอี้ยวหน้าไปมองตามต้นเสียงจึงเห็นร่างสูงคุ้นตาสวมเสื้อสูทสีดำและด้านในเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมลงมาสองเม็ด ใบหน้าหล่อเหลาระบายยิ้มเมื่อเห็นฉันและนั่นทำให้ผู้หญิงข้างกายที่น่าจะเป็นเลขางุนงงไม่ได้ต่างจากพนักงานที่ยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์บาร์

“เสี่ยภาค” ยิ่งไม่อยากจะเจอหน้าดันมาเจอกันอีก บังเอิญเกินไปหรือเปล่านะขนม

“มาทำอะไรที่บริษัทฉัน” และประเด็นคือมันจะบังเอิญไปหมดแบบนี้ไม่ได้ปะวะโชคชะตา! ฉันสบตากับเสี่ยภาค เขาดูดีใจนะที่เห็นหน้าฉัน ต่างกับตัวของฉันที่ไม่ได้แสดงออกว่ารู้สึกดีเพราะยังคงโมโหเขาเรื่องวันนั้นอยู่ ถ้าคิดจะเล่นๆ กับฉันก็ไม่ควรมาให้ความหวังไง ตอนนี้ฉันพุ่งเป้าไปหาเสี่ยกัลป์เรียบร้อยแล้ว ส่วนเขาเหรอโดนปัดตกไปซะ

“ขนมมาส่งเค้กค่ะ” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ขอตัวก่อนนะคะ ขนมมีงานต้องทำต่อ”

“เดี๋ยวสิขนม”

คงน่าแปลกใจใช่ไหมล่ะที่จู่ๆ คนระดับผู้บริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์จะวิ่งตามเด็กส่งเค้กอย่างฉัน ทันทีที่มาถึงรถมอเตอร์ไซค์ ฉันก็ขึ้นคร่อมรถพลางหยิบหมวกขึ้นมาหวังจะสวมใส่ ทว่ากลับถูกมือหนาคว้าข้อมือยึดเอาไว้เสียก่อน

“ปล่อยค่ะ ขนมรีบ”

“เธอเป็นอะไร ทำไมต้องเมินฉันด้วย” ยังจะมาถามอีกนะ ฉันไม่อยากจะอธิบายเรื่องที่เขาไม่มีวันรู้ให้ฟังหรอก ฉลาดอย่างเขาควรรู้ดีไงว่าอะไรควรหรือไม่ควรทำ จะมาทีเล่นทีจริงกับฉันมันใช้ได้ที่ไหนกัน จะรับเลี้ยงดูไม่รับเลี้ยงก็ไม่เห็นจะต้องมายั่วให้ฉันอยากแล้วก็จากไปเลย

“ขนมไม่ได้เมินเสี่ยค่ะ” แต่เสี่ยภาคถูกตัดออกจากชีวิตของฉันเรียบร้อยแล้วก็เท่านั้น “ขนมแค่ไม่อยากเป็นของเล่นของเสี่ย”

“ฉันไม่ได้มองเธอเป็นของเล่นนะขนม” เหรอ... แล้วที่หลอกฉันมาตลอดมันคืออะไรวะ! มายั่วมาทำทีพูดจะยื่นข้อเสนอสุดท้ายก็ไม่ยอมทำอะไรสักอย่าง คิดว่าคนอย่างฉันจะรอเขาได้เหรอคำตอบคือไม่อยู่แล้วเว้ย “ตกลง เธองอนฉันเรื่องอะไรเนี่ยเด็กดี”

“ขนมไม่ใช่เด็กดีของเสี่ยค่ะ” ดูเหมือนเขาจะแปลกใจเล็กน้อย ใช่สิ ปกติเห็นฉันใสซื่อไร้เดียงสา พอถึงคราวพยศแม้แต่เขาเองก็ไม่มีทางรู้หรอกว่าฉันสามารถแสดงออกตัวตนของตัวเองออกไปยังไงบ้าง “ขนมแค่ไม่ชอบที่ตัวเองถูกปั่นหัว”

“ฉัน...”

“ขนมไว้ใจเสี่ย เชื่อใจเสี่ย แต่สิ่งที่เสี่ยทำไม่ได้ต่างอะไรกับคนอื่นๆ ที่ขนมเคยเจอ”

“หมายความว่ายังไงขนม ฉันไม่เข้าใจ”

“ก็ไม่ต้องมาเข้าใจอะไรขนมหรอกค่ะ ขอแค่เสี่ยอย่ามาวุ่นวายกับขนมก็พอ” ใบหน้าหล่อเหลาแลดูเครียดทันทีที่ฉันดันฝ่ามือหนาออกอย่างเชื่องช้า มันไม่ได้แรงมากแต่ก็คงทำให้เขาหวนคิดถึงสิ่งที่ตัวเองทำเอาไว้กับฉันไม่มากก็น้อย เพราะเขาสำหรับฉันในตอนนี้ก็คือผู้ชายที่ถูกลบออกจากสต็อกไปแล้วก็เท่านั้น คิวต่อไปคือเพื่อนของเขาอย่างเสี่ยกัลป์ไง

“เหตุผลคืออะไร?”

“ไม่มีค่ะ” ฉันส่ายหน้าเล็กน้อยพลางตอบเขาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “เสียแรงที่ขนมเชื่อใจเสี่ยมาตลอด”

“เฮ้ ตกลงฉันทำอะไรให้เธอไม่พอใจกันแน่เนี่ยขนม”

“ขอตัวก่อนนะคะ ขนมมีงานต้องทำต่อค่ะ”

“ขนม เดี๋ยวสิ!”

ไม่ต่อปากต่อคำกับเขาให้เสียเวลา ฉันสวมหมวกกันน็อกแล้วสตาร์ทรถขับออกจากบริษัทของเสี่ยภาคทันที บอกแล้วไงว่าตอนนี้สำหรับฉันแล้วเขาก็แค่ตัวเลือกที่ถูกลบชื่อทิ้งเป็นที่เรียบร้อย จากนี้เขาจะไม่มีบทบาทอะไรในชีวิตของฉันอีก เป้าหมายของฉันได้เปลี่ยนไปแล้ว พอที... ฉันเลิกหวังกับคนใจโลเลอย่างเขา เพื่อพุ่งเป้าไปหาเพื่อนเขาดีกว่า

อย่าคิดว่าสิ่งที่ฉันทำมันไร้ศักดิ์ศรี ฉันยอมเสียศักดิ์ศรีดีกว่าอดตาย เพราะจะมาหวังให้ตัวเองรักษาความบริสุทธิ์เอาไว้ทำไมในเมื่อมันก็แค่เยื่อบางๆ ที่ไม่ได้มีความหมายอะไรในชีวิตของฉันอยู่แล้ว ฉันชอบเงิน กลิ่นเงินมันหอมหวาน! ฉันโฟกัสมันแค่นี้ล่ะ ใครให้เงินฉันได้ฉันก็เลือกคนนั้น ใครปรนเปรอฉันได้ เลี้ยงดูฉันและปกป้องฉันได้ ฉันก็เลือกเขาคนนั้นต่อให้ไม่ใช่เสี่ยภาค จะเป็นใครก็ได้หมดต่อให้เขาจะเป็นเพื่อนของเสี่ยภาคเองก็ตามที

-----------------------------------------

บทก่อนหน้า
บทถัดไป