บทที่ 5 เสี่ยภาคหวงรัก :: CHAPTER 1 ทีเล่นทีจริง [100%]

กะแล้วเชียวว่าอีหรอบนี้เสี่ยกำลังต้องการทำให้ฉันตายใจและไว้ใจเขาให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะไปสเต็ปต่อไปคือ... ยื่นข้อเสนอเพื่อเลี้ยงดูฉัน หากเป็นอย่างที่คิดฉันเชื่อว่าอีกไม่นานแน่นอน มันจะต้องมีอะไรที่ทำให้เสี่ยภาคมั่นใจมากกว่านี้และเชื่อว่าฉันจะต้องตกลงทันทีที่เขาเอ่ยปาก ดูทรงเขาเป็นผู้ชายไม่ชอบรอคำตอบนานๆ หากตอบตกลงทันทีอาจจะทำให้เขาสงสัยได้

“ได้ค่ะ”

“ตามนี้”

พอฉันตกลงเสี่ยภาคก็ขยับไปนั่งประจำที่เพื่อขับรถพาฉันไปส่งมหาลัย ยามที่รถหรูจอดหน้าคณะบริหารธุรกิจเขาก็เอ่ยถามว่าฉันเรียนสาขาอะไรพอบอกว่าเรียนบัญชีเขาก็ยิ้มอย่างพอใจ

“เรียนจบก็ทิ้งใบสมัครไว้ที่บริษัทฉันสิ”

“พูดยังกับว่าเสี่ยจะรับขนมเข้าทำงาน”

“บอกขนาดนี้ ไม่รับมั้ง” เสี่ยภาคยกยิ้มมุมปาก ฉันจึงทำได้เพียงยิ้มเยาะในใจพลางยกมือไหว้ขอบคุณเขา “เจอกัน”

“ขนมไปก่อนนะคะ”

“ตั้งใจเรียน ทำคะแนนให้ได้ดีๆ จะพิจารณาเป็นพิเศษตอนเธอส่ง Resume มา”

พยักหน้ารับและทำตัวให้เชื่อฟังเขามากที่สุด ดูเหมือนเสี่ยภาคจะพึงพอใจมากเพราะเขายิ้มไม่หุบเลยที่เห็นฉันเชื่อฟังทุกคำพูดของเขา พอลงจากรถก็โบกมือให้กับเขาที่ขับรถออกจากหน้าคณะไป ทุกสายตาของนักศึกษาหลายคนที่มองมารู้ดีว่าสายตาของคนในคณะค่อนข้างดูถูกดูแคลนฉัน หากแต่ว่าไม่ค่อยมีใครนินทาซึ่งๆ หน้าเพราะรู้ว่าฉันร้ายขนาดไหน ยิ่งอยู่กับแตงโมเพื่อนสนิทด้วยแล้วยิ่งไม่มีใครกล้ายุ่ง

หากแต่ว่าคงมีแน่เรื่องซุบซิบ อันดับหนึ่งเลยคือ ‘อีขนมขายตัวให้เสี่ยแน่นอน’ เพราะหัวข้อหลักในการนินทาฉันคือเรื่องมีเสี่ยเลี้ยง ก็นินทากันดีนักใช่ปะ ฉันก็จะเป็นเด็กเสี่ยให้พวกแม่งอกแตกตายกันไปเลยไง

“หนม” ก่อนจะได้เดินเข้าคณะ ฉันก็เอี้ยวหน้าไปตามเสียงเรียกและมีเพียงไม่กี่คนที่เรียกฉันด้วยชื่อสั้นๆ รถมอเตอร์ไซค์เวฟ 100 สีน้ำเงินจอดลง เขาคนนี้สวมเสื้อช้อปสีแดงเลือดหมู กางเกงยีนส์ขาดๆ สีซีด รูปร่างสูงใหญ่มีใบหน้าที่หล่อราวกับพระเจ้าตั้งใจปั้นเครื่องหน้าของเขาให้ดูดี หล่อแบดบอยสไตล์และฮอตที่สุดในคณะวิศวกรรมศาสตร์

พี่เขาคือ ‘เฮียพีท’ วิศวะเครื่องกลปี 4 ผู้ชายที่นิสัยดีมากกับเด็กและสตรีทุกคนยกเว้นแค่บางคนเท่านั้น หากไม่ถูกชะตาเฮียพีทจะแสดงท่าทางรังเกียจใส่เลย

“เฮียเพิ่งมาเหรอ”

“ใช่” เขาตอบพลางโน้มตัวไปข้างหน้าและหยิบถุงอะไรบางอย่างส่งมาให้ “ยังไม่ได้กินอะไรใช่ไหม”

“ค่ะ”

“น้ำเต้าหู้กับขนมปังปิ้ง” ฉันอมยิ้มเอื้อมมือไปรับของโปรดของตัวเองมาถือไว้ “ไปละ”

“วันนี้เฮียอยู่อู่ไหม”

“เฮียอยู่ทุกวันนั่นแหละ มีอะไร” แม้ว่าจะดูทรงเหมือนผู้ชายที่แข็งกระด้างไปบ้าง หากใครไม่รู้จักเฮียพีทจริงๆ คงไม่รู้หรอกว่าเขาน่ะใจดีกับฉันและเหมมากแค่ไหน ที่เราเข้ากันได้ดีและเข้าใจกันทุกเรื่องคงเป็นเพราะเฮียพีทเองก็ลำบากเหมือนกับฉันยังไงล่ะ เฮียพีทตัวคนเดียวไม่ได้รวยและจนเหมือนกับฉันเนี่ยล่ะ ทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเองไปวันๆ

“เดี๋ยวหนมไปห้างกับเหม กะว่าจะซื้อของกินไปให้เฮีย”

“ไม่ต้อง เก็บเงินไว้เหอะ”

“แต่หนมได้ทิปเยอะมากเลยนะ แถมเฮียเองก็ไม่ยอมให้หนมใช้เงินที่ยืมไปด้วย”

“เงินไม่กี่พัน ช่างมันเถอะ อย่าคิดเล็กคิดน้อยเลย เฮียไปละใกล้เข้าคลาสแล้ว” พูดรัวเร็วก็สตาร์ทรถด้วยเท้าขับตรงเข้าไปที่คณะวิศวะ ฉันลอบมองถุงน้ำเต้าหู้กับขนมปังปิ้งน้ำตาลนมข้นหวานที่เฮียพีทมักจะแวะซื้อมาให้ประจำ นี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่ฉันอยากจะมีเงินเยอะๆ เพื่อเอาไว้เจือจุนตัวเองและเหม ฉันไม่อยากพึงพาผู้ชายคนนี้ไปตลอดชีวิต เขาเองก็ลำบากเหมือนกันแต่ก็พยายามช่วยฉันอยู่เสมอ เวลาที่เงินขาดมือแค่เอ่ยปากบ่นเฮียก็ควักให้ทันทีโดยไม่รีรอ

“แหม เมื่อกี้ก็มีเสี่ยเอารถหรูมาส่ง พอให้หลังไปปุ๊บก็อ่อยพี่พีททันทีเลยนะขนม” จากที่ยิ้มๆ อยู่กลายเป็นว่าหุบยิ้มทันที หันไปสบตากับ ‘ลี่’ เพื่อนในคณะหล่อนเป็นลูกสาวนักการเมืองดังและแน่นอนว่าชอบเฮียพีทมาก แต่เฮียพีทดันไม่เล่นด้วยเพราะหล่อนเอาเงินไปฟาดหัวเฮียพีท คิดว่าผู้ชายอย่างเขาจะยอมลดศักดิ์ศรีของตัวเองเหรอ บอกเลยว่ามันไม่ใช่เขา

“อิจฉาเหรอ” ฉันตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ที่นอกจากจะไม่มีเสี่ยขับรถหรูมาส่ง คนที่เธอเล็งไว้ยังเมิน”

“ขนม!”

“เฮียพีทน่ะเขาใจดีกับฉันมากๆ ถ้าฉันจะมีเสี่ยเลี้ยงเพื่อเอาเงินมาปรนเปรอเขา ก็คงไม่แปลกหรอก”

“หน้าด้าน”

“ด่าตัวเองหรือไง” พอเถียงไม่ได้ก็ทำท่าจะเข้ามาตบ พอฉันยื่นหน้าให้ตบก็ไม่ยอมทำมัวแต่รีรออะไรก็ไม่รู้ ใช่สิ ต้องเก็บอาการเอาไว้ไม่งั้นจะถูกมองไม่ดีแน่ว่าลูกสาวนักการเมืองทำตัวกร่างเพราะผู้ชายที่ชอบไม่เหลียวแลแม้แต่นิด “ขนาดเฮียพีทยังไม่มองเลย เอาเงินไปกองเอารถไปให้ น่าสมเพช”

“อี...”

“มีไรวะขนม” ฉันเอี้ยวหน้าไปมองนางสาวแตงโมสุดแซ่บเพื่อนรักของฉันที่เดินมาหยุดข้างๆ และทำให้ยัยลี่ที่กำลังจะแปลงร่างเป็นก็อตซิล่าพ่นไฟสงบปากสงบคำทันที “มาวีนอะไรหนมอีกล่ะลี่”

“เปล่า”

“ก็ดี ไปกัน”

แตงโมเดินนำฉันไปที่นั่งประจำของเราสองคนก่อนเข้าคลาส พอได้ฟังฉันเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็เบ้ปากใส่ราวกับนึกหมั่นไส้ฉันเสียเต็มประดา

“สวย สวยเหลือเกิน”

“กับเฮียพีทอย่าคิดเยอะ ฉันกับเฮียไม่ได้เป็นอะไรกัน เฮียมองฉันเหมือนน้องสาวจริงๆ”

“ข้อนี้ฉันรู้ แล้วเสี่ยภาคล่ะ ตกลงเอาจริง?”

“จริงดิ เขาก็ยังไม่ยอมยื่นข้อเสนอสักที” เหมือนกำลังหยั่งเชิงฉันอยู่ “แต่เขาเหมือนกำลังเปลี่ยนเป้าหมาย”

“ยังไงวะ”

“ก็เอาเงินล่อฉัน ก็ต้องแสร้งทำเป็นไม่อยากรับปะ” ทั้งที่ใจของฉันระริกระรี้จะตายไป จากที่ดูสถานการณ์แล้วฉันเชื่อว่าเสี่ยภาคกำลังคิดว่า... “ใช้เงินล่อฉันไม่ได้ผล เลยจะเอาตัวเองมาล่อฉัน”

“ล่อมาก็ล่อกลับไปดิ”

“ทำอยู่ แต่ต้องทำให้เนียนปะจะไปแสดงออกแรดๆ ให้เขาเห็นก็พอดี โดนปัดทิ้ง”

“ถูก แบบอีเกรซนั่นคือจบ”

“ผู้หญิงแบบฉันใช่สเปกเขาที่ไหน” พูดไปก็เคี้ยวขนมปังปิ้งที่เฮียพีทซื้อมาฝากเต็มปากเต็มคำ “แต่ฉันโคตรสนุกเลยว่ะอีโม ได้เล่นบทเป็นสาวซื่อไร้เดียงสา พอเห็นว่าเขาชอบก็ยิ่งอยากเล่นบทนี้”

“ระวังสนุกไปสนุกมาจะตกหลุมรักเขา”

“ไม่มีทาง” เรื่องนี้ปัดทิ้งไปได้เลย “ถลุงเงินได้ตามที่ต้องการ มากพอที่ฉันต้องเสียร่างกายก็จะเขี่ยเขาทิ้งทันที”

“แรงมาก”

“สำหรับฉันแล้วเขาก็แค่บ่อเงินบ่อทองเท่านั้น อีกอย่างเสี่ยภาคอายุห่างกับฉัน 10 ปีเลยนะเว้ย!”

“แล้วไงอะ” แตงโมงเลิกคิ้วขึ้น “แก 23 เขา 33 มันแปลกตรงไหน”

“ไม่ได้แปลก ก็นั่นแหละ เขากับฉันไม่มีทางเป็นไปได้รู้แค่นี้ก็พอ”

เพราะเราต่างมีเป้าหมายที่เหมือนกัน เขาอยากได้ในสิ่งที่ฉันมีและฉันก็อยากได้ในสิ่งที่เขามี ทุกอย่างก็ล็อกลงเป๊ะๆ ต่อให้สุดท้ายฉันจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เหมือนขายร่างกายตัวเองแต่แค่เรียกให้ดูดีว่าเป็นเด็กเลี้ยงของเสี่ยก็ช่างมัน บอกแล้วไงศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้หรอก เงินต่างหากที่สามารถเนรมิตได้ทุกสิ่งทุกอย่าง

“ฉันต้องการเงินแล้วพาเหมหนีไอซ์”

“ขนม”

“อย่างน้อยถ้าได้เป็นเด็กเลี้ยงของเสี่ยภาค ฉันเชื่อว่าเขาปกป้องฉันได้”

“งั้นก็ทำอะไรรีบทำ เอาใจช่วยค่ะเพื่อนรัก!”

หลังจากนี้จะไม่ทีเล่นทีจริงแล้วล่ะ ในเมื่อเสี่ยภาคกำลังแสดงออกว่าใช้ตัวเองหลอกล่อฉัน ก็ได้เลยเสี่ย... ฉันก็จะหลอกล่อเสี่ยให้ติดกับดักสาวใสซื่ออย่างฉันเหมือนกัน

--------------------------------------------------

บทก่อนหน้า
บทถัดไป