บทที่ 6 เสี่ยภาคหวงรัก :: CHAPTER 2 ใครหลอกใครกันแน่ [50%]

เสี่ยภาคหวงรัก #2

: ใครหลอกใครกันแน่ :

“อยากกินอะไรอีกไหม”

“ไม่เอาแล้ว เหมอิ่ม เดี๋ยวช่วยเฮียพีทไม่ได้” หลังจากเลิกเรียนฉันก็นัดน้องชายให้มารอที่ร้านชาบู นานทีมีครั้งจะได้กินของดีๆ กับเขาบ้าง เงินที่ได้ทิปมาก็เลยเอามาเลี้ยงชาบูเหมและเดินเล่นกันสักพักฉันก็ต้องไปทำความสะอาดห้องน้ำของห้างด้วย แค่วันเดียวเท่านั้นเงินห้าร้อยไม่ใช่ได้มาง่ายๆ นะ “ให้เหมไปช่วยทำความสะอาดห้องน้ำด้วยดีปะ”

“ไม่ต้องเลย ไปช่วยเฮียพีทเถอะแล้วก็ฝากอันนี้ให้เฮียด้วย” ฉันยื่นถุงกระดาษให้กับน้องชายที่หลุบสายตามอง “เฮียชอบกินพายแอปเปิ้ลกับชาไทย ไม่รู้จะละลายก่อนถึงเฮียหรือเปล่านี่สิ”

“เหมนั่งวินไปแปบเดียวก็ถึง”

“วันนี้พี่อาจจะกลับดึกหน่อยนะ” เหมถึงกับชะงักเท้าก่อนจะวิ่งออกจากห้าง น้องชายหันมามองฉันพลางทำหน้าสงสัย “คุณพีให้พี่ช่วยทำบัญชีร้านให้หน่อย เขาไม่มีเวลาเคลียร์”

“โอเค”

“นอนได้เลยไม่ต้องรอพี่”

“ครับ งั้นเหมไปก่อน”

ฉันฉีกยิ้มให้กับน้องชายพอน้องวิ่งห่างออกไปไกล ในใจของฉันก็เอาแต่พูดคำว่า ‘พี่ขอโทษนะเหม’ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขืนบอกว่าฉันไปนวดให้เสี่ยภาคมีหวังเหมต้องไม่สบายใจแน่ ฉันรู้ว่าน้องชายเป็นห่วงและกลัวว่าฉันจะขายศักดิ์ศรีของตัวเองเพื่อพาเราสองคนพี่น้องไปในจุดที่สูงที่สุด หากแต่ว่านี่คือความต้องการของฉันที่ทำทุกอย่างก็เพื่อเขาและเพื่อเราสองคนพี่น้องจะได้หนีจากไอซ์ไปให้ไกลที่สุด

หลังจากแยกกับน้องชายฉันก็มาคุยกับหัวหน้าแม่บ้านที่ติดต่อฉันมา รู้จักกันมาสักพักเพราะฉันเคยทำงานที่ร้านเค้กที่นี่แต่ดันถูกไล่ออกเพราะเอาเค้กที่เหลือกลับ ผิดกฎทางร้านก็เลยมาบ่นกับป้าหัวหน้าแม่บ้านที่เห็นใจมากกว่าจะต่อว่า แต่เรื่องมันผ่านมาแล้วก็เลยไม่ได้คิดอะไรมาก ตอนนี้ฉันเปลี่ยนชุดเป็นสวมกางเกงผ้าสีดำกับเสื้อเชิ้ตแขนสั้นกระดุมหน้าสีดำ สวมแมสปิดปากมัดผมเป็นมวยขึ้นเพื่อสะดวกต่อการทำความสะอาด ห้องน้ำของห้างจะมีทุกชั้น แต่ชั้นที่ฉันต้องมาทำความสะอาดคือโซนชั้นบนที่เป็นโซนพวกเสื้อผ้า เครื่องประดับแบรนด์ดังและตรงข้ามก็จะเป็นร้านอาหารหรูหรา

“ขนม เดี๋ยวทำห้องน้ำผู้หญิงเสร็จก็ไปห้องน้ำชายต่อเลยนะ”

“ได้ค่ะป้านุช”

“อ้อ อย่าลืมเอาป้ายไปปิดทางเข้าด้วยล่ะ เกิดลูกค้าพรวดพราดเข้ามาจะยุ่ง”

ฉันพยักหน้ารับขณะมองป้านุชหัวหน้าแม่บ้านของห้างออกจากห้องน้ำผู้หญิง พอสั่งเสร็จก็ไปตรวจทานดูชั้นอื่น แน่นอนว่าห้องน้ำไม่ได้สกปรกถึงขนาดต้องลงแรงมากเท่าที่ควร ที่ต้องทำก็แค่เก็บถุงขยะตามห้องมัดรวมใส่ถังขยะที่มีช่องระบายลงไป เช็ดกระจกแล้วก็ทำความสะอาดอ่างล้างหน้าเป็นอันเสร็จ

ป้ายสีเหลืองที่เขียนว่า ‘กำลังทำความสะอาด กรุณาใช้บริการชั้นอื่น’ ถูกตั้งเอาไว้หน้าห้องน้ำชาย แน่นอนว่าห้องน้ำชายค่อนข้างมีกลิ่นที่ฉุนกว่า ดังนั้นฉันจึงลงมือทำความสะอาดโถฉี่ที่เรียงกันประมาณสิบอัน ใช้เวลาไม่นานก็เช็ดกระจก ขั้นตอนสุดท้ายก็คือการถูพื้นลงน้ำยาเรียบร้อยก็ยืนเท้าเอวฉีดน้ำดึงแมสออก

“เฮ้อ ค่อยหอมหน่อย” นอกจากถูพื้นจนห้องน้ำสะอาดแล้วยังฉีดสเปรย์ไปอีกเกือบหมดขวด พอหอบเอาความหอมและพ่นลมหายใจเอาความเหนื่อยออกไปก็ดึงแมสปิดปากตามเดิม

ปัง!

“แม่งเอ๋ย ดันมาปวดเยี่ยวอะไรตอนนี้วะ” จู่ๆ ประตูก็เปิดขึ้นเป็นชายร่างสูงใหญ่ที่บ่นพึมพำออกมา

“ไม่ได้นะคะคุณลูกค้า กำลังทำความสะอาดอยู่ เชิญไปเข้าที่ชั้นอื่นก่อนค่ะ”

“คนปวดจะราดอยู่แล้ว ยังจะมาไล่ไปเข้าที่อื่นอีก” เขาบ่นใส่ฉันอย่างหงุดหงิด “หรือจะให้เยี่ยวหน้าห้อง”

ทำไมเสียงถึงได้คุ้นหูขนาดนี้นะ ด้วยเพราะฉันมัวแต่มองปลายรองเท้าหนังขัดเงาสีดำเลยไม่ได้มองหน้าเขาสักนิด อาจจะเพราะปวดเบาจนจะราดหรือเปล่าเขาถึงได้รีบร้อนเสียจนไม่ได้ระวังเลยว่าตรงที่ฉันฉีดน้ำมันมีฟองน้ำยาล้างห้องน้ำเยอะมาก และอาจจะทำให้เขาเกิดอุบัติเหตุได้

“คุณระวังลื่น!”

พรืด

“เหี้ย”

ไม่ทันขาดคำ... ร่างสูงตกใจเสียงฉันหรือเพราะมันลื่นจริงๆ เขาถึงได้เซไปมาส่งผลให้ฉันตรงเข้าไปคว้าข้อมือหนาเอาไว้ แต่ด้วยความสูงใหญ่ของเขาจึงทำให้ภายในห้องน้ำเหมือนเราสองคนกำลังยืนเต้นรำกัน เพื่อทรงตัวไม่ให้ล้มลงไปกองบนพื้นที่เปียกไปด้วยน้ำ

ตุ้บ

“ว้าย!”

“โอ๊ย”

สุดท้ายเราก็เต้นรำกันได้ไม่นาน ฉันเป็นฝ่ายที่ผลักร่างสูงจนเซล้มลงไปกองบนพื้นที่เปียกน้ำ ใบหน้าของฉันฝังอยู่บนตำแหน่งหน้าอกซ้ายซึ่งมีกลิ่นหอมอ่อนๆ และเป็นกลิ่นที่ฉันคุ้นเคยราวกับเคยได้กลิ่นแบบนี้ที่ไหนมาก่อน พอเงยหน้าหวังจะขอโทษผู้ชายคนนี้กลับกลายเป็นว่าเราสองคนดันเบิกตากว้างด้วยความตกใจกันทั้งคู่

“สะ เสี่ย!”

“ขนม นี่เธอ...”

ถึงว่าทำไมฉันถึงได้คุ้นกับน้ำเสียงและกลิ่นน้ำหอมจากตัวของเขา ทันทีที่รู้ว่าเราสองคนมาเจอกันโดยบังเอิญและฉันทำให้เสี่ยภาคที่สวมชุดสูทเปียกไปทั้งตัวก็หวังจะขยับจากการล้มทับบนตัวของเสี่ย ทว่ากลับลื่นจนเซล้มลงไปทับเขาอีกครั้ง จังหวะนี้เองที่ช่วงล่างของเราสองคนเบียดเสียดกันไปมา

สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่ดุดันอยู่ตรงหน้าท้อง ฉันไม่รู้หรอกว่าขนาดของเสี่ยภาคจะใหญ่หรือยาวแค่ไหน รับรู้ได้แค่ว่ามันต้องใหญ่แน่นอนไม่เช่นนั้นคงไม่รู้สึกถึงมันหรอก... ไม่ธรรมดา ขนาดของเสี่ยภาคน่ะไม่ธรรมดาเลยขนม

“มาทำอะไรที่นี่” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ก่อนจะเอื้อมมือมาเกี่ยวแมสปิดปากฉันลง

“ขนมมาทำงานค่ะ” ไม่สบตากับเขาโดยตรง “ขนมขอโทษนะคะที่ทำให้เสี่ยเจ็บตัว”

“ทำไมต้องมาทำความสะอาดที่นี่ด้วย”

“ก็ได้เงินนี่คะ ขนมเลยมาทำ” เป็นเรื่องบังเอิญที่โคตรจะคุ้มเลยขนม เสี่ยเห็นความลำบากของฉันแบบนี้แล้ว ต้องมีบ้างละนะที่คิดเรื่องของฉันใหม่น่ะ ฉันรีบกุลีกุจอขยับตัวออกจากการทาบทับร่างสูง “เปียกหมดเลย ทำยังไงดีคะ”

“...”

“ขนมขอโทษนะคะเสี่ย อย่าโกรธขนมเลยนะ” ฉันยกมือพนมไว้กลางอกแสดงสีหน้าก่ำกึ่งจะร้องไห้จนเสี่ยภาคถอดหายใจ สะบัดเสื้อสูทที่เปียกน้ำของตัวเองอย่างนึกโมโห ทว่าก็คีฟลุคตัวเองด้วยการโบกมือไปมา

“ช่างเถอะ เธอไม่ได้ตั้งใจ” เสี่ยภาคลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจากนั้นก็ยื่นมือมาตรงหน้าเพื่อพยุงฉันให้ลุกขึ้น “ใกล้เสร็จหรือยัง”

“ค่ะ”

“ไปเปลี่ยนชุด ฉันจะรอ”

“แล้วเสี่ยไม่ปวดเบาเหรอคะ” พอฉันเอ่ยทักเสี่ยภาคก็เหมือนจะนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเข้าห้องน้ำมาทำไม

“ฉันฉี่ไปแล้วตอนที่เธอล้มทับ”

“คะ!”

“ล้อเล่น” เอาซะหน้าเสียเลย พอเสี่ยเห็นว่าฉันทำหน้าตกตะลึงว่าเขาฉี่ราดกางเกงก็อยากจะเอามือทุบหัวเขาให้พังยับ ยังมีหน้าจะมาพูดเล่นอีกนะ ฉันก็คือคิดจริงจังไปแล้วเนี่ย! “ไม่ออกไปหรือไง”

“จริงด้วย”

“หรืออยากมาดูใกล้ๆ”

“เสี่ยภาคทะลึ่งนะคะ”

“หึ”

ฉันแสดงออกอาการเขินอาย เขาจึงยิ้มเยาะอย่างพึงพอใจพอฉันสะบัดหน้าหนีออกจากห้องน้ำก็ยกมือทาบทับตำแหน่งหัวใจตัวเอง ไม่ใช่อะไรนะ ตกใจที่บังเอิญมาเจอกับเขาในสถานการณ์ที่ฉันอยากให้เขาเห็นมากที่สุด เพิ่มคะแนนความสงสารทำให้เขาได้รู้ว่าฉันไม่ได้ทำงานที่บาร์เพียงที่เดียว หากแต่ว่าฉันทำงานทุกอย่างที่ได้เงินและทั่วราชอาณาจักรแค่นั้น

เสี่ยภาคมายืนรอฉันที่หน้าห้องหัวหน้าแม่บ้านหลังจากเปลี่ยนชุดเป็นสวมชุดนักศึกษาเรียบร้อย ป้านุชก็ตกใจเล็กน้อยที่เห็นผู้ชายที่แต่งตัวดีรวยมากๆ มายืนรอฉัน แต่ก็ไม่ได้ถามไถ่อะไร แถมยังให้เงินฉันเกินจากที่ตกลงกันเอาไว้ด้วย พอตรวจงานก็คือฉันทำความสะอาดเต็มที่หมดจดทุกระเบียบนิ้ว

“เสื้อผ้าเสี่ยเปียกขนาดนี้ จะทำยังไงดีคะ”

“ไปซื้อเสื้อผ้าใหม่” พอออกมาจากห้องหัวหน้าแม่บ้านเสี่ยภาคที่ยืนกอดอกรออยู่ก็เดินนำฉันไปตามทาง “ดีนะที่ฉันรับรองลูกค้าเสร็จแล้ว ไม่งั้นคงหนักกว่านี้แน่”

“ขอโทษนะคะ ขนมไม่ได้ตั้งใจ”

“แล้วกินอะไรหรือยัง?” ส่ายหน้าเป็นคำตอบ “เราต้องคุยกันหน่อยนะขนม”

“เรื่องอะไรเหรอคะ” ต้องคุยเรื่องอะไรกันล่ะ ทำไมสีหน้าดูจริงจังขนาดนั้นด้วย “หรือเสี่ยจะให้ขนมชดใช้เรื่องเสื้อผ้าของเสี่ยคะ ชุดของเสี่ยแพงมากแน่ๆ ขนมไม่มีเงิน...”

“ใจเย็น แค่คุยเรื่องอื่นไม่ใช่เรื่องนี้” เสี่ยภาคยิ้มเอ็นดูขณะวางมือลงบนศีรษะฉัน “ทำหน้าดีๆ หน่อย”

“ก็ขนมกลัวว่าเสี่ยจะเรียกเงินจากขนม” ทำหน้าเศร้าจนเสี่ยภาคส่ายหน้าเล็กน้อย

“ใครจะไปคิดเงินกับเด็กดีอย่างเธอได้ลงคอกันล่ะ” หึ นั่นสิ ถึงจะเรียกฉันก็ไม่มีปัญญาให้หรอก เสื้อผ้าเขาดูก็รู้ว่าโคตรจะแพงอย่างต่ำทั้งตัวไม่ล่อเป็นแสนเหรอ “ร้านนี้”

เสี่ยภาคหยุดที่ร้านเสื้อผ้าผู้ชายแบรนด์ดัง เขาเข้าไปในร้านและหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงสแล็คสีดำ โดยมีพนักงานผายมือให้เข้าไปเปลี่ยนชุดไม่นานเสี่ยก็ออกมาด้วยชุดใหม่ ส่วนชุดเดิมที่เปียกน้ำพนักงานก็จัดการเอาใส่ถุงให้ ขณะที่เสี่ยภาคยืนจ่ายเงินแค่เสื้อเชิ้ตกับกางเกงสแล็คเขาจ่ายไปเกือบเก้าพันอะคิดดู

ไม่ได้จ่ายเงินสด... จ่ายด้วยแบล็กการ์ดซะด้วย

[50%]

----------------------------------------------------

บทก่อนหน้า
บทถัดไป