บทที่ 7 เสี่ยภาคหวงรัก :: CHAPTER 2 ใครหลอกใครกันแน่ [100%]

“อยากกินอะไร เลือกสิเดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง”

“ขนมเกรงใจเสี่ยนะคะ เสี่ยเลือกเถอะค่ะ ขนมกินได้หมด” พอได้ชุดเสร็จเขาก็พาฉันแวะมาซื้อรองเท้าใหม่เช่นเดียวกัน ก็นะจะไปใส่เปียกน้ำทั้งที่เดินอยู่ก็ยังไงอยู่ พอเสี่ยได้รองเท้าคู่ใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิมเขาก็หรี่สายตามองรองเท้าผ้าใบของฉันที่เปียกน้ำจนเห็นได้ชัด “อะไรเหรอคะ”

“รองเท้าเธอเปียก”

“อ้อ ไม่เป็นไรค่ะ สบายมาก” ฉันฉีกยิ้มให้กับเขาที่ขมวดคิ้วและเสมองไปด้านหลัง ก่อนจะชี้นิ้วให้ฉันหันไปมอง

“ตามมา”

“คะ?” เสี่ยภาคเห็นว่าฉันยืนนิ่งอยู่เขาก็คว้าข้อมือให้เดินตามเข้าไปในร้านรองเท้า แน่นอนว่ามีรองเท้าผ้าใบแบรนด์ดังหลากหลายให้เลือก แต่ละคู่นะอย่างต่ำคือราคาประมาณห้าพัน

“ชอบคู่ไหน เลือกได้เลย”

“แต่ว่า...”

“ถ้าเธอไม่เลือกฉันเลือกให้เองนะ” เขาเท้าเอวพลางอมยิ้ม “และถ้าฉันเลือก ราคาไม่ธรรมดาเช่นคู่นี้”

‘49,500’ แบรนด์ดังสุดหรูที่ราคาเล่นเอาตาฉันโตเป็นไข่ห่าน รีบตะครุบมือเสี่ยภาคพลางส่ายหน้าไปมา

“เสี่ยอย่าบังคับขนมได้ไหมคะ ขนมเกรงใจเสี่ยจะแย่อยู่แล้วนะคะ”

“เกรงใจทำไม ฉันเต็มใจให้”

“เดี๋ยวขนมก็ต้องตอบแทนเสี่ยอีก” ทำหน้างอง้ำและเม้มปากขึ้นบน “ขนมไม่มีอะไรจะตอบแทนเสี่ยนะคะ”

“มี” คำตอบของเสี่ยทำให้ฉันเหลือบตามองเขา “เธอมี”

“อะไรคะ”

“ยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องบอก” ขนาดอ่อยแบบอ้อมๆ เสี่ยภาคก็ยังปากแข็งมาก แข็งจนฉันกัดผนังในปากทั้งที่หน้าก็คือยังแสดงออกว่าเกรงอกเกรงใจเขา ทั้งที่ในใจอยากจะกวาดให้หมดเอาให้แบล็กการ์ดบัตรฉีกเลย หมั่นไส้มาก! “เอาไง จะให้ฉันเลือกให้ก็เอาคู่นี้”

อยากเสียเงินให้ฉันมากนักก็ตามแต่เรื่องเลย ฉันจะไม่ยอมเลือกเองเด็ดขาด

“ขนมแล้วแต่เสี่ยเลยค่ะ ขนมเคยขัดใจเสี่ยได้เหรอ”

มองค้อนเขาที่หัวเราะชอบใจ ชอบสินะที่เชื่อฟังคำสั่งนะ แต่เป็นการเชื่อฟังที่ฉันจะต้องได้มาแบบคุ้มที่สุด เสี่ยภาคดันรองเท้าผ้าใบสีขาวติดแบรนด์ดังราคาก็คือที่ว่านั่นแหละให้ฉันลองสวมใส่ แสร้งทำเป็นไม่อยากได้ ใจจริงก็คืออยากจะปลอกลอกให้หมดตัว อยากจะชี้ๆ เอาทุกอย่างเอาให้รูดจนแบล็กการ์ดพัง ก็ทำได้เพียงแค่ความคิดเท่านั้นไง

ท้ายที่สุดรองเท้าคู่เกือบห้าหมื่นก็ถูกสวมใส่เดินเคียงคู่มากับเขา เสี่ยภาคพาฉันเข้ามากินอาหารสไตล์อิตาเลี่ยน อาหารดีๆ ที่ฉันไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน พอมองเมนูก็ได้แต่ทำหน้างุนงง มีแต่อาหารอะไรวะเนี่ยไม่รู้จักสักอย่าง ภาษาน่ะยังพอรู้แต่เห็นหน้าตาอาหารแล้วฉันจะกินได้ไหมเนี่ย

“ตกลงเธอทำงานกี่อย่างกันแน่ขนม” เสี่ยภาคเอ่ยถามขณะม้วนเส้นสปาเก็ตตี้เข้าปาก จดจ้องมองหน้าฉันเพื่อรอฟังคำตอบที่อยากถาม ไอ้เรื่องที่จะคุยคือเรื่องนี้เองเหรอ

“หลายอย่างค่ะ”

“รวมถึงไปทำความสะอาดห้องน้ำห้างด้วย”

“เป็นงานชั่วคราวค่ะ พอดีคนขาดขนมก็เลยไปช่วย แปบเดียวได้มาเกือบพันเลยนะคะ” จะเงินเล็กน้อยแค่ไหน ฉันก็เอาหมดนั่นแหละขอแค่เป็นเงินก็พอ เก็บเล็กผสมน้อยเดี๋ยวก็เยอะเอง “ขนมมีเรื่องต้องใช้เงินทุกวันค่ะ แค่นี้สบายมาก”

“ไม่เหนื่อยหรือไง”

“เหนื่อยสิคะ” หลุบสายตามองอาหารตรงหน้าที่ถูกตักกินไปได้แค่นิดเดียว เผลอแสดงด้านที่อ่อนแอออกมาจนได้สิขนม ด้านที่ไม่เคยอยากแสดงออกไปให้ใครได้เห็นจำต้องรีบดึงตัวเองกลับมาเพื่อหลอกล่อคนตรงหน้า “ทำยังไงได้ ขนมมีน้องชายต้องดูแล ไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้น”

“...”

“ใช้เงินออกไปก็ต้องหากลับเข้ามาให้มากกว่าที่ใช้ออกไป”

“ไม่ว่าจะงานอะไรก็ทำหมด”

“ทุกอย่างค่ะ” ตอบเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเพื่อให้เขาได้มั่นใจว่าหากเอ่ยปากปุ๊บฉันก็พร้อมปั๊บ

“แล้วถ้าฉันเสนองานให้เธอ งานที่มันอาจจะทำให้เธอรู้สึกแปลกไปบ้าง เธอจะรับไหม”

“เสี่ยจะให้ขนมทำอะไรเหรอคะ” เอาล่ะเสี่ยภาค พูดมาเลยฉันพร้อมมาก! “ไปทำความสะอาดห้องเสี่ยหรือเป็นแม่บ้านก็ได้นะคะ ขนมทำได้”

“มากกว่านั้น”

“มากกว่านั้น หมายถึงยังไงคะขนมไม่เข้าใจ” แสดงสีหน้างุนงงจนเสี่ยภาคยกยิ้มมุมปาก พึงพอใจที่จะเห็นฉันทำหน้าตาซื่อๆ ใส่ “เสี่ยไม่ตอบคำถามขนม”

“ถ้าฉันเสนอ เธอก็แค่ตอบว่าตกลงหรือไม่ตกลง”

“ก็ขนมยังไม่รู้งานที่เสี่ยจะให้ทำ ขนมก็ไม่รู้ว่าควรตกลงหรือไม่ตกลง”

“ไว้ใจฉันหรือเปล่า”

“ขนม...” ฉันแสร้งทำเป็นเว้นช่วงจังหวะไม่ให้ตัวเองพลีพล่ามตอบออกไปให้เขาเห็นว่าตัวเองพร้อมมากแค่ไหน “ไว้ใจเสี่ยภาคค่ะ”

“ฉันเองก็กลัวว่าเกิดพูดไป เธออาจจะไม่ตกลง”

“งานมันยากเหรอคะ เสี่ยจะให้ขนมไปทำงานที่บริษัทตอนยังเรียนไม่จบ มันคงไม่ดีแน่”

“หึ ไม่ใช่” เขาหัวเราะในลำคอและเอื้อมมือมาแตะแก้มฉันเบาๆ “งานที่ทำให้เธอไม่ต้องไปนั่งขัดส้วมน่ะ”

“มีด้วยเหรอคะงานที่สบายแล้วได้เงินดี ขนมทำงานมาเยอะไม่เคยเจอเลย”

“งานสำหรับฉันไง” เสี่ยภาคดึงมือตัวเองกลับไปตักอาหารเข้าปาก ดูเหมือนเขาจะตะลอมฉันได้สำเร็จครึ่งหนึ่งไม่อย่างนั้นคงไม่ยิ้มอย่างภูมิใจขนาดนั้นแน่นอน “แต่คืนนี้ต้องนวดให้ฉันก่อน เจ็บเอวมากตอนที่ล้มกระแทกพื้น”

“เสี่ยทำให้ขนมรู้สึกแย่อีกแล้ว”

“ไม่อยากรู้สึกแย่ก็คลายนวดให้ฉัน”

“ขนมจะนวดให้เสี่ยหายเองค่ะ เชื่อมือขนม”

“คนเก่งกินเยอะๆ เธอผอมมากเลยรู้ตัวไหม”

ฉันรู้ตัวเองดีว่าผอมเพราะไม่ค่อยได้กินอะไรที่มันดีๆ หรือมีประโยชน์ ดังนั้นต่อให้สุดท้ายใครจะหลอกใครก็คงไม่สำคัญเท่ากับว่าแผนการที่ฉันริเริ่มจะเป็นเด็กเสี่ยภาค มันใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว

-------------------------------------------

บทก่อนหน้า
บทถัดไป