บทที่ 13 บทที่ 02 คุณภาพชีวิต [2]
ร่ำรวยอะพาร์ตเมนต์
ไม่ถึงสิบนาทียะหยาก็จอดรถที่หน้าอะพาร์ตเมนต์ที่เธอพักอาศัย
หันกลับไปมองน้องสาวของตัวเองแล้วก็ทำได้เพียงแค่ยกมือขึ้นลูบหัวเธอเพื่อปลอบประโลม
ยาหยีพยายามบอกให้ตัวเองตั้งสติ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น
เธอรู้สึกหวาดกลัวทุกครั้งที่จะกลับไปที่นั่น
แต่อีกด้านหนึ่งเธอก็ยังอยากได้พ่อคนเดิมของเธอกลับมา
อยากกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับพ่อและพี่ชายของเธออีกครั้งเหมือนในวันที่แม่ยังอยู่เท่านั้นเอง
“พี่ขอโทษนะหยี”
“ไม่ใช่ความผิดของพี่หยาหรอกค่ะ
หยีผิดเอง”
“หยีไม่ผิดเลย
พี่สัญญาว่าพี่จะดูแลหยีให้ดีมากกว่านี้
สักวันเราจะได้กลับไปอยู่ด้วยกันสองคนพี่น้องนะหยีนะ อดทนอีกนิดนะหยี”
ยะหยาย้ำพลางลูบหัวน้องสาวด้วยความรัก เธอส่งยิ้มให้เขา
พยักหน้าทั้งที่น้ำตายังคงไหลไม่หยุด
“เจ็บมากไหมหยี”
“ไม่เป็นไรค่ะ หยีจะอดทน”
เธอย้ำคำนั้นพร้อมกับฝืนยิ้ม
ยะหยาจ้องมองรอยยิ้มของน้องสาวด้วยความเจ็บปวดหัวใจ
เขาอยากจะดูแลเธอให้ได้มากกว่านี้แต่เพราะพื้นฐานครอบครัวเริ่มจากติดลบ
นั่นทำให้เขารู้ดีว่ามันไม่ง่ายเลย ความจนมันไม่ใช่แค่เรื่องของเงินทอง
แต่มันคือพื้นฐานของการเริ่มทุกอย่างไม่ว่าจะเรื่องของสังคม หรือแม้แต่โอกาสที่หากใครไม่เคยได้สัมผัส
คงไม่มีทางเข้าใจ
“พี่หยารีบกลับบ้านเถอะค่ะ
เดี๋ยวถ้าพ่ออาละวาด จะเดือดร้อนคนอื่น”
“เดี๋ยวพี่ขึ้นไปส่งหยีก่อนแล้วค่อยกลับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ
แค่นี้หยีก็ปลอดภัยแล้ว เดี๋ยวคืนนี้หยีจะโทรหานะคะ”
ยาหยีพยายามบอกอย่างเข้มแข็งทั้งที่เสียงสั่นไปหมด
พูดจบเธอก็เปิดประตูรถแล้วรีบก้าวลงมาทันทีเพราะกลัวว่าจะหยุดร้องไห้ไม่ได้
ทว่ายะหยากลับเปิดประตูแล้วก้าวตามลงมาเพื่อยื่นบางอย่างให้เธอ
“วันนี้เงินเดือนพี่ออก
หยีเก็บไว้ใช้นะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ
พี่หยาเก็บไว้เถอะ”
“หยีนั่นแหละเก็บไว้
แล้วก็ไปซื้อยามาทาด้วยล่ะ เดือนหน้าพี่จะทำโอทีเยอะหน่อย
แล้วต่อไปนี้ก็อย่ากลับไปที่บ้านอีกเข้าใจหรือเปล่า”
มันฟังดูเหมือนตลกร้ายเพราะคงไม่มีคนในครอบครัวที่ไหนพูดกันว่าอย่ากลับไปที่บ้านหรอก
“ขอบคุณนะคะ
หยีรักพี่หยาที่สุดเลยค่ะ”
ยาหยีสะอื้นทั้งน้ำตาก่อนจะเดินตรงเข้าไปกอดพี่ชายของเธอเอาไว้
“อดทนนะหยี
ขอเวลาพี่อีกนิด พี่จะไม่ให้หยีต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวแบบนี้อีก”
ยะหยาย้ำก่อนจะก้มจูบหัวน้องสาวอีกครั้ง
เธอยิ้มให้เขาก่อนจะแยกกันเพราะการปล่อยคนเมาไว้ที่บ้านคนเดียวไม่ใช่เรื่องที่ปลอดภัย
ก่อนหน้านี้พ่อของทั้งคู่เคยอาละวาดจนมีเรื่องกับเพื่อนบ้านมาแล้ว
เดือดร้อนต้องใช้เงินสดแทนคำขอโทษไปก้อนใหญ่ คนละแวกนั้นต่างพากันเอือมระอา
แม้จะสงสารทั้งสองคนพี่น้องก็ตาม
บรื้นนน
รอจนยะหยาขับรถออกไปยาหยีจึงเดินกลับขึ้นตึก
ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาเพราะจะร้องไห้นานไม่ได้ ถ้าเธอร้องไห้
พี่ชายของเธอจะยิ่งเป็นห่วง
ตึก!
แต่แล้วระหว่างที่เธอกำลังเดินขึ้นบันไดก็เหมือนจะได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง
รู้ได้ทันทีว่าจะต้องมีคนเดินตามมาอย่างแน่นอน
ทว่าเมื่อหันกลับไปมองเธอกลับไม่พบใครเลยสักคน
ก้อนเนื้อในอกเต้นแรงขึ้นในฉับพลัน
เธอไม่ได้กลัวสิ่งที่มองไม่เห็น
แต่กลัวสิ่งที่มองเห็นแต่ตั้งใจหลบเพื่อให้เธอมองไม่เห็นต่างหาก
ในสมองมีภาพของพ่อขี้เมาที่พยายามจะขืนใจเธอเมื่อครู่แวบเข้ามาโดยอัตโนมัติ
สัญชาตญาณสั่งให้เธอรีบหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเพื่อโทรหาพี่ชายที่น่าจะยังขับรถออกไปได้ไม่ไกล
เปลี่ยนเป้าหมายจากห้องตัวเองเป็นเดินตรงไปที่ห้องของใครสักคนที่คิดว่าสามารถจะเคาะประตูเพื่อขอความช่วยเหลือได้ทันทีตึก
ตึก
ตึก
ระหว่างนั้นก็ยังคงได้ยินฝีเท้าคู่นั้นที่เดินตามเธอมาเรื่อยๆ
เธอเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
ก่อนจะตัดสินใจหยุดเดินที่หน้าห้องห้องหนึ่งแล้วทำทีเป็นเปิดกระเป๋าเพื่อหากุญแจ
แต่เมื่อหางตาเหลือบเห็นเงาบางอย่างเธอจึงรีบหันไปมอง
“นาย!”
