บทที่ 1 เสือร้าย - INTRO

ฉันนอนกลิ้งไปมาอยู่บนเตียงขนาดคิงไซซ์ ผ้าปูที่นอนสีดำดูเข้ากับโทนสีของห้องอย่างลงตัวบ่งบอกถึงบุคลิกเจ้าของห้อง 

“ใจ๋ลุกขึ้นจากเตียง” เสียงทุ้มของเจ้าของห้องที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำออกคำสั่ง 

“อะไรกันใจ๋เพิ่งมาเอง” ฉันหันมองไปทางห้องน้ำก่อนที่ใบหน้าจะเริ่มขึ้นสีแดงเถือกเพราะบนตัวของพี่เสือมีเพียงผ้าขนหนูเพียงผืนเดียวที่พันอยู่รอบเอว ผมเปียกๆ นั่นเวลาน้ำมันหยดลงมาทำไมถึงได้ดูดีขนาดนั้นกัน 

“อย่าให้ต้องพูดซ้ำนะใจ๋”

ฉันทำหน้าบึ้งมองพี่เสือผู้เป็นเจ้าของห้อง ตอนเด็ก ๆ ฉัน จ๋าย ไทเกอร์และพี่เสือ ชอบมาเล่นซ่อนแอบกันในห้องนี้ประจำ ตั้งแต่เด็กจนโตฉันก็มักจะเข้ามาเล่นในห้องของพี่เสือบ่อย ๆ 

พี่เสือเอ็นดูฉันเหมือนน้องสาวคนหนึ่งถึงแม้จะรู้ดีว่า… ฉันคิดยังไงกับเขา 

แต่ใจ๋คนนี้ไม่ท้อหรอก สักวันพี่เสือจะต้องชอบใจ๋คอยดูสิ

“โตแล้วนะใจ๋ อย่าทำแบบนี้ใครมาเห็นมันจะดูไม่ดี” 

“บ่นใจ๋อีกแล้ว”

“พี่บอกตั้งกี่ครั้งว่าอย่าแอบเข้ามาในห้องแบบนี้อีก เราไม่ใช่เด็ก ๆ กันแล้ว” 

“ถ้าอย่างนั้น…” ฉันดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินมาหยุดตรงหน้าของคนตัวสูง ก่อนจะพูดต่อ “พี่เสือก็มาเป็นแฟนใจ๋สิ” 

แปะ!! ทันทีที่พูดจบพี่เสือก็ยกมือขึ้นมาตีหน้าผากฉันอย่างแรง

“แก่แดด เป็นเด็กเป็นเล็ก” 

“ใจ๋จะยี่สิบแล้วนะ โตพอจะเป็นแฟนพี่เสือได้แล้ว” 

“หยุดพูดแล้วลงไปข้างล่างพี่จะแต่งตัว”

“เดี๋ยวใจรอลงไปพร้อมกัน”

“ใจ๋” เมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยเรียกชื่อก็รู้ได้ทันทีว่าพี่เสือกำลังดุ

“อือใจ๋ลงไปรอด้านล่างก็ได้”

บ้านของฉันกับพี่เสือรั้วติดกันอีกทั้งพ่อแม่ของเราสองคนก็เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเรียนทำให้เราสองครอบครัวสนิทกันมาก ๆ และวันนี้เราก็นัดกินข้าวด้วยกันมันเป็นแบบนี้ปกติอยู่แล้ว 

ฉันชื่อใจ๋ เรียนอยู่ปีสองมีฝาแฝดหนึ่งคนชื่อจ๋าย แต่จ๋ายไปเรียนที่ต่างประเทศ นาน ๆ ทีจะกลับมาที่บ้าน 

“โดนไล่ลงมาอีกแล้วอะดิ” ไทเกอร์น้องชายของพี่เสือเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าฉันเดินหน้าบึ้งลงมาจากบันได

“พี่เสือให้ลงมารอข้างล่างไม่ได้ไล่ซะหน่อย”

“เป็นผู้หญิงนะใจ๋ขึ้นไปห้องผู้ชายแบบนั้นมันดูไม่ดี เฮียไล่ลงมาก็สมควรแล้ว” 

“พูดมากน่าไทเกอร์”

“ตัดใจเถอะ อย่าไปรู้สึกกับเฮียมันเลย ถ้ามันจะชอบคงชอบไปนานแล้ว” 

ไทเกอร์อายุเท่ากับฉันและเราก็เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน คำที่เพิ่งเอ่ยออกมา เขามักจะเตือนฉันประจำ เพราะนอกจากจ๋ายก็มีไทเกอร์ที่รู้เรื่องของฉันทุกเรื่อง เราสนิทกันมาก ๆ 

“หิวแล้ววันนี้มีอะไรกินบ้างน้า” ฉันทำเมินคำพูดของไทเกอร์แล้วเดินลูบท้องเข้ามาดูของกินในห้องอาหาร 

“เถียงไม่ได้ก็หนีตลอด”

จริง ๆ มันไม่ได้หิวอะไรขนาดนั้นหรอก ก็แค่ไม่อยากพูดเรื่องนั้น ไม่ใช่ไม่รู้ว่าเขาไม่รัก แต่ใจมันรักเขาไปแล้วจะให้ทำยังไง 

ฉันไม่ใช่คนชอบเที่ยวชอบดื่มเลยสักนิด แต่พอเห็นพี่เสือไปคลับก็อยากจะไปด้วย เรียกว่าไปกันท่าดีกว่า พอเห็นเขาอยู่กับผู้หญิงคนอื่นทีไรใจมันก็เจ็บทุกที 

@ห้องอาหารของบ้านพี่เสือ

วันนี้เหมือนวันครอบครัวที่เรามารวมตัวกินข้าวด้วยกัน แต่รู้สึกว่าบรรยากาศมันดูแปลก ๆ ต่างออกไปจากทุกครั้ง สีหน้าของแม่ของฉันและแม่ของพี่เสือแสดงความกังวลออกมาชัดเจน 

“น้องใจ๋อายุเท่าไรแล้วนะลูก” แม่ของพี่เสือถามฉัน 

“ยี่สิบแล้วค่ะ”

“โตเต็มวัยแล้วสินะ แบบนี้ก็มีแฟนได้แล้วสิ” 

“ดื้อแบบนี้ใครจะอยากได้เป็นแฟน” พี่เสือเอ่ยแทรกคำพูดของแม่ ฉันจึงเบ้ปากใส่ 

อยากจะพูดว่าระวังจะได้ใจ๋เป็นแฟนซะเองแต่กลัวผู้ใหญ่ตกใจ ต่อหน้าผู้หลักผู้ใหญ่ต้องเป็นคนดีมีมารยาทนิดนึง เป็นผู้หญิงพูดแบบนั้นมันดูไม่งาม 

“เอาล่ะ วันนี้พ่อมีเรื่องสำคัญอยากจะถามกับลูก” พ่อของพี่เสือวางช้อนลง ก่อนจะถามลูกชายทั้งสองคน 

“เสือ ไทเกอร์ ลูกสองคนมีแฟนหรือยัง” 

“ไม่มีครับ” ทั้งสองคนตอบพร้อมกันและแสดงสีหน้างุนงงออกมา เพราะปกติคุณลุงจะไม่ถามเรื่องแบบนี้ 

“แล้วหนูใจ๋ล่ะ มีแฟนหรือยัง” 

“ยะ... ยังค่ะ” 

“อืม ถ้าอย่างนั้นลุงอยากให้หนูเลือก” 

“คะ?” ฉันขมวดคิ้ว ตอนนี้ทุกคนเงียบกันหมดไม่มีใครเอ่ยคำใดออกมาเลย “คุณลุงจะให้ใจ๋เลือกอะไรเหรอคะ” 

“ระหว่างเสือกับไทเกอร์หนูอยากจะหมั้นกับใคร”

“พ่อ!!/พ่อ!!” ทั้งพี่เสือและไทเกอร์ต่างอุทานออกมาพร้อมกันอย่างตกใจรวมทั้งฉันด้วย เพราะไม่คิดว่าจะถูกถามแบบนี้ 

สมองมันอื้อและขาวโพลนไปหมดไม่เข้าใจว่านี่มันเรื่องอะไร จู่ ๆ ทำไมคุณลุงถึงให้มาเลือกอะไรแบบนี้

“…” 

“คือเราสองครอบครัวคุยกันไว้ว่าถ้าลูก ๆ โตขึ้นก็อยากจะให้หมั้นกัน” 

“นี่มันยุคสมัยไหนแล้วพ่อ” พี่เสือแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์ออกมาอย่างเห็นได้ชัด 

“เลือกสิลูก แม่อยากให้ใจ๋เลือกด้วยตัวเอง” แม่หันมาพูดกับฉันที่ยังตกใจกับเหตุการณ์อยู่

ฉันมองหน้าไทเกอร์และพี่เสือสลับกัน แน่นอนว่าหากต้องเลือกมันมีคำตอบตายตัวอยู่ในใจแล้ว และตอนนี้พี่เสือก็กำลังส่ายหน้าบอกเป็นนัย ๆ ว่าห้ามเลือกเขา 

“ใจ๋” เสียงของพ่อที่เรียกทำให้ฉันสะดุ้ง ด้วยความที่พ่อค่อนข้างดุ 

ความกลัวทำให้ฉันพูดคำตอบที่อยู่ในใจออกมา

“พี่เสือค่ะ ใจ๋อยากหมั้นกับพี่เสือ”

บทถัดไป