บทที่ 6 เริ่มหวั่นไหว
ตอนที่ 6
เริ่มหวั่นไหว
"พร้อมไหมครับ"
เจ้าหน้าที่เทคนิคตรวจดูความพร้อมหันมาทางดาราหนุ่ม ขอบฟ้าพยักหน้าไม่ได้ประหม่าหรือหวาดกลัวแต่อย่างใด เขาผ่านการแสดงผาดโผนมานักต่อนักเวลาต้องเข้าฉากต่อสู้ ก็มีบางครั้งที่จะใช้สตั้นแมนแต่ส่วนใหญ่จะเล่นเองมากกว่าเพราะมันเข้าถึงบทบาทสมจริง ที่สำคัญชายหนุ่มอยากจะแสดงความสามารถของตนเอง
แต่งานคืนนี้รู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกัน ตอนที่รับงานทีมผู้จัดไม่ได้แจ้งล่วงหน้าว่าเขาต้องโหนสลิงลงมา พี่วาฬผู้จัดการก็ไม่พอใจเพราะไม่ได้ซ้อมคิวการแสดงล่วงหน้า กลัวว่าจะเกิดอันตราย และก็เป็นเขาทุกครั้งที่ต้องห้ามไม่อยากให้ใครต่อใครมองว่าเรื่องเยอะจะกลายเป็นถ่วงคนอื่นได้
ดวงตาเรียวสอดสายตามาจากด้านบนเพื่อมองหาเจ้าของงานซึ่งก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าจะมองเพื่ออะไร เพิ่งรู้ไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี่เองว่าดาวเหนือผู้ชายคนนั้นไม่ธรรมดา ไม่ใช่แค่นักธุรกิจชื่อดังที่ประสบความสำเร็จอยู่ที่ต่างประเทศเท่านั้น ขอบฟ้าแอบได้ยินมาว่ายังเป็นมาเฟียตัวท็อปที่สืบกิจการต่อจากมาเฟียคนก่อนและยังเป็นที่จับตามองของใครหลายคน
มิน่าล่ะจึงทำอะไรตามใจตัวเองโดยไม่กลัวเกรงกันเลยสักนิด การที่จะขึ้นไปบนห้องส่วนตัวของดาราชื่อดังได้ไม่ใช่แค่มีเงินฟาดแต่มันต้องมีอิทธิพลพอสมควร
ผู้ชายที่อยู่ในชุดสูทสีแดงเข้มโดดเด่นเจ้าของใบหน้าหล่อผิวขาวราวกับผู้หญิงที่มีบุคลิกนิ่งน่าเกรงขามนั่งอยู่ท่ามกลางเหล่านักธุรกิจตัว ท็อปของเมืองไทย เป็นผู้ชายที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มกำลังนั่งดื่มบรั่นดีอย่างใจเย็น เพียงแค่นั่งนิ่งๆก็เรียกสายตาดึงดูดให้ใครต่อใครพุ่งความสนใจมาที่เขาจนหมด
สิ่งที่น่าแปลกใจมากที่สุดก็ตรงการจัดงานครั้งนี้กลับไม่มีสื่อสำนักไหนได้เข้ามาทำข่าวอย่างที่ควรจะเป็นราวกับเป็นงานปิด ขอบฟ้าเข้าใจว่าเป็นการเปิดตัวสินค้าใหม่แต่ที่เห็นมีเพียงงานโชว์ตัวของเหล่าบรรดานางแบบนายแบบชื่อดังของเมืองไทยเท่านั้น ด้วยรายละเอียดการรับงานเร่งด่วนเสียจนเขาก็ไม่ได้ถามผู้จัดการส่วนตัวเพราะเห็นว่ามีรายได้จำนวนแปดหลักล่อตาล่อใจจึงมองข้ามไม่ได้ดูสัญญาอย่างถ่องแท้เสียก่อนทั้งที่สัญญาก็อยู่ที่ห้องตัวเองตั้งแต่เมื่อคืน อีกทั้งการันตีโดยพี่หญิงจึงทำให้ชายหนุ่มไม่ได้เอะใจ
บรรยากาศการจัดงานก็เป็นเหมือนงานเลี้ยงของเหล่านักธุรกิจมากกว่า แล้วทำไมถึงได้มีการจ้างเขาด้วยวงเงินค่าจ้างที่สูงลิบ หากไม่ใช่การโปรโมตสินค้าให้...
เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่ผู้ชายคนนั้นมองขึ้นมาด้านบนก่อนจะหันไปพูดคุยกับคนอื่นที่อยู่ตรงนั้นราวกับไม่สนใจเขาอีกต่อไป เพียงเท่านี้ขอบฟ้าก็รับรู้ได้ทันทีเลยว่าคนที่ให้ขึ้นโชว์ชุดพิเศษนี้คงไม่ใช่ใครที่ไหนหากเป็นเจ้าของใบหน้าหล่อที่กล้ามาขโมยจูบแรกไปนั่นเอง...
ชายหนุ่มเบือนหน้าหนี หลับตาสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆเป็นการทำสมาธิและเรียกกำลังใจให้กับตนเองไม่ให้คิดอะไรฟุ้งซ่านก่อนจะได้ยินเสียงเป็นการส่งสัญญาณจากเจ้าหน้าที่เทคนิคให้เขากระโดดลงมา
ฟิ้ว!!!!
"ฮู้ๆๆ"
"โอ้โห!!"
การเปิดตัวของขอบฟ้าวันนี้เรียกความสนใจและเสียงฮือฮาไม่น้อยเมื่อชายหนุ่มออกมาในชุดสีขาวราวกับหลุดออกมาจากนิยาย แสงสีเสียงบนเวทีตระการตาสร้างความตื่นตะลึงให้กับผู้เข้าร่วมงาน ยิ่งคนโหนตัวลงมาสง่างามราวกับเทพบุตรร่างสูงกำยำแข็งแรงยืดตัวตรงกางแขนออกมาราวกับมีปีกไม่ได้สะทกสะท้านหรือกลัวความสูงเลยสักนิด ใบหน้าหล่อสงบนิ่งดวงตาคมสวยมองผู้คนด้านล่างอย่างมั่นใจ สะกดสายตาของทุกคู่แม้กระทั่งดาวเหนือที่เผลอมองศัตรูอย่างชื่นชม
"อ้าวเฮ้ย!! แย่แล้ว"
"เฮ้ย!!"
"สลิงจะขาด"
เสียงพึมพำจากปากดาวเหนือเร็วเท่าความคิด ชายหนุ่มรีบพุ่งตัวออกไปเมื่อร่างของขอบฟ้าลอยกระแทกเข้ากับผนังอย่างแรงด้วยเครื่องควบคุมของเจ้าหน้าที่เกิดมีปัญหา ก่อนที่เชือกสลิงจะหลุดและร่างสูงของดาราดังจะลอยลงมากระแทกพื้นดาวเหนือก็รีบวิ่งเข้ารับร่างอีกคนอย่างฉิวเฉียดจนคนทั้งคู่กอดกันกลมแล้วกลิ้งกระแทกลงไปด้วยกันอย่างแรง
"เจ้านาย!!"
"คุณ!!" ขอบฟ้าเรียกอีกคนเสียงดัง ดวงตาของทั้งคู่สบประสานสายตาก่อนที่ดาวเหนือจะหมดสติอยู่ใต้ร่างของดาราหนุ่ม
"เรียกรถพยาบาลด่วน เร็ว!!" เรวินทร์ตะโกนสั่งคนที่มามุงดูเสียงดัง
หลังจากนั้นเพียงแค่ไม่กี่วินาทีที่เกิดเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวาย ขอบฟ้าตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่น้อย ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นกับตนทั้งที่ตรวจเช็คอุปการณ์โดยช่างเทคนิคอย่างดีแล้ว แต่ที่ตกใจยิ่งกว่าก็คงเป็นเจ้าของงานที่พุ่งตัวเข้ามารับร่างของตัวเองจนแน่นิ่งอยู่ใต้ร่างของเขาในตอนนี้
"คุณ! คุณ! คุณฟื้นสิ "
ขอบฟ้าขยับตัวลงจากร่างแกร่งและช้อนเจ้าของใบหน้าหล่อไว้บนตัก ร่างสูงนอนนิ่งไม่มีท่าทีรู้สึกตัวขึ้นมาเลยสักนิด ชายหนุ่มมองด้วยความเป็นห่วง ขนาดตัวเขาเองที่ไม่ได้กระแทกพื้นเองยังรู้สึกเจ็บและขัดยอกอยู่หลายที่ แล้วคนที่วิ่งมารองรับน้ำหนักตัวเขาจนตัวเองกระแทกพื้นนี่สิจะเจ็บมากแค่ไหน
"นายครับ!! นาย! บอสครับ!"
บอดีการ์ดคนสนิทขยับเข้ามาประคองเจ้านายด้วยสายตาเป็นกังวลใบหน้าตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด สายตาของเรวินทร์กวาดมองรอบห้องจัดเลี้ยงราวกับจะหาที่มาของเหตุการณ์ครั้งนี้ อย่างไม่ไว้ใจใคร รู้สึกโกรธตัวเองที่หละหลวมทำให้เจ้านายที่เป็นทั้งเพื่อนต้องได้รับบาดเจ็บ
"ขอบฟ้า ไหนดูสิเจ็บอะไรตรงไหนมากไหม"
พี่วาฬรีบวิ่งแทรกตัวเข้ามาท่ามกลางฝูงชนด้วยสีหน้าตกใจและเป็นห่วงพอเห็นหน้าดาราหนุ่มก็ทำหน้าราวกับจะร้องไห้ สำรวจตามเนื้อตัวอีกฝ่ายด้วยสายตาเป็นกังวลกลัวว่าเด็กของตนจะเป็นอะไรไป ตกใจมากที่เห็นสลิงขาดก่อนร่างของขอบฟ้าจะลอยละลิ่วลงมาเคราะห์ดีที่เจ้าของสัญญาที่ระบุเจาะจงว่าต้องเป็นขอบฟ้าเท่านั้นที่จะเป็นคนโชว์ชุดพิเศษโดยโหนสลิงลงมาทักทายแขกด้านล่างตามสคริป
"ผมไม่เป็นอะไรครับพี่" ชายหนุ่มปลอบคนเป็นพี่ที่คอยดูแลตนตลอดเวลาที่อยู่ในวงการบันเทิง แต่สายตาชายหนุ่มเอาแต่จับจ้องคนที่นอนนิ่งอยู่ข้างๆอย่างเป็นกังวลที่ต้องมาเจ็บตัวแทน
"พวกมึงเช็คกล้องวงจรปิดให้หมดแล้วรายงานกูด่วนหาคนที่มันทำให้เจอ"
เรวินทร์กดตรงหูฟังแล้วสั่งการเสียงเครียด เพียงไม่นานก็มี บอดีการ์ดตัวโตหลายคนวิ่งกรูเข้ามาเป็นโขยง ขอบฟ้าไม่ได้สังเกตตั้งแต่แรกว่าคนพวกนี้อยู่ในงานคืนนี้ด้วย
เพียงไม่นานรถพยาบาลก็มาถึง ชายหนุ่มทั้งคู่จึงถูกส่งตัวไปที่โรงพยาบาลทันทีโดยมีเรวินทร์และวาฬขึ้นรถมาด้วย
"ผมขอเข้าไปเยี่ยมเจ้านายพวกคุณหน่อย"
ขอบฟ้าในชุดโรงพยาบาลเอกชนเอ่ยบอกบอดีการ์ด ชายหนุ่มลากเสาน้ำเกลือพร้อมมีสายระโยงระยางมาเพื่อจะมาเยี่ยมคนที่ช่วยชีวิตตัวเองไว้แต่ดันมาเจอการ์ดร่างยักษ์เฝ้าไม่ยอมห่าง ทำราวกลับจะมีใครมาทำร้ายเจ้านายตน
"นายไม่ได้สั่ง ใครก็เข้าไม่ได้"
คนหน้าดุกว่าใครบอกเสียงเรียบ แล้วมองไปข้างหน้าโดยไม่สบตาคนถามสักนิดทำราวกับเขาเป็นสายลมไม่มีตัวตน ช่างไม่มีมนุษย์สัมพันธ์ทีดีบ้างเลย ไม่รู้ว่าเจ้านายอบรมสั่งสอนลูกน้องบ้างหรือเปล่า แต่พอนึกขึ้นได้ชายหนุ่มก็ต้องรีบถอนใจยาวเมื่อคิดถึงคนเจ็บที่นอนอยู่ข้างใน ขนาดตัวของผู้เป็นเจ้านายยังสะกดคำว่ามารยาทไม่ได้ นับประสาอะไรกับพวกลูกน้อง ขอบฟ้าค่อนขอดในใจอย่างนึกฉุน
"ถ้าอย่างนั้นก็ไปบอกเจ้านายว่าผมมาเยี่ยม"
บอดีการ์ดหน้านิ่งมองสบตากับเพื่อนสักพักก็เคาะประตูเขาไปด้านใน ขอบฟ้ายืนรออยู่ตรงหน้าห้องที่เหลือคนตัวโตสองคนเฝ้าอยู่ แต่ก็พอจะได้ยินเสียงทุ้มกังวานของคนที่นอนเจ็บอยู่บนเตียงสั่งการลูกน้อง
"เจ้านายไม่น่าไปเจ็บตัวเพราะศัตรูเลย"
"เอาน่า..กูรู้ว่าทำอะไรอยู่ แต่จะให้มันตายง่ายเกินไปก็ไม่สนุก ดิวะ กูต้องการให้มันทรมานไปนานๆ"
"ครับนาย"
"มึงไปจัดการลากไอ้คนที่ทำมาเค้นความจริงว่าทำงานให้ใคร กล้าดียังไงมาป่วนงานกู"
"ครับนาย" เรวินทร์รับคำสั่งพอดีกับบอดีการ์ดเข้าไปรายงานเรื่องขอบฟ้า
"ให้เขาเข้ามาได้"
"ครับ"
เสียงบอดีการ์ดน้อมรับคำสั่งพร้อมกันทั้งสองคน เรวินทร์เดินสวนออกมาพร้อมกับเหล่ตามองขอบฟ้าด้วยสายตานิ่ง ส่วนบอดีการ์ดหน้านิ่งเพียงเชิญให้ชายหนุ่มเข้าไปก่อนจะไปยืนประจำตำแหน่งเดิม
ขอบฟ้าเดินเข้ามาภายในห้องพักผู้ป่วยระดับวีไอพีหรูราวกับเป็นโรงแรมห้าดาว ภายในห้องโอ่โถงส่วนเจ้าของห้องกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงในมือถือไอแพด ดวงตาคมกริบจ้องคนที่มาใหม่ไม่กระพริบด้วยสายตาที่อีกฝ่ายไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่าเข้าของดวงตาคมคิดอะไร
"เป็นยังไงบ้าง ทำไมไม่นอนพัก"
ขอบฟ้าเอ่ยถามอาการพลางตำหนิด้วยสายตาและคำพูดเมื่อเห็นสีหน้าของคนเจ็บยังคงซีดเซียว แทนที่จะนอนพักกลับลุกขึ้นมาสั่งงานลูกน้องวุ่นวายจนขอบฟ้าขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
"ผมไม่ตายง่ายๆหรอกนะ ยังจะอยู่กวนคุณอีกนาน"
คนเจ็บยังคงปากเก่ง ขอบฟ้าเห็นแล้วรู้สึกหมั่นไส้ น่าจะเจ็บมากกว่านี้โดยเฉพาะปากหยักสวยคู่นั้นจะได้ไม่ต้องมีคำพูดคอยกระแหนะกระแหนคนอื่น
"ปากเก่งแบบนี้แสดงว่าคงไม่ตายจริงๆ"
"แล้วคุณเจ็บตรงไหนไหม"
ดาวเหนือสำรวจร่างสูงใบหน้าหล่อดูสดใส จะเป็นอะไรมากเล่าในเมื่อตอนที่พุ่งตัวออกไปรับ ดาวเหนือเอาตัวเข้าเชฟให้อีกฝ่ายโดยเฉพาะศีรษะ ร่างกายมันเป็นไปโดยอัตโนมัติ ยังมานึกอยู่เลยว่าที่ทำลงไปเพราะอะไรกันแน่...
ขอบฟ้าเดินเข้ามาใกล้ร่างที่นั่งทำหน้าหล่อ ผมที่เคยเชตทรงไว้เรียบร้อยบัดนี้ตกลงมาปกหน้าราวกับเด็กน้อย ดวงตาคมกริบวาบวับยามสบตากัน จนบางครั้งขอบฟ้าต้องเสไปมองอีกทางเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกแปลกๆที่ก่อตัวขึ้นอยู่ข้างใน ชายหนุ่มยังจำเหตุการณ์ในห้องน้ำได้เป็นอย่างดี แต่ก็เตือนตัวเองไว้อยู่เสมอว่าผู้ชายตรงหน้าอันตรายเกินไปเขามีบางอย่างที่ซ่อนอยู่ขอบฟ้าเองก็ไม่อาจรู้ได้ ที่สำคัญเจ้าชู้มีคู่ควงไม่ซ้ำหน้า...
"แค่ขัดยอกนิดหน่อย...ทีหลังคุณอย่าวิ่งทะเล่อทะล่าเอาตัวเข้ามารับแบบนี้อีกนะ คุณไม่ใช่ชุปเปอร์แมนหรือพระเอกในละครที่จะวิ่งเอาตัวเข้ามาเจ็บแทนคนอื่นแบบนี้"
"เพราะผมไม่เคยคิดว่าคุณคือคนอื่น"
ขอบฟ้าอึ้งไปกับคำตอบที่ได้รับใบหน้าขึ้นสีขึ้นมาทันทีเมื่ออีกฝ่ายพูดเป็นนัย
"ผมบอกคุณแล้วไงว่าผมจะจีบคุณ ให้ผมเป็นพระเอกในชีวิตจริงของคุณนะ" คนเจ็บขยี้ต่อเมื่อเห็นว่าเจ้าของร่างสูงที่ยืนหน้าแดงทำหน้าเลิ่กลั่ก
"สงสัยหมอยังไม่ตรวจคลื่นสมอง ผมจะไปบอกพยาบาลให้พาคุณไปแสกนดูสักหน่อยละกัน เผื่อว่าจะพบร่องรอยว่ากระทบกระเทือนจะได้ทำการรักษาได้ทัน" ขอบฟ้ากำลังจะหันหลังกลับก็ถูกมือหนาของอีกฝ่ายคว้าข้อมือเอาไว้ก่อน
"จะไม่ใจร้ายกับผมไปหน่อยเหรอ ผมช่วยคุณเอาไว้นะอยู่เป็นเพื่อนผมก่อนสิ อย่างน้อยก็อยู่เป็นเพื่อนจนผมหลับ...นะครับ..นะ..ผมง่วง" อาจเป็นเพราะฤทธิ์ยาที่ทำให้ดาวเหนือรู้สึกง่วงขึ้นมาจริงๆ
น้ำเสียงออดอ้อนทำเอาขอบฟ้าชะงักเท้าที่จะหันหลังกลับดวงตาเรียวก้มมองคนที่ทำตัวเป็นเด็กสายตาวิงวอนขอร้องให้เขาอยู่แตกต่างจากภาพลักษณ์ก่อนหน้าที่สั่งลูกน้องเสียงดุเข้มจนเขาที่ยืนฟังอยู่ด้านนอกได้ยินยังรู้สึกเกร็งไปด้วย
"ผมไม่ใช่ยานอนหลับของคุณนะ" ปากก็พูดแต่เจ้าตัวก็ลากเก้าอี้มานั่งอยู่ขอบเตียง สายน้ำเกลือระโยงระยางทำให้ไม่ค่อยสะดวกนัก
"ขึ้นมานอนบนเตียงกับผมไหมคุณจะได้พักผ่อนด้วย" อีกฝ่ายยิ้มแป้นเสนอขึ้นมาอย่างเอาแต่ใจพร้อมกับตบที่นอนข้างๆตัว
"ไหนบอกว่าง่วง...หลับตาไปเลย ไม่อย่างนั้นผมกลับห้องจริงๆด้วย"
ขอบฟ้าพูดเสียงดุจ้องอีกฝ่ายเขม็งทำให้คนที่นอนเจ็บรีบขยับตัวลงนอนอย่างไว ทำราวกับเชื่อฟังอีกคนซะเต็มประดา ขอบฟ้าได้แต่ยิ้มขำกับท่าทางมาเฟียหนุ่มที่ทำตัวยิ่งกว่าเด็กอนุบาลห้าขวบ
ดาวเหนือหลับตาลงทันทีแต่ในใจกลับกระหยิ่มยิ้มย่องไม่รู้ว่าใครที่ลอบทำร้ายขอบฟ้าในงานเมื่อคืนนี้แต่เขาก็รู้สึกขอบคุณที่ทำให้วิกฤติกลายเป็นโอกาส ได้แสดงความห่วงใย จริงใจ และช่วยชีวิตขอบฟ้าจนดาราหนุ่มเชื่อใจและไว้วางใจเขาไปอีกเปราะหนึ่ง ถือว่าเป็นผลพลอยได้ที่น่าพึงพอใจที่สุด...
...แต่ทว่า...ยังไงคนที่มันทำก็ต้องได้รับโทษอย่างสาสม กล้าดียังไงเข้ามาลอบทำร้ายคนของเขา ถึงแม้ขอบฟ้าจะเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งในตอนนี้ แต่คนที่จะทำร้ายร่างกายและจิตใจผู้ชายคนนี้ได้ต้องแค่ผู้ชายที่ชื่อดาวเหนือคนเดียวเท่านั้น คนอื่นไม่มีสิทธิ์!!
สามวันที่พวกเขาคลุกคลีอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนในต่างจังหวัดทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันมากขึ้น โดยเฉพาะขอบฟ้าที่ดูจะลดกำแพงที่สร้างขึ้นมารวมทั้งทิฐิต่อมาเฟียหนุ่ม จนอาการโดยรวมของดาวเหนือดีขึ้นตามลำดับ ส่วนขอบฟ้าหายเป็นปกติตั้งแต่วันแรกแล้ว แต่ที่ยังอยู่เป็นพยาบาลพิเศษเฝ้าคนเอาแต่ใจ เพราะดาวเหนือโทรสั่งให้พี่วาฬกลับไปก่อนมีหลายเรื่องที่ต้องไปจัดการที่โมเดลลิ่ง ส่วนเรื่องคนร้ายเรวินทร์หาตัวคนผิดและจัดการส่งตำรวจแล้ว ส่วนผู้บงการมาเฟียหนุ่มสั่งคนของตนจัดการแบบลับๆ
"ใช่เงินของคุณหรือเปล่าที่โอนเข้าบัญชี" เสียงโวยวายตั้งแต่อยู่ที่หน้าประตูพร้อมกับร่างสูงของขอบฟ้าที่เดินหน้ายุ่งเข้ามา
"งานของคุณเจ๊งไม่เป็นท่า ผมไม่รับค่าตัวก็ได้นะ"
ขอบฟ้ามองคนที่นั่งชมวิวนอกหน้าต่างอย่างใจเย็น ดาวเหนือหันมามองร่างสูงที่เปิดประตูเข้ามาอย่างถือวิสาสะพร้อมกับนิ่วหน้าให้อย่างไม่พอใจ
"โวยวายอะไรแต่เช้า"
ขอบฟ้ายื่นโทรศัพท์ตัวเองให้อีกฝ่าย ดาวเหนือมองอย่างไม่เข้าใจแต่ก็ยอมรับมาถือไว้ก่อน สายตาคมพยักหน้าให้เรวินทร์ที่ยืนเฝ้าออกไปรอข้างนอก ส่วนตัวเขาก็หันมามองคนที่เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงเข้าออกห้องเขาเป็นว่าเล่น จนบอดีการ์ดทุกคนคุ้นหน้าและไม่หวงห้ามเพราะเจ้านายสั่งไว้เด็ดขาด
"เงินเข้าบัญชีผมเป็นสิบล้านไม่บอกก็รู้ว่าเป็นเงินคุณ ผมไม่รับนะ คุณกดเลขบัญชีธนาคารไว้ให้เลยผมจะโอนคืนทั้งหมด" ขอบฟ้าไม่อาจรับค่าตัวเต็มจำนวนหรือแม้แต่เพียงครึ่งหนึ่งเพราะมันมากเกินไปไม่คุ้มกับงาน เพราะคนเจ็บไม่ใช่ตนแต่เป็นเจ้าของงาน ดาวเหนือยื่นมือไปรับโทรศัพท์แล้วดึงคนที่ทำหน้ายุ่งเข้ามาจนใบหน้าชิดกันก่อนจะกดถ่ายรูประรัวจนขอบฟ้าตั้งหลักไม่ทัน
"เอ๊ะ!คุณนี่ยังไง" ขอบฟ้าผลักอกคนที่นั่งระบายยิ้มอย่างอารมณ์ดีผิดกับเขาที่กำลังหงุดหงิดหัวร้อน
"ผมให้แล้วไม่รับคืนถือว่าเป็นค่าจ้าง ห้าล้านแรกเป็นค่าตกใจเพราะอย่างน้อยผมก็ผิดที่ระบบรักษาความปลอดภัยหละหลวม ไหนจะค่าเสียเวลาให้ผู้จัดการส่วนตัวและทีมงานของคุณอีก ส่วนห้าล้านหลังถือว่าเป็นค่าจ้างไม่ให้คุณลบภาพนี้" ดาวเหนือก้มลงทำอะไรบางอย่างในโทรศัพท์ก่อนจะยื่นส่งให้เจ้าของ
ขอบฟ้ารับมาดูพอเห็นแล้วก็หน้าแดงก่ำลามไปทั่วใบหน้าและหู เมื่อโทรศัพท์เครื่องหรูมีภาพพื้นหลังเป็นใบหน้าของตัวเองกับคนเจ้าเล่ห์ที่เอาใบหน้าแนบชิดกันไว้โดยมีปลายจมูกโด่งของอีกฝ่ายคลอเคลียอยู่ข้างแก้ม
"แล้วก็นี้เผื่อคุณกำลังคิดถึง"
ดาวเหนือหยิบช่อดอกลิลลี่ช่อโตที่วางอยู่อีกฝั่งส่งให้ขอบฟ้า คนที่ยืนหน้าแดงกลับแดงยิ่งกว่าเดิมเมื่อรับดอกไม้คุ้นตาดอกลิลลี่สีขาวที่เขาเคยได้รับทุกๆวันมาดูอย่างแปลกใจสลับกับมองเจ้าของใบหน้าหล่อที่ยิ้มเก๋ มือหนาล้วงเอาสร้อยคอที่มีรูปดาวเหนือออกมาจากเสื้อแบบเดียวกับที่ปรากฏอยู่บนโปสการ์ดไม่ผิดเพี้ยน
"นี่อย่าบอกนะว่าเป็นคุณ" ดาวเหนือยืนยันโดยการหยิบโปสการ์ดในลิ้นชักพร้อมหยิบปากกาบรรจงเขียนบางอย่างลงบนนั้น
"Have a nice day" "ขอให้มีวันที่ดี" พร้อมลายเซ็นหวัดๆน่ารักคุ้นตาที่เขาจำได้ดี
"เฮ้ย! คุณจริงๆด้วย" ขอบฟ้าอุทานอย่างตกใจคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญสินะ รวมถึงการที่มาเฟียหนุ่มเจาะจงให้เขามารับงานที่นี่
"ก็บอกแล้วว่าผมนะรุกหนัก คุณน่ะจะรับไหวเหรอ"
"..........."
