บทที่ 13 อยากจูบ
เพราะคุณดนัยยังไม่กลับมาจากต่างประเทศ แดนดินจึงกลับมาพักที่ห้องชุดของผมหลังจากออกจากโรงพยาบาลในช่วงบ่ายของวันนี้
ไอ้เด็กเปรตนั่นเล่นอ่อนแอจนน่าหมั่นไส้ ผมก็เป็นโรคกระเพาะเหมือนกันจึงรู้ดีว่ามันไม่ได้เจ็บปวดปางตายจนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ขนาดนั้น
“พี่เหนือครับ”
มันเรียกหาเหนือนทีตลอดช่วงบ่ายจนถึงค่ำ อาหารก็ต้องยกไปเสิร์ฟให้ถึงเตียง เป็นโรคกระเพาะบ้านพ่องมึงสิอาบน้ำเองไม่ได้ มันอ้อนให้เหนือเช็ดตัวให้เหมือนที่เหนือทำให้ผม
กูเป็นไข้ไง มันก็ไม่แปลกที่ต้องเช็ดตัว แต่มึงปวดท้อง ไอ้ควาย!
สงสารก็แต่เหนือที่ต้องวิ่งเข้าวิ่งออกสองห้องคอยดูแลคนป่วย
ผมได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกร้องเตือนดังแว่ว ๆ ไม่ยอมหยุด เดาเอาว่ามันคงเป็นเวลาที่ผมต้องทานยาลดไข้ เหนือคงตั้งนาฬิกาไว้นั่นแหละ ผมยันตัวขึ้นมากึ่งนั่งกึ่งนอนพิงหัวเตียง อีกไม่กี่วินาทีเหนือนทีก็คงเอายาเข้ามาให้
นั่งรออยู่ชั่วอึดใจก็ไม่เห็นอีกคนจะเข้ามาหา และเสียงนาฬิกายังคงดังอยู่อย่างนั้น ผมจึงค่อย ๆ ลุกเดินออกมา จึงได้พบว่าบุรุษพยาบาลของผมหมดสภาพไปเสียแล้ว
สงสัยคงเพลียจนเผลอหลับคาโซฟาในห้องรับแขก แม้แต่เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือที่วางไว้บนโต๊ะใกล้ ๆ เหนือก็ไม่ได้ยิน
ผมเอื้อมมือไปกดปิดเสียงดังน่ารำคาญนั่นเสีย ก่อนจะหยิบยาที่เหนือเตรียมใส่ถ้วยเอาไว้แล้วขึ้นมากินเอง หลังจัดการกับตัวเองเสร็จ ก็ลองยื่นหลังมือไปแตะหน้าผากคนหลับ เพราะกลัวว่าเหนือจะติดไข้ไปจากผม
ไม่มีไข้
คงแค่เหนื่อยจนเพลียหลับไปเท่านั้น
ผมล้วงเอาหน้ากากอนามัยออกมาจากกระเป๋ากางเกง ปิดทั้งปากทั้งจมูกเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ก่อนจะเบียดร่างของตัวเองลงไปบนโซฟาตัวเดียวกัน
“อืม”
เหมือนว่าเหนือจะรู้สึกตัวแต่ไร้สติ เขาขยับแผ่นหลังถอยจนไปชิดพนักพิง แบ่งพื้นที่ให้ผมได้ซุกตัวเข้าไป
ผมวางศีรษะไว้บนไหล่ข้างที่เหนือกางแขนออกมาอย่างอัตโนมัติ ขยับตัวเพื่อให้ลงล็อกพอดิบพอดี
ผมใช้แขนข้างหนึ่งกอดเอวของเหนือไว้ เงยใบหน้าขึ้นมองอีกคนที่กำลังหลับสนิท
โคตรดีเลย
นอนเบียดกันบนโซฟาแคบ ๆ มันรู้สึกดีกว่านอนห่างกันบนเตียงใหญ่ ๆ มากมายนัก
ผมยิ้มแป้นอยู่ภายใต้หน้ากากอนามัย เหนือคงไม่ติดไข้หรอก ถ้าเราจะจูบกัน
คิดได้ดังนั้นก็ค่อย ๆ ยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้ องศากำลังเหมาะเหม็งเลยทีเดียว ผมจุ๊บปากเหนือเบา ๆ อย่างตื่นเต้น แต่กลับต้องตกใจเมื่อคนถูกจูบกะพริบตาขึ้นมา
ผมตกใจจนผงะ ขยับออกจากร่างหนาโดยลืมไปว่าตัวเองอยู่บนโซฟาแคบ ๆ ผมแทบจะตกลงไป ถ้าเหนือจะไม่วาดวงแขนมากอดเอวผมไว้เสียก่อน
การกระชับอ้อมแขนเพื่อรั้งร่างของผมไว้ไม่ให้ร่วงตกลงไป ส่งผลให้ทั้งร่างกายและใบหน้าของเราประกบเข้าหากัน และมันโคตรพอดีราวกับสวรรค์สร้าง ผมเงยหน้าขึ้นไปในขณะที่เหนือก็ก้มลงมาหา ปากของเราจึงประกบเข้าหากันพอดิบพอดี
ผมนึกเสียดายอยู่นิดเดียว กูไม่น่าใส่หน้ากากอนามัยเลย!
เมื่อได้แตะต้องก็ให้รู้สึกร้อนวูบวาบ เมื่อได้สัมผัสก็ยากจะตัดใจถอยห่าง เมื่อได้ลิ้มลองแม้มีหน้ากากอนามัยสามชั้นขวางกั้น มันก็ยากจะถอดถอน
ผมเผยอริมฝีปากรับ จังหวะที่เหนือขบเม้มลงมา บางครั้งผมก็งับกลับบ้าง ทุกอย่างเกิดขึ้นเชื่องช้าเนิบนาบ แต่สุดแสนรัญจวนใจ
ทำไมดีแบบนี้
ดีทั้งหมดเลย ทั้งปากนุ่มที่กำลังขบเม้ม แม้ไม่ได้แลกลิ้นเพราะมีสิ่งกีดขวาง ทั้งฝ่ามืออุ่นที่ลูบไล้อยู่บนไหล่และแผ่นหลัง ทั้งปลายเท้าที่เสียดสีกัน รวมทั้งตรงกึ่งกลางกายที่เริ่มบวมปูดขึ้นมานั่นด้วย
