บทที่ 14 จูบเย้ยแมสก์

ผมรู้สึกถึงแรงสั่นสะท้าน มันมาจากทั้งร่างกายของผมและของเขา ผมรับรู้ได้ถึงความกระสันบางอย่างที่มันถูกกักเก็บไว้ภายใน มันกำลังร่ำร้องให้เราปลดปล่อยมันออกมา

แต่ทว่า…

เพียงเสี้ยวนาทีหลังจากนั้น ร่างกายของเหนือนทีก็ผ่อนคลายลง ราวกับเขาสามารถควบคุมตัวเองได้แล้ว ในขณะที่ตัวของผมกำลังสั่นระริก และเรียกร้องอะไรที่มากกว่านั้น

เหนือกอดผมไว้แน่น พร้อมกับใช้ฝ่ามือลูบเบา ๆ ที่ตำแหน่งเดิม เพียงแต่ตอนนี้มันเปลี่ยนจากเร่งเร้าเป็นปลอบโยน ริมฝีปากที่เคยขบเม้มเรียกร้องเปลี่ยนเป็นหยอกเย้าก่อนจะผละออกห่างแล้วกดหน้าผากลงมาแนบกันเป็นการบอกนัย ๆ ว่าพอแค่นี้ก่อน

นานนับนาทีที่เราต่างไม่ได้พูดอะไรออกมา มีเพียงอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นของเหนือที่โอบล้อมตัวที่สั่นสะท้านของผมไว้ จนในที่สุดร่างกายของผมก็สงบลง ผมซุกร่างเข้าหาไออุ่นจากร่างสูงกว่า กระชับวงแขนรัดรอบเอวของเหนือเอาไว้แน่น นี่เป็นครั้งแรกที่เรานอนกอดกันด้วยความตั้งใจ ไม่ใช่เพราะเผลอนอนดิ้นกลิ้งเข้ามาใกล้กันเหมือนเคย นี่เป็นครั้งแรกที่เราจูบกัน แม้มันจะมีหน้ากากอนามัยขวางกั้น แต่ผมว่ามันก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี

แม้ครั้งนี้จะไม่มีอะไรเลยเถิดอย่างที่ผมกระสันอยากจะลิ้มลอง แต่ก็ถือว่าความสัมพันธ์ของเราคืบหน้าไปมาก และเหนือสิ่งอื่นใดก็คือ…

แสงสว่างที่สาดออกมาจากห้องนอนห้องหนึ่งค่อย ๆ หายไปพร้อมกับบานประตูที่ปิดลงอย่างเงียบกริบ และผมเชื่อเหลือเกินว่าคนที่แอบอยู่หลังบานประตูนั้น จะได้รู้ตัวเสียทีว่ากำลังสู้อยู่กับใคร!

เช้าวันใหม่สุดแสนสดใส อากาศอบอุ่นไม่ร้อนไม่หนาว ท้องฟ้าเป็นสีฟ้า แม่น้ำที่เคยขุ่นกลับใสสะอาดราวกับ กทม.เพิ่งมาเก็บกวาดผักตบชวาที่ขวางทางเรือพาณิชย์ ผมยืนสูดอากาศอยู่นอกระเบียงห้องชุดอย่างเต็มปอด รู้สึกสดชื่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“ออกมายืนตากลมทำไม?”

ไม่นานเสียงดุของเหนือนทีก็ดังลอดช่องประตูบานเลื่อนออกมา ผมหันหน้ากลับไปหาแล้วก็ตอบด้วยน้ำเสียงสดใส

“ฟ้าหายแล้ว” พร้อมส่งยิ้มแป้นให้คนที่ยืนกอดอกพิงขอบประตู สายตาคมทอดมองมาอย่างห่วงใย

“เมื่อคืนยังมีไข้อยู่เลย” เหนือนทียื่นมือออกมาตรงหน้า ทำท่าเหมือนจะวัดไข้ให้

ผมจึงเดินเข้าไปหา ยื่นหน้าผากไปแตะกับหลังมือที่ยื่นรออยู่

“เห็นไหม ไม่มีไข้แล้ว”

เหนือแตะหน้าผากของผมแล้วก็ขยับไปตรงบริเวณขมับ ข้างแก้ม ต้นคอ แล้วก็วกกลับมาที่หน้าผากอีกครั้ง

“อืม จริงด้วย” เหนือยิ้มอย่างพอใจ แต่พอผมจะขยับเข้าไปใกล้ รายนั้นก็ยกมือขึ้นมาดันไว้ “ฮัดชิ้ว!” แล้วก็ปล่อยเสียงจามออกมา

ผมรีบผวาเข้าไปหา ยกหลังมือขึ้นแตะหน้าผากเหนือบ้าง “ตัวอุ่น ๆ เหนือติดหวัดจากฟ้าเหรอ?”

“อืม นิดหน่อยน่ะ กินยาแล้วเดี๋ยวก็หาย”

“ไม่น่าเลย” คงเป็นเพราะจูบเมื่อคืนสินะ นี่ขนาดมีหน้ากากอนามัยกั้นไว้นะเนี่ย “แย่จัง”

เหนือคลี่ยิ้มกรุ้มกริ่ม “ก็ไม่แย่นี่ ดีออก” สายตาวิบวับทำผมคิดดีไม่ได้เลย

ผมกลั้นยิ้มบ้าง ส่งสายตาซุกซน พร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ “อยากติดหวัดอีกจัง”

แต่แล้วฝ่ามืออุ่น ๆ ก็ยกขึ้นมาดันหน้าผากของผมให้ถอยห่าง “พอเลย” พร้อมกับสายตาต่อว่าเจือเอ็นดูจากอีกคน

รักเขาเข้าแล้วละสิสุดหล่อ

อีกอย่างที่ทำให้บรรยากาศวันนี้มันสุดแสนสดใส ก็คือการที่ผมตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าแดนดินได้กลับบ้านราชวัตรของมันไปแล้ว เด็กนั่นทิ้งโน้ตสั้น ๆ เอาไว้

คุณพ่อกลับมาแล้ว ดินไม่รบกวนพวกพี่แล้วครับ

ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะครับ

แล้วดินจะรีบกลับมาเอาคืน

เหนือบอกว่าแดนดินคงหมายความว่า แล้วจะกลับมาตอบแทน แต่ผมรู้ดีว่าความหมายที่มันตั้งใจจะสื่อก็คือ ตามนั้น!

เท้าคางรออย่างใจจดจ่อ ก็มาดิครับ!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป