บทที่ 9 ผมกลายเป็นตัวร้าย
ทุกครั้งที่อะไร ๆ มันจะดีขึ้น ทุกครั้งที่ความสัมพันธ์ของเรากำลังจะคืบหน้า ทุกครั้งที่ผมตั้งใจจะยอมลดทิฐิลง แล้วเป็นฝ่ายง้อเหนือเอง ทุกครั้งมันจะพังเพราะไอ้เด็กเปรตแดนดินเสมอ
“คุณพ่อไปธุระที่ต่างประเทศอะครับ ดินไม่อยากอยู่บ้านคนเดียว” แล้วมันก็ชอบทำตาละห้อย เป็นลูกหนี้ที่น่าสงสาร แต่โคตรเป็นภาระในความรู้สึกของผม
เหนือนทีมีสีหน้าเกรงใจผมเล็กน้อย แต่กลับแอบจัดการทุกอย่างเอาไว้อย่างที่ผมไม่สามารถปฎิเสธได้เลย
“พี่ขออนุญาตคุณลุงชวินแล้ว ท่านบอกว่าดินสามารถพักที่นี่ได้จนกว่าคุณอาดนัยจะกลับมา”
ฮึ! เอาชื่อคุณพ่อมาอ้าง ได้! อยากอยู่ด้วยนักใช่ไหม? พ่อจะจัดให้หาทางกลับบ้านราชวัตรไม่เจอเลย!
“ต้องรบกวนพี่เหนือกับพี่ฟ้าด้วยนะครับ”
ใครพี่มึง!
ผมคิดในใจ แต่สิ่งที่พูดออกไปก็คือ
“ได้สิ ยังไงที่นี่ก็มีห้องว่างเหลืออยู่ห้องหนึ่งอยู่แล้ว” แดนดินมีสีหน้าฉงนเหมือนลูกควายเพิ่งคลอด “อ้อ… พี่กับเหนือนอนด้วยกันทุกคืน เอิ่ม… หมายถึง นอนห้องเดียวกันน่ะ”
“อ้าว เหรอครับ? ดินคิดว่าพวกพี่นอนห้องใครห้องมันเสียอีก” แดนดินมีสีหน้าผิดหวังอย่างแรง แล้วก็ตามมาด้วยการเบ้หน้าเหมือนคนกำลังจะร้องไห้
“เป็นอะไรไป มีอะไรหรือเปล่าดิน”
เหนือนทีก็รีบถามด้วยน้ำเสียงเอื้ออาทรเสียเหลือเกิน
“คือดินเป็นคนกลัวผีน่ะครับ ปกติเวลานอนแปลกที่ก็จะนอนไม่หลับ พี่เหนือมานอนเป็นเพื่อนดินได้ไหมครับ”
“ไม่ได้!” ผมเสียงดังจนแดนดินสะดุ้งเฮือก ไอ้เด็กเวรนี่ได้คืบจะเอาศอก ถ้าผมซัดหน้ามันสักหมัดจะหาว่าผมรังแกเด็กไหม
“ที่นี่ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกครับ อีกอย่าง พี่ก็นอนอยู่ห้องข้าง ๆ นี่เอง ไม่ต้องกลัวนะ”
อบอุ่นแสนดีที่หนึ่ง
“หิวแล้ว ไหนว่าไปซุปเปอร์ ได้อะไรมากินบ้าง” ผมเปลี่ยนเรื่องด้วยการดันแผ่นหลังของเหนือเข้ามาในโซนห้องครัว ผมรื้อข้าวของที่เหนือซื้อมาด้วยท่าทางใคร่รู้สุด ๆ
“จะทำอาหารไทยเหรอ?” ผมเลิกคิ้วถามระหว่างที่เหนือหยิบวัตถุดิบต่าง ๆ ออกมาจากถุง
“ต้มยำทะเลน้ำข้น” เหนือสบตาผมพร้อมกับยิ้มบาง ๆ อย่างเอาใจ
“ของโปรด” ผมส่งยิ้มหวานให้เช่นกัน หวานมาก หวานเกินเบอร์ไปเยอะเลยทีเดียว
“ให้ดินช่วยนะครับ”
ผมรีบคว้าต้นแขนของแดนดินทันทีที่มันเสนอตัวเป็นลูกมือ
“น้องดินเพิ่งมาถึงเหนื่อย ๆ เข้าไปพักในห้องดีกว่า เดี๋ยวพี่พาไปเอง” ผมกึ่งลากกึ่งจูงคนตัวเล็กกว่าพาเข้ามาในห้องนอนอีกห้อง ก่อนจะเหวี่ยงร่างเล็กนั้นแรงพอให้เจ้าของมันรู้สึก ว่าผมไม่ได้ยินดีกับการมาของมัน
“ดินชอบพี่เหนือ”
แดนดินโพล่งออกมาตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม แววตาของเด็กวัยสิบเก้ามุ่งมั่นและเกรี้ยวกราดขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยทำต่อหน้าเหนือนที
“ขอพี่เหนือให้ดินเถอะนะครับ”
คำขอร้องแบบหน้าด้าน ๆ ทำผมต้องแค่นยิ้ม
“อย่างนาย” ผมใช้สายตามองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไร้มารยาท เพื่อต้องการให้แดนดินรับรู้ว่าผมเกลียดมันแค่ไหน “ไม่ใช่แบบที่เหนือชอบ”
“แล้วแบบไหนเหรอครับที่พี่เหนือชอบ แบบพี่มีฟ้างั้นเหรอ?” มันยอกย้อนจนน่าตบปาก “พวกพี่เป็นญาติกันจะเอากันได้ไง?”
วรภัทรไม่เคยปิดบังเรื่องที่เหนือนทีไม่ใช่ทายาทที่แท้จริง แต่ก็ไม่ถึงขั้นป่าวประกาศให้สังคมรับรู้ หลายคนจึงไม่รู้ถึงความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงของครอบครัววรภัทรและเวลาส แต่คุณดนัยซึ่งเป็นคนคุ้นเคยนั้นท่านทราบเรื่องนี้ดี และไม่มีทางที่แดนดินจะไม่รู้
“นายก็รู้ว่าเราไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด ถ้าฉันกับเหนือจะเอากันมันจะผิดตรงไหน”
“ถ้า? พี่ใช้คำว่าถ้า แสดงว่าพวกพี่ยังไม่ได้เอากัน”
แดนดินจับผิดเอากับคำพูดของผม แล้วเชื่อตามนั้นอย่างมีความหวัง
“นอนห้องเดียวกันแต่ไม่เคยเอากันแสดงว่าพี่เหนือไม่ได้ชอบพี่”
แล้วมันก็ตัดสินทุกอย่างตามความเข้าใจของตัวเอง
“ขอบคุณนะครับที่บอกเรื่องนี้กับดิน ดินสบายใจแล้ว พี่มีฟ้าออกไปเถอะ ขอบคุณมากนะครับสำหรับห้องนอนที่พี่ใจดียอมสละให้ ขนาดของของพี่ พี่ยังยกให้ดินได้ นับประสาอะไรกับพี่เหนือที่ไม่ใช่ของพี่”
“ไอ้แดนดิน!”
เมื่อมันประกาศสงครามผมก็พร้อมรบ พ่อมึงจะกลับมารับศพมึงทันไหมมาคอยดูกัน!
ต้มยำทะเลน้ำข้นหอมฉุยถูกยกมาเสิร์ฟเป็นมื้อค่ำ ด้วยฝีมือเชฟสุดหล่ออย่างเหนือนทีและผู้ช่วยเชฟอย่างผม
ถ้วยแบ่งขนาดพอดีสำหรับหนึ่งคนบรรจุต้มยำสีสวยไว้สามถ้วย ผมอาสาเป็นคนเสิร์ฟให้ด้วยตัวเอง
“น่ากินจังเลยครับพี่เหนือ”
แม้ผมจะเข้าใจดีว่าแดนดินไม่ได้หมายถึงต้มยำทะเลที่ผมยื่นให้ มันคงหมายถึงคนทำมากกว่า แต่ผมก็ยังส่งยิ้มไปให้ เพียงแต่เป็นยิ้มเยือกเย็นเท่านั้น
“กินให้หมดเลยนะ พี่เหนือเขาตั้งใจทำสุดฝีมือเลย”
แดนดินเหลือบมองถ้วยต้มยำตรงหน้า “เผ็ดไหมครับ พอดีช่วงนี้ดินกินเผ็ดไม่ได้”
“อ้าวเหรอ พี่ไม่รู้ว่าดินไม่กินเผ็ด จะได้แยกแบบไม่ใส่พริกให้” เหนือนทีทำท่าจะไปทำให้ใหม่ แต่แดนดินก็รีบเรียกเอาไว้ก่อน
“ไม่เป็นไรครับพี่เหนือ ถ้าใส่พริกนิดหน่อยก็กินได้ครับ”
“ถ้าอย่างนั้นก็กินเลย ไม่เผ็ดมากหรอก เพราะพี่เหนือเขารู้อยู่แล้วว่าพี่เป็นโรคกระเพาะ เขาก็เลยทำแบบเผ็ดน้อย” ผมรีบคะยั้นคะยอให้รีบกิน
แดนดินใช้ช้อนคนต้มยำในถ้วย แล้วเหลือบมองผมอย่างระแวง แต่แล้วมันก็ตัดสินใจตักใส่ปาก
ผมเตรียมตัวสะใจเพราะแอบใส่พริกเพิ่มไปหลายเม็ด รับรองว่าแค่คำแรกแดนดินต้องร้องขอน้ำเย็น ๆ
แต่!
