บทที่ 3 ตอนที่3
บริษัทคิรินทร์
อรุณนั่งทำงานอย่างตั้งใจเมื่อเห็นผู้ช่วยหนุ่มเอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก็อดที่จะถามไม่ได้ ท่าทียียวนของนัททิวนั้นทำชายหนุ่มรู้สึกรำคาญใจนัก
“ฉันจ้างนายมาทำงานนะไม่ได้ให้มายืนยิ้ม”
“งั้นผมขอละลาบละล้วงถามอะไรหน่อยได้มั้ยครับ”
“เอาสิ นายกล้าถามฉันก็กล้าตอบ”
“งั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะ ผมอยากถามว่าพัชชาผ่านคุณสมบัติที่คุณอรุณตั้งไว้มั้ยครับ เธอพอจะเป็นคุณนายใหญ่ของคิรินทร์ได้หรือเปล่า"
“ทำไมนายต้องจริงจังด้วย ที่ฉันหาผู้หญิงสักคนมาแต่งงานก็แค่อยากสนองความต้องการของแม่เท่านั้น ฉันแค่อยากให้แม่รู้ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่มีทางตกลงปลงใจกับผู้หญิงคนไหนเด็ดขาด เดี๋ยวพอแม่ฉันเบื่อก็คงเลิกเซ้าซี้ไปเอง”
“อ้าว! ไหนคุณอรุณบอกว่าที่คุณท่านอยากให้คุณอรุณแต่งงานก็เพราะอยากอุ้มหลาน ถ้าคุณอรุณไม่ยอมมีเมียแล้วคุณท่านจะอุ้มหลานได้ยังไงครับ”
“ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ค่อยรับเด็กมาเลี้ยงสักคนก็ได้ ถ้าฉันมีลูกโดยที่ไม่ได้รักแม่ของลูกก็ดูจะเห็นแก่ตัวไปสักหน่อยนั่นมันชีวิตของคนคนหนึ่งเลยนะ ถ้าต้องมาเป็นเครื่องมือเอาไว้แค่ผลิตลูกทนอยู่กับคนที่ไม่ได้รักคงได้เป็นซึมเศร้าสักวันแน่”
“แต่ผู้หญิงหลายคนก็เต็มใจกับการรักข้างเดียวนะครับ อย่างเช่นคุณ…”
“หยุดเลยนะฉันรู้ว่านายจะพูดถึงใคร” อรุณรีบทักท้วงผู้ช่วยคนสนิทให้เงียบปาก ชายหนุ่มรู้ว่านัททิวจะพูดถึงรันดาหญิงสาวที่แอบรักเขามา7ปี แม้ตัวชายหนุ่มจะรับรู้ว่ารันดามีใจให้เขาแต่ตัวเขานั้นไม่ได้มีความสนใจในตัวหญิงสาวฉันคนรัก ก็เลยไม่อยากดึงเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้ทำให้หญิงสาวต้องรู้สึกไม่ดี
“ถ้าคิดแบบนี้แล้วทำไมต้องหาผู้หญิงมาแต่งงานด้วยล่ะครับ เพราะท้ายที่สุดคุณอรุณก็ต้องทำร้ายความรู้สึกผู้หญิงคนนั้นอยู่ดี”
“ก็เพราะแบบนี้ไงฉันถึงต้องสร้างเงื่อนไขของตัวเองขึ้นมา แต่งงานแบบมีสัญญาพอหมดสัญญาก็แยกย้ายกันไป ต่างคนต่างได้ผลประโยชน์ เดี๋ยวนี้งานรับจ้างมันเปิดกว้างกันแล้ว”
“แล้วคุณอรุณไม่กลัวว่าระหว่างที่อยู่ในสัญญาผู้หญิงคนนั้นจะตกหลุมรักคุณอรุณเหรอครับ”
“ก่อนเริ่มสัญญาก็ต้องตกลงกันให้ชัดเจนสิ อีกอย่างถ้าฉันเว้นระยะห่างไม่ให้ความหวังก็ไม่น่ามีอะไรเกิดขึ้นหรอก”
“ใครจะไปรู้ล่ะครับใจคนยากแท้หยั่งถึงจะตาย ตอนแรกผมก็คิดว่าคุณอรุณจะหวั่นไหวให้พัชชาแล้วซะอีก เมื่อวานที่คุยกันสายตาที่คุณอรุณมองพัชชาดูเคลิ้มมากเลยนะครับ”
“คงเป็นเพราะพัชชาหน้าคล้ายศศิมั้งก็เลยทำให้มีช่วงที่ฉันหวั่นไหว”
“ไม่น่าล่ะคุณอรุณถึงได้มองพัชชาตาเยิ้มขนาดนั้น ผมขอละลาบละล้วงอีกสักเรื่องได้มั้ยครับ”
“ขนาดนี้ไม่ต้องขอแล้วล่ะมั้ง อยากถามอะไรล่ะ”
“ผมเองก็มาไม่ทันเลยไม่รู้ว่าความรักที่คุณอรุณมีให้คุณศศิมันมากขนาดไหนผ่านมานานขนาดนี้แล้วถึงทำให้คุณอรุณไม่มองผู้หญิงคนอื่นเลย ผมเข้าใจคุณท่านนะครับเรื่องที่อยากให้คุณอรุณแต่งงาน ตอนนี้คุณท่านเองก็มีแค่คุณอรุณที่เป็นเสาหลักของคิรินทร์ที่พอจะมีหลานให้ท่านได้ ผมเองก็อยากให้คุณอรุณลองเปิดใจดูอีกครั้ง เมื่อวานผมเห็นสายตาที่คุณอรุณมองพัชชามันดูแตกต่างจากที่มองผู้หญิงคนอื่นจริงๆ จะเป็นไปได้มั้ยครับที่คุณอรุณจะลองเปิดใจกับพัชชาดู ไม่แน่อยู่ด้วยกันไปพัชชาอาจจะทำให้คุณอรุณตกหลุมรักขึ้นมาก็ได้”
“นายพูดอย่างกับว่าเรื่องแบบนี้ฉันทำคนเดียวได้งั้นแหละ ถ้าผู้หญิงไม่มีใจฉันก็ทำอะไรไม่ได้ แล้วนายมองฉันแบบนี้ทำไม?” เห็นผู้ช่วยหนุ่มเบิกตากลมโตก็เกิดความสงสัย นัททิวในตอนนี้ดูจะตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย
“เจ้านายของผมเปลี่ยนไปแล้ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดทีไรเป็นต้องโดนบ่นทุกที คนที่ทำให้คุณอรุณเปลี่ยนไปคงเป็นพัชชาใช่มั้ยครับ”
“ฉันยอมรับกับนายตรงๆ ว่าใช่ บางทีฉันแค่อาจจะกำลังตื่นเต้นเพราะพัชชาทำให้ฉันคิดถึงศศิก็ได้”
“จะยังไงก็ช่างเถอะครับแค่คุณอรุณยอมเปิดใจผมก็ดีใจมากแล้ว พัชชาเองก็เป็นคนน่ารักแถมยังสวยด้วยผมเชื่อว่าคุณอรุณต้องตกหลุมรักเธอแน่นอน งั้นเดี๋ยวผมนัดพัชชาให้มาเจอคุณอรุณนะครับ”
“ไม่ต้องเดี๋ยวฉันโทรเอง นายเอาเบอร์รุ่นน้องนายมาสิ” นัททิวไม่รีรอรีบล้วงหยิบมือถือจากเสื้อคลุมกดหาเบอร์โทรของรุ่นน้องคนสนิท ไม่ใช่แค่พรทวีเท่านั้นที่อยากเห็นอรุณเป็นฝั่งเป็นฝา เขาเองก็อยากให้ผู้เป็นเจ้านายแต่งงานมีครอบครัวแล้วด้วยเหมือนกัน
ร้านดอกไม้ อริณอินเลิฟ
“ทำไมวันนี้มาหาพี่แทนที่จะไปหาพี่อรุณล่ะ” อริณเอ่ยแซวรันดาที่เดินยิ้มมาแต่ไกล แม้ว่าใบหน้าของหญิงสาวจะเผยรอยยิ้มให้เห็นแต่นัยน์ตากลับเซื่องซึมอยู่ไม่น้อย ท่าทีอิดโรยของเธอนั้นแสดงออกมาอย่างชัดเจน
อริณ ชายหนุ่มเพศทางเลือกในวัย28ปีเป็นลูกชายคนเล็กของบ้านคิรินทร์ ปัจจุบันคบหาดูใจกับปกรณ์หมอหนุ่มเพื่อนชายคนสนิทของอรุณผู้เป็นพี่ชาย อริณชื่นชอบดอกไม้เป็นอย่างมากเลยตัดสินใจเปิดร้านดอกไม้เล็กๆ เป็นของตัวเอง ส่วนเรื่องการบริหารงานที่บริษัทนั้นก็ให้เป็นหน้าที่ของอรุณรับผิดชอบไป
“แม่บอกพี่เรื่องที่พี่อรุณจะแต่งงานแล้ว เพราะเรื่องนี้ใช่มั้ยเลยทำให้รันดูเศร้าขนาดนี้ ถ้าเป็นพี่นะพี่ไม่ยอมหรอก อุตส่าห์แอบรักมาตั้งนานเรื่องอะไรจะยอมยกให้คนอื่นไปง่ายๆ”
“ทำไงได้คะก็พี่ชายพี่ไม่เลือกรันนี่ รันก็หน้าไม่หนาพอจะไปแย่งกับใครด้วย”
“ก็ลองหัดหน้าหนาดูซะบ้างเรื่องแบบนี้ใครดีใครได้ ผู้ชายร้อยทั้งร้อยแพ้มารยาผู้หญิงทั้งนั้น รันเองทั้งหน้าตาและฐานะก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใครเลย ลองตื๊อพี่อรุณดูอีกสักนิด บางทีพี่อรุณอาจจะแพ้ลูกอ้อนของรันก็ได้นะ”
“ไม่มีทางหรอกค่ะ ไม่งั้นจะเป็นการแอบรักข้างเดียวตั้ง7ปีเหรอคะ”
“แต่เท่าที่พี่เห็นพี่อรุณก็ไม่ได้จะเย็นชากับรันนะดูห่วงรันซะด้วยซ้ำ ถ้าไม่ติดที่ว่ารันเป็นเพื่อนศศิพี่ว่าบางทีรันกับพี่อรุณก็คงลงเอยกันไปตั้งนานแล้ว ขนาดพี่ยังรับรู้ได้ถึงความจริงใจของรันที่คอยดูแล อยู่เป็นเพื่อน ปลอบใจพี่อรุณไม่ห่างจนตัวรันเองต้องล้มป่วยในตอนที่ศศิจากไป พี่ที่ไม่ได้ถูกรันทำเรื่องพวกนั้นให้ยังซึ้งใจเลยแล้วนับประสาอะไรกับพี่อรุณที่เป็นผู้รับโดยตรงล่ะ ยังไงก็ต้องมีหวั่นไหวบ้างแหละ"
“พี่อรุณคงรู้สึกผิดกับศศิมั้งคะถ้าจะคบเพื่อนสนิทของแฟนเก่าตัวเอง รันเองก็ไม่อยากทำให้พี่อรุณลำบากใจด้วย อย่างน้อยได้ความห่วงใยจากพี่อรุณแม้จะในฐานะน้องสาวก็ยังดี”
"แต่พี่ไม่อยากให้รันยอมแพ้ เห็นแม่บอกว่าเรื่องเจ้าสาวที่จะมาแต่งงานด้วยพี่อรุณจะเป็นคนหามาเองแค่นี้ก็รู้แล้วว่าพี่อรุณไม่ได้อยากแต่งงานจริงๆ แต่ที่ทำไปเพราะแค่ขัดใจแม่ไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนแล้ว พี่ว่าพี่อรุณก็คงมีแผนชิ่งไว้ในใจแล้วล่ะถึงกล้ายอมรับเรื่องแต่งงาน”
“ถ้าเป็นแบบนั้นไม่เห็นต้องลำบากหาคนมาแต่งงานเองเลย ก็แค่เลือกสักคนที่คุณป้าหามาให้ก็ได้แล้วนี่คะ”
“ที่ทำแบบนั้นเพราะพี่อรุณอยากรักษาหน้าพ่อแม่พี่ไว้ไง ผู้หญิงที่แม่หามาให้มีแต่พวกลูกหลานแวดวงคนในธุรกิจรู้จักกันทั้งนั้น ขืนพี่อรุณชิ่งหลังแต่งงานไปมีหวังแม่และพ่อพี่ได้แหกอกแน่”
“พี่อรุณนี่เจ้าเล่ห์จริงๆ”
“พี่ถึงบอกไงว่าพี่ไม่อยากให้รันยอมแพ้ตอนนี้ ในเมื่อพี่อรุณเองก็ยังไม่ได้ชอบใครจริงจังงั้นก็แปลว่ารันยังมีสิทธิ์ อย่างน้อยก็เดือนหนึ่งแหละ เพราะหลังจากแต่งงานไปแล้วพี่ก็ไม่แน่ใจว่าความรู้สึกพี่อรุณจะเปลี่ยนไปหรือเปล่า บางทีเจ้าสาวที่พี่อรุณหามาอาจจะทำให้พี่อรุณพอใจและตกหลุมรักขึ้นมาจริงๆ ก็ได้ ในเมื่อรันเองก็ยังตัดใจจากพี่อรุณไม่ได้งั้นทำไมไม่ลองดูอีกสักครั้งล่ะ อย่างน้อยก็ถือว่าเราได้พยายามทำแล้ว”
“ก็ได้ค่ะ รันจะลองดูอีกครั้ง” หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเผยยิ้มพยักหน้าตอบรับทำตามข้อเสนอของอริณ เธอจะลองทำตามหัวใจตัวเองดูอีกสักครั้งแม้มีโอกาสไม่สมหวังสูงก็ตาม
ช่วงเย็นของวัน
อรุณหลังได้รับข้อมูลจากนัททิวว่าพัชชาทำงานเป็นครูสอนเปียโนอยู่ในสถาบันแห่งหนึ่งหลังเลิกงานก็แวะมาหา เดิมทีตั้งใจจะโทรนัดให้ออกมาเจอแต่ในเมื่ออยากทำความรู้จักกับหญิงสาวก็อยากแสดงความจริงใจมากกว่า พอมาถึงก็เห็นพัชชากำลังเล่นเปียโนให้กลุ่มเด็กนักเรียนของเธอฟังชายหนุ่มก็เผยยิ้มอย่างพอใจ เสียงบรรเลงเพลงจากเปียโนที่หญิงสาวเล่นนั้นช่างไพเราะจับใจนัก พัชชาเองหลังบรรเลงเพลงจบก็เหลือบเห็นอรุณยืนอยู่ไม่ไกลนักเลยไม่รีรอที่จะเข้ามาทักทาย
“คุณอรุณมาทำอะไรที่นี่คะ”
“ถ้าจะบอกว่ามาสมัครเป็นลูกศิษย์คุณ คุณจะเชื่อมั้ย”
“ก็อยากจะเชื่ออยู่นะคะถ้าอายุคุณยังไม่เกิน10ขวบ คุณดูลูกศิษย์ของฉันสิคะแต่ละคนสูงยังไม่ถึงเอวคุณเลยด้วยซ้ำ แล้วตกลงคุณอรุณมาทำอะไรที่นี่คะ”
“ก็มาหาคุณนี่แหละ คุณเลิกงานยังผมมีเรื่องจะคุยด้วย”
“เลิกแล้วค่ะ งั้นคุณรอแป๊บนะคะฉันไปบอกเด็กๆ ก่อน” ถึงแม้หญิงสาวจะสับสนอยู่บ้างที่อยู่ๆ ชายหนุ่มก็ตั้งใจมาหาเธอโดยตรงแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร อรุณเองก็เป็นเจ้านายของนัททิวรุ่นพี่ที่เธอเคารพก็เลยค่อนข้างไว้ใจ การเจอกันและพูดคุยกันนั้นเลยไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดใจสักนิด อรุณพาพัชชามายังร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกลจากสถานที่ทำงานของหญิงสาวเท่าไหร่นัก ระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟก็พูดคุยกันเพื่อขั้นเวลา
“ตกลงที่คุณอรุณมาหาฉันมีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ”
“ผมอยากแต่งงานกับคุณ” ชายหนุ่มเปิดประเด็นพูดในสิ่งที่ต้องการอย่างตรงไปตรงมา แววตาที่จริงจังของอรุณนั้นทำพัชชาตกใจและสับสนเป็นอย่างมาก
