บทที่ 6 ตอนที่6
“หมายความว่าไงคะ”
“อะไรคือหมายความว่าไง” อรุณถามไปยังรันดาที่เอาแต่ทำหน้าบึ้งยืนจ้องเขาอย่างไม่ละสายตา จู่ๆ หญิงสาวก็เดินเข้ามาแล้วก็ถามคำถามที่เขาไม่สามารถเข้าใจได้
“ก็เรื่องที่พี่ทำตัวเย็นชาใส่รันมันหมายความว่าไง”
“คิดมากแล้วพี่ก็เหมือนเดิม สงสัยช่วงนี้งานพี่ยุ่งมั้งเลยทำให้รันคิดว่าพี่เปลี่ยนไป”
“เมื่อก่อนพี่ก็ยุ่งแบบนี้ไม่เห็นจะทำตัวเหินห่างกับรันเลยนี่ รันก็นึกว่าเราจะเข้ากันได้ดีซะอีกทำไมอยู่ๆ พี่ถึงเปลี่ยนใจล่ะ”
“พี่ไม่เคยเปลี่ยนใจ สำหรับพี่รันก็ยังเป็นน้องสาวของพี่เหมือนเดิม…เหมือนที่เคยเป็น” ชายหนุ่มเน้นย้ำสายตาจ้องไปที่รันดาอย่างดุดัน
“น้องสาว! ที่ผ่านมาแค่ความรู้สึกพี่ชายกับน้องสาวแค่นั้นจริงๆ เหรอคะ”
“ใช่ แค่พี่ชายกับน้องสาว ถ้าพี่ทำให้รันเข้าใจผิดงั้นพี่ขอโทษ” ชายหนุ่มยืนยันหนักแน่น ไม่ว่ายังไงระหว่างเขากับหญิงสาวก็ไม่มีทางพัฒนาความสัมพันธ์ไปมากกว่านี้แล้ว
“แต่รันชอบพี่! ชอบตั้งแต่เจอพี่ครั้งแรกแล้วตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ รันชอบพี่ก่อนศศิด้วยซ้ำ” หญิงสาวโพล่งความรู้สึกที่เก็บไว้มานานออกมา ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องเก็บซ่อนความรู้สึกอีกต่อไปแล้ว
“ว่าไงนะ!” อรุณไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ชายหนุ่มเข้าใจว่าความรู้สึกดีๆ ที่รันดามีให้เขาเกิดขึ้นหลังจากที่ศศิได้จากไปแล้ว ไม่คิดว่าหญิงสาวจะแอบชอบเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่รู้จักกัน
“พอรันรู้ว่าพี่กับศศิชอบกันรันก็พยายามแล้วที่จะตัดใจจากพี่แต่รันก็ทำไม่ได้ ถึงรันจะต้องเสียใจแต่รันก็พยายามอย่างดีที่สุดเพื่อจะเก็บความลับนี้ไว้ แม้แต่ศศิก็ยังไม่รู้เลยว่าคนที่รันชอบก็คือพี่ รันไม่เคยผิดต่อศศิเลยสักครั้ง รันอยู่ในที่ที่ของรันไม่เคยก้าวก่ายความสัมพันธ์ของพี่กับศศิเลย แต่ตอนนี้ศศิไม่อยู่แล้ว รันเองก็ไม่จำเป็นต้องปิดเรื่องที่รันชอบพี่อีกต่อไป”
“พอเถอะรัน พี่ไม่อยากฟัง” ชายหนุ่มตวาดไปที่หญิงสาวอย่างไม่สบอารมณ์
“แต่พี่ต้องฟัง รันรู้สึกได้ว่าที่ผ่านมาพี่เองก็ชอบรันเหมือนกัน”
“ก็พี่บอกแล้วไงว่าพี่ไม่ได้ชอบรัน”
“ไม่จริง! รันรู้ว่าที่พี่เย็นชากับรันเพราะพี่รู้สึกผิดกับศศิถ้าพี่จะมาชอบเพื่อนสนิทแฟนเก่าตัวเอง…”
“รันจะคิดยังไงก็ช่างแต่พี่ยืนยันคำเดิมว่าพี่มองรันเป็นแค่น้องสาว ถ้ารันยังจะดื้อด้านเข้าข้างตัวเองแบบนี้พี่ก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว” ชายหนุ่มตอกย้ำอย่างเด็ดขาด รันดาเห็นท่าทีแข็งกร้าวของอรุณก็เริ่มหวั่นใจขึ้นมา ขืนเธอรบเร้าอยู่แบบนี้มีหวังชายหนุ่มตีตัวออกห่างเธอมากไปกว่าเดิมแน่
“เข้าใจแล้วค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับทั้งน้ำตาก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานไป
“ขอโทษนะรัน เลิกชอบพี่เถอะนะ”อรุณเองก็ได้แต่ข่มความรู้สึกไว้ไม่ให้เผลอไผลไปมากกว่านี้ ชายหนุ่มแน่วแน่ที่จะไม่สานสัมพันธ์ต่อกับรันดาในฐานะคนรักแม้ว่าหลังจากนั้นหญิงสาวจะแสดงออกอย่างชัดเจนว่าชอบเขาก็ตาม และชายหนุ่มก็ทำอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ได้จริงๆ จนมาถึงตอนนี้
ปัจจุบัน วันหยุดสุดสัปดาห์
“น้ำค่ะ” พัชชายื่นแก้วน้ำให้อรุณที่นั่งรออยู่ที่โซฟา เดิมทีวันนี้ทั้งคู่ตั้งใจจะไปออกเดตกันข้างนอกแต่พัชชารู้สึกไม่ค่อยสบายเลยเปลี่ยนสถานที่เป็นเดตที่บ้านของหญิงสาวแทน
“แล้วเพื่อนคุณล่ะ”
“ทำงานค่ะเย็นๆ โน่นและถึงกลับ ขอโทษนะคะที่ทำให้หมดสนุก”
“ไม่เป็นไรจะที่ไหนก็เดตได้ทั้งนั้นแหละ เดตที่บ้านคุณก็ดีเหมือนกันนะผมจะได้รู้ความเป็นอยู่คุณไง ว่าแต่คุณแน่ใจใช่มั้ยว่าจะไม่ไปหาหมอผมพาคุณไปได้นะ”
“ฉันไม่เป็นไรค่ะแค่ปวดหัวนิดหน่อยตอนนี้โอเคขึ้นแล้ว”
“ถ้าไม่ไหวก็บอกผมแล้วกัน”
“ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ายิ้มรับ ความเอาใจใส่เล็กๆ น้อยๆ ของอรุณทำพัชชารู้สึกพิเศษมากจริงๆ
จากนั้นทั้งสองก็ใช้เวลาอยู่ด้วยกันทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ต่างเปิดใจและแลกเปลี่ยนเรื่องราวของกันและกันให้อีกฝ่ายได้รับรู้ การสนทนาของทั้งคู่เป็นไปอย่างผ่อนคลาย และพัชชาก็รับรู้ได้ว่าชายหนุ่มนั้นไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษต่อเธอเลยสักนิด กลับเป็นเธอซะเองที่นับวันยิ่งหวั่นไหวให้กับชายหนุ่ม
ช่วงค่ำของวัน ณ โรงพยาบาล
“เลิกงานแล้วใช่มั้ยไปดื่มกัน” อรุณแวะมาหาปกรณ์เพื่อนชายคนสนิทที่โรงพยาบาลหลังแยกจากพัชชามา
“อารมณ์ไหนมาชวนฉันดื่มเนี่ย วันนี้ฉันต้องอยู่เวรต่อเสียใจด้วยนะเพื่อน”
“ทำงานไม่มีเวลาว่างแบบนี้ไม่กลัวน้องฉันจะไปหาแฟนใหม่หรือไง”
“น้องนายน่ะเข้าใจไม่ได้งี่เง่าเหมือนนายสักหน่อย แล้วนี่ไปหารันมาแล้วใช่มั้ย”
“ไปหาทำไม?”
“อย่าบอกนะว่านายไม่รู้ว่ารันแอดมิทโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อคืน จะไม่ใส่ใจเกินไปแล้วนะคุณอรุณ” ปกรณ์ตำหนิไปที่เพื่อนชายเพราะเขานั้นก็รับรู้มาตลอดช่วงที่อรุณลำบากก็มีรันดาที่คอยอยู่เคียงข้างไม่ห่าง พอรู้ว่าเพื่อนชายทำตัวเย็นชากับรันดาเช่นนี้ก็อดที่จะขุ่นข้องไม่ได้
อรุณหลังจากที่ทราบเรื่องรันดาก็รีบมาที่ห้องพักฟื้นของหญิงสาวทันที พอเข้ามาก็เห็นหญิงสาวกำลังพูดคุยอย่างเพลิดเพลินอยู่กับอริณผู้เป็นน้องชาย อริณเองพอเห็นอรุณมาก็เปิดทางให้ทั้งคู่ได้มีเวลาอยู่ด้วยกัน
“ทำไมไม่บอกพี่เรื่องที่เข้าโรงพยาบาล”
“จำเป็นต้องบอกด้วยเหรอคะไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย”
“จะงอนอะไรก็ให้มันสมเหตุสมผลหน่อย ที่ถามก็เพราะเป็นห่วง”
“เก็บความเป็นห่วงของคุณอรุณไปให้ผู้หญิงที่ไปเดตด้วยเถอะค่ะ ฉันดูแลตัวเองได้” คำพูดที่เหินห่างของรันดาทำชายหนุ่มหลุดขำขึ้นมา ดูท่าหญิงสาวจะพูดจริงทำจริงอย่างที่ได้ลั่นวาจาไว้ครั้งนั้น
“รู้ด้วยเหรอว่าพี่ไปเดตมา”
“ก็ไม่อยากรู้หรอกค่ะแต่พี่อริณเล่าให้ฟัง ถ้าไม่มีอะไรก็ออกไปเถอะค่ะฉันจะพักแล้ว”ท่าทียียวนของรันดาทำอรุณหงุดหงิดขึ้นมาทันที ชายหนุ่มปรี่เข้าประชิดตัวหญิงสาวที่กำลังจะล้มตัวนอนบนเตียง มือทั้งสองข้างก็ยันเตียงล้อมตัวหญิงสาวไว้ ใบหน้านั้นก็ค่อยๆ ขยับเข้าใกล้หญิงสาวมากขึ้น การจู่โจมของอรุณทำรันดาตกใจเป็นอย่างมาก
“หรือพี่จะใจดีกับรันมากเกินไป ได้พี่ชายใจดีไม่ชอบอยากได้พี่ชายโหดๆ ใช่มั้ย” หญิงสาวหน้าบูดเบี้ยวเมื่อชายหนุ่มเอาแต่เน้นย้ำคำว่าพี่ชาย เธอใช้แรงที่มีอันน้อยนิดผลักอกชายหนุ่มให้ออกห่างแต่มีหรือจะสู้แรงชายตัวโตอย่างเขาได้ อรุณไม่รอช้ากดมือทั้งสองข้างของรันดาไว้ ก่อนจะค่อยๆ คลายมือออกเมื่อได้ยินเสียงปกรณ์เพื่อนชายตะโกนออกมา
“เฮ่ย เฮ่ย! จะทำอะไรน่ะอรุณ”
“แค่จะปราบพยศเด็กดื้อ นายก็ดูสิฉันอุตส่าห์ถามด้วยความเป็นห่วงยังจะกวนอยู่ได้”
“ก็ไม่ใช่เพราะนายหรือไงที่ทำให้รันต้องมานอนที่โรงพยาบาลน่ะ”
“เพราะฉัน?” อรุณชี้นิ้วมาที่ตัวเองอย่างเคลือบแคลงก่อนจะหันไปสบตารันดา รันดาเองเห็นปกรณ์กำลังจะบอกสาเหตุที่ตัวเธอล้มป่วยก็รีบหยุดชายหนุ่มไว้
“พี่กรเข้าใจผิดแล้ว การป่วยของรันไม่เกี่ยวกับใครสักหน่อย รันอยากพักแล้วค่ะ” หญิงสาวกะพริบตาส่งสัญญาณให้หมอหนุ่มพาตัวอรุณออกจากห้อง ปกรณ์เมื่อเห็นหญิงสาวขอความช่วยเหลือก็รีบดึงแขนอรุณออกไปจากห้องตามที่เธอต้องการ แต่ความสงสัยของอรุณยังไม่หายหลังออกจากห้องก็รบเร้าถามสาเหตุการป่วยของรันดาจากปกรณ์อีกครั้ง
“หมายความว่าไงที่บอกว่ารันป่วยเพราะฉัน”
“ก่อนหน้านี้นายไปทำอะไรไว้ล่ะถึงทำให้รันเอาแต่เก็บตัวอยู่คนเดียวข้าวปลาไม่ยอมกิน ผู้หญิงบอบบางแบบนั้นอดข้าวไม่กี่วันก็น็อกแล้ว” คำตอบของปกรณ์ทำอรุณรู้สึกผิดขึ้นมา ดูเหมือนว่าความดุดันของหญิงสาวที่แสดงท่าทีตัดขาดเขาในวันนั้นก็เป็นแค่การแกล้งทำบังหน้า เอาเข้าจริงหญิงสาวก็ยังคงปวดใจและรับไม่ได้กับการที่เขาปฏิเสธเธออยู่ดี
“อรุณถามจริงเถอะ ไม่มีความรู้สึกกับรันสักนิดเลยเหรอ ตอนนั้นที่ฉันเห็นนายกับรันอยู่ด้วยกันฉันยังคิดว่านายกับรันจะไปด้วยกันได้ดีเลย แล้วทำไมจู่ๆ ถึงหักมุมซะงั้น”
“ก็ฉันบอกนายแล้วไงว่าไม่อยากหักหลังศศิ พอฉันเข้าใกล้รันทีไรหน้าศศิก็จะลอยมาทุกที คำพูดที่ศศิย้ำกับฉันวันนั้นมันทำให้ฉันลืมไม่ได้จริงๆ”
“นายไม่ได้หักหลังศศิสักหน่อย ถ้านายขอเลิกศศิแล้วไปคบรันนั่นก็ว่าไปอย่าง แต่ตอนนี้ศศิไม่อยู่แล้วที่ผ่านมาไม่ว่านายหรือรันก็ทำดีที่สุดแล้วไม่ว่าจะในฐานะคนรักและในฐานะเพื่อน นายจะต้องไปยึดติดทำไม ฉันว่าศศิจะดีใจซะอีกถ้านายมีคนที่รักนายจริงๆ คอยอยู่เคียงข้าง”
“นายหยุดพูดหยุดถามฉันเรื่องนี้เถอะ อีกอย่างตอนนี้ฉันก็กำลังคุยๆ กับคนคนหนึ่งอยู่ นายควรจะดีใจสิที่เพื่อนนายจะมีแฟนสักที”
“หมายถึงผู้หญิงที่นายไปเดตวันนี้เหรอ”
“อืม พัชชาน่ารักมากไว้ครั้งหน้าฉันจะพามาเจอนาย”
“เอาจริงเหรออรุณ ฉันนึกว่านายแค่จะหาแฟนมาเล่นๆ เพื่อตัดปัญหาเรื่องแม่นายซะอีก”
“ตอนแรกก็จะทำแบบนั้นแต่พอคิดๆ ไปฉันเองก็อายุเยอะแล้ว ก็ควรมีครอบครัวอย่างที่แม่ว่านั่นแหละ และฉันก็จริงจังกับความสัมพันธ์ครั้งนี้ด้วย ถึงตอนนี้ฉันอาจจะยังไม่ได้ชอบพัชชาแต่ฉันเชื่อว่าความน่ารักความสดใสของพัชชา มันทำให้ฉันชอบเธอได้ไม่ยากหรอก”
“เอาเถอะถ้านายคิดดีแล้วก็ตามนั้น ยังไงก็ยินดีด้วยแล้วกันที่จะมีแฟนสักที”
รันดาที่แอบฟังอยู่หน้าประตูข้างในห้องก็หลั่งไหลน้ำตาไม่ขาดสาย การกระทำเด็ดขาดของอรุณที่ต้องการปฏิเสธเธอนั้นทำหญิงสาวอ่อนแรงและเจ็บปวดใจมากจริงๆ
