บทที่ 9 ตอนที่9

ร้านอาหาร

รันดามาถึงร้านอาหารที่นัดกับภานุไว้ พอมาถึงก็เห็นชายหนุ่มยืนถือดอกไม้ยิ้มต้อนรับอยู่ที่โต๊ะ บรรยากาศในร้านตอนนี้ชวนโรแมนติกอยู่มากนัก

“พี่ให้ ถือว่าเป็นกำลังใจกับงานโปรเจกต์ใหญ่ครั้งแรกแล้วกันนะ”

“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวยื่นมือรับช่อดอกไม้ด้วยความยินดี

รันดาและภานุหลังจากทานมื้อเย็นเสร็จก็ออกไปเที่ยวเล่นด้วยกันต่อ พอตกค่ำชายหนุ่มก็ขับรถมาส่งหญิงสาวที่หน้าบ้านเหมือนเช่นทุกครั้ง

“พี่นุจะเข้าไปในบ้านก่อนมั้ย”

“ไว้ครั้งหน้าดีกว่าพอดีพี่มีธุระต่อน่ะ”

“งั้นก็ได้ค่ะ ขับรถดีๆ นะคะ” หญิงสาวยิ้มหวานบอกลา พอจะหันหลังกลับก็ถูกชายหนุ่มคว้าข้อมือรั้งไว้

“มีอะไรเหรอคะ”

“รัน เปิดใจให้พี่ได้มั้ย พี่รู้ว่ารันพึ่งผิดหวังจากพี่อรุณมาแต่พี่ไม่อยากรออีกแล้ว พี่รู้สึกว่าถ้าครั้งนี้พี่ปล่อยมือรันไปพี่จะไม่มีทางกลับมาหารันได้อีก” ภานุกุมมือหญิงสาวไว้แน่น สายตาก็จับจ้อง

ไปที่รันดาด้วยความเว้าวอน

“รันก็ไม่ได้ปิดใจนี่คะ แต่เรื่องแบบนี้ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า อีกอย่างตอนนี้รันก็มีโปรเจกต์สำคัญที่ต้องทำ รันอยากทุ่มเทให้กับงานตรงนี้ด้วย พี่นุก็รู้ว่างานนี้เป็นงานแรกรันก็ไม่อยากให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้น รันบอกตรงๆ นะคะว่าความรู้สึกที่รันมีให้พี่นุก็ยังเป็นพี่ชายที่น่ารักเหมือนเดิมแต่ถ้าถามว่าอนาคตจะเปลี่ยนไปมั้ยรันตอบไม่ได้ค่ะ ถ้าพี่นุรู้สึกว่ารันช้าไปกับความสัมพันธ์นี้รันก็คงทำได้แต่ขอโทษ รันเองก็ไม่ได้อยากให้พี่นุรอเหมือนกันเพราะรันไม่รู้ว่ารันจะชอบพี่นุได้มั้ย”

“พี่จะรอ พี่ขอโทษนะที่คิดไม่รอบคอบ พี่แค่กลัวว่าพี่อรุณจะมาแย่งรันกลับคืนไป”

“พี่คิดมากแล้วค่ะ งั้นรันเข้าบ้านก่อนนะคะ” หญิงสาวบอกลาก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านไป ความเร้าหรือของภานุครั้งนี้ทำรันดารู้สึกอึดอัดนัก และอีกอย่างชายหนุ่มคิดมาได้ไงว่าอรุณจะกลับมาหาเธอเพราะมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

ภานุพอมองตาหลังที่เคร่งขรึมของรันดาก็รู้สึกผิด เขาเองก็ไม่ควรจะเร่งรัดความสัมพันธ์ในครั้งนี้ทั้งๆ ที่รู้ว่าหญิงสาวยังแผลสดอยู่ คิดแล้วก็ได้แต่โมโหให้ตัวเอง

รันดารู้ว่าภานุนั้นมีความจริงใจให้ และชายหนุ่มก็สามารถทำให้เธอมีความสุขได้ แต่สำหรับเธอตอนนี้ยังไม่พร้อมจะเริ่มความรักกับใครจริงๆ ไม่ใช่แค่เหตุผลเรื่องงานแต่เหตุผลหลักคือเธอยังคงมีใจให้อรุณอยู่ บางทีถ้าผ่านไปสักพักเวลาอาจจะเยียวยาบาดแผลและทำให้เธอลืมอรุณได้อย่างสนิทใจ และเมื่อถึงตอนนั้นเธอก็พร้อมที่จะเปิดใจรับความรักครั้งใหม่แล้ว

ช่วงดึกของวัน

“แฮปปี้เบิร์ดเดย์ครับ เปิดดูสิ”

อรุณยื่นกล่องของขวัญให้กับพัชชาที่นั่งอยู่ข้างๆ หญิงสาวพอเปิดออกเห็นเป็นปากกาก็เผยยิ้มพอใจ ใจจริงเธอไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องได้ของขวัญ ขอแค่ชายหนุ่มมาร่วมฉลองวันเกิดกับเธอก็ดีใจแล้ว

“เอาไว้จดโน้ตเพลงไง เผื่อคุณอยากแต่งเพลงเองเอาไว้เล่นให้เด็กๆ ฟัง”

“ขอบคุณค่ะ” อรุณเห็นพัชชายิ้มดีใจกับของขวัญที่ให้ก็พอใจเช่นกัน เดิมทีอยากซื้อของขวัญที่มีความหมายมากกว่านี้แต่ก็กลัวเป็นการเร่งรัดจนทำให้หญิงสาวอึดอัดใจ พัชชาพอเห็นอรุณเอาแต่ยิ้มจ้องมาที่ตัวเองก็เขินอายหน้าแดง สายตาของชายหนุ่มวันนี้ดูเปลี่ยนไปจากเดิมอยู่มาก เมื่อก่อนไม่ได้มองเธอด้วยแววตาที่เปล่งประกายเช่นนี้

“คุณเลิกจ้องฉันได้แล้ว” หญิงสาวป้ายเค้กไปที่แก้มของอรุณด้วยความเคอะเขินที่เอาแต่มองเธอด้วยสายตาที่หวานซึ้ง พอจะลุกหนีก็ถูกชายหนุ่มคว้าข้อมือรั้งเอาไว้

อรุณดึงพัชชาให้นั่งลงอยู่ข้างกายตามเดิมก่อนจะป้ายเค้กไปที่แก้มของหญิงสาวคืนบ้าง ทั้งสองยื้อยุดหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน อรุณค่อยๆ ปล่อยใจไปกับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อพัชชา ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะเริ่มหวั่นไหวให้หญิงสาวขึ้นมาอีกครั้งแล้ว

บ้านวรินธร

รันดานั่งอยู่ที่เตียงนอนในมือถือผ้าเช็ดหน้าผืนโปรดที่อรุณเคยให้ไว้เมื่อ7ปีก่อน ก่อนหน้านี้หญิงสาวตั้งใจที่จะไม่กลับไปอาลัยอาวรณ์อรุณอีกแต่เอาเข้าจริงก็ยังทำไม่ได้ ช่วงเย็นเห็นชายหนุ่มร้อนใจไปหาพัชชาเธอเองยอมรับว่าซึมแต่ก็ไม่อยากแสดงออกมากให้นัททิวเห็นพิรุธ เลยได้แต่ฝืนยิ้มทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ฉันรักพี่มา7ปีเลยนะ จะให้ฉันเลิกรักพี่ง่ายๆ ได้ยังไง” หญิงสาวน้ำตาคลอเจ็บปวดและเจ็บใจที่ตัวเองไม่สามารถตัดใจจากอรุณได้สักที ยิ่งรู้ว่าชายหนุ่มเปิดใจให้ผู้หญิงอีกคนไปแล้วความรู้สึกก็ยิ่งพังทลาย เธอจะต้องใช้เวลามากแค่ไหนกันถึงจะลืมอรุณออกไปจากใจได้

วันต่อมา บริษัทคิรินทร์

“เมื่อวานก็พึ่งอยู่ด้วยกันเอง วันนี้ก็จะนัดออกไปเจอกันอีกแล้วเหรอครับ” นัททิวเอ่ยหยอกผู้เป็นเจ้านายหลังวางสายจากพัชชาไป

“ทำมาเป็นรู้ดี นายช่วยเลือกสถานที่บรรยากาศดีๆ คนไม่เยอะให้ฉันหน่อยสิ อ้อ…และก็จองดอกไม้ช่อโตๆ ให้สักช่อด้วย”

“คุณอรุณจะคุกเข่าขอพัชแต่งงานเหรอครับ” ผู้ช่วยหนุ่มถามด้วยความตื่นเต้น

“ไม่ใช่สักหน่อย ฉันแค่อยากจะขอพัชชาคบอย่างเปิดเผยน่ะ”

“งั้นก็แปลว่าตอนนี้คุณอรุณตกหลุมรักพัชเข้าแล้วจริงๆ ผมว่าแล้วต้องมีวันนี้”

“ก็ยังไม่ชัดเจนขนาดนั้นหรอกแค่ความสัมพันธ์เริ่มต้นน่ะ แต่ฉันยอมรับว่าตอนนี้เริ่มหวั่นไหวให้พัชชาแล้วจริงๆ เราสองคนดูเข้ากันได้ดีจนทำให้ฉันอยากจริงจังกับความสัมพันธ์นี้ ฉันอยากให้เกียรติพัชชาบอกถึงความสัมพันธ์ของเราให้ทุกคนรู้ก่อนที่เราจะแต่งงานกัน”

“ผมดีใจจังเลยครับในที่สุดเจ้านายสุดที่รักของผมก็มีความรักอีกครั้ง ถ้าคุณท่านรู้ต้องดีใจมากแน่ๆ ทีนี้เรื่องอุ้มหลานก็ไม่นานเกินรอแล้ว”

“นายจะรีบไปไหนเอาให้ผ่านคืนนี้ไปก่อนมั้ย ฉันยังไม่แน่ใจเลยว่าพัชชาจะตอบตกลงคบกับฉันหรือเปล่า นายอย่าลืมสิฉันกับพัชชารู้จักกันได้ยังไม่ถึงเดือนเลย”

“ต้องตกลงสิ นี่อย่าบอกนะครับว่าคุณอรุณดูไม่ออกว่าพัชก็ชอบคุณอรุณเหมือนกัน”

“ไม่ต้องพูดมากให้ไปทำอะไรก็ไปทำ อ่อ…แล้วรันทำงานเป็นไงบ้าง”

“คุณรันตั้งใจทำงานมากเลยครับ เชื้อวรินธรนี่แรงจริงๆ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูเก่งไปหมด อ่ออีกอย่างผมว่าคุณอรุณหายห่วงเรื่องคุณรันได้แล้วนะครับ เมื่อวานคุณรันรู้ว่าคุณอรุณไปหาพัชคุณรันยังยิ้มไม่เห็นรู้สึกเศร้าเลย ผมว่าคุณรันตัดใจจากคุณอรุณได้แล้วล่ะ”

“ก็คงใช่ ได้ข่าวว่าตอนนี้ก็กำลังออกเดตกับหนุ่มที่พึ่งกลับจากอิตาลีอยู่นี่ ก็แปลว่าคงไปด้วยกันได้ดี”

“ดีใจจังในที่สุดคุณรันก็หลุดพ้นจากคุณอรุณสักที ต่อไปคุณรันก็ไม่ต้องเสียใจเพราะคุณอรุณแล้ว”

“ว่าไงนะ!”

“ไม่มีอะไรครับ ผมไปทำงานก่อนดีกว่า” นัททิวรีบขอตัวก่อนจะวิ่งออกจากห้องทำงานไป ดูเหมือนคำพูดของเขาจะไม่เข้าหูเจ้านายหนุ่มเสียแล้ว

อรุณครุ่นคิดถึงคำพูดของผู้ช่วยหนุ่มเรื่องรันดาก็อยากเห็นด้วยตาให้แน่ใจ ชายหนุ่มออกจากห้องตรงไปยังโต๊ะทำงานของหญิงสาว ได้เห็นรันดาตั้งใจกับการทำงานสีหน้าดูกระปรี้กระเปร่าพูดคุยหยอกล้อกับเพื่อนร่วมงานอย่างสนุกสนานก็เผยยิ้มโล่งใจ จะว่าไปก็นานแล้วที่ชายหนุ่มไม่เห็นหญิงสาวยิ้มสดใสเช่นนี้ ก็หวังแค่ว่าเรื่องที่นัททิวพูดจะเป็นความจริง เพราะถ้าหญิงสาวตัดใจจากเขาได้ก็คงเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก ต่อไปเธอก็จะได้ไม่ต้องมาเสียใจร้องไห้เพราะเขาอีกแล้ว แม้จะหวังให้เป็นอย่างที่พูดแต่ความรู้สึกในใจของชายหนุ่มกลับโหวงเหวงอย่างบอกไม่ถูก

ช่วงบ่ายของวัน

“คุณรันครับนี่ก็บ่ายมากแล้วพักทานข้าวก่อนดีกว่า” นัททิวพยายามรบเร้าให้รันดาพักทานมื้อเที่ยงก่อน เพราะตั้งแต่เช้าแล้วหญิงสาวเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับงานไม่ยอมพักก็กลัวว่าจะล้มป่วยไป

“คุณทิวหิวก็ไปกินก่อนได้เลยค่ะ รันอยากเคลียร์งานตรงนี้ให้เสร็จก่อน” หญิงสาวหันมายิ้มตอบกลับผู้ช่วยหนุ่ม

แต่ไม่ทันนัททิวจะได้ตอบรับมือใหญ่ของอรุณก็เข้ามาคว้ามือรันดาไว้ ชายหนุ่มดึงแฟ้มงานที่อยู่ในมือหญิงสาวโยนให้กับนัททิวที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะจูงมือเธอให้เดินตามออกไป

“พี่ทำอะไรปล่อยรันนะ”

“ทำงานไม่พักแบบนี้ได้ป่วยกันพอดี พี่จะพารันไปกินข้าว”

“รันไม่ไป!” หญิงสาวสะบัดมือออก

“อย่าดื้อสิรัน พี่รู้ว่ารันตั้งใจกับงานนี้มากแต่ก็ต้องดูแลตัวเองด้วย โปรเจกต์มันไม่ได้เร่งขนาดนั้นสักหน่อย”

“ก็รันอยากให้โปรเจกต์นี้เสร็จเร็วๆ รันจะได้ไป…”

“ไปไหน?”

“ก็ไปทำอย่างอื่นต่อไง”

“แต่จะทำอะไรก็ควรดูขีดจำกัดของตัวเองบ้าง ถ้ารันไม่ยอมไปกินข้าวกับพี่งั้นพี่ก็ยื้อรันอยู่ตรงนี้แหละ ทีนี้ทั้งรันและพี่ก็ไม่ต้องทำงานกันพอดี”

“น่ารำคาญ…ไปก็ได้ค่ะ” หญิงสาวพึมพำจำใจตอบรับ ตอนนี้เธอคงขัดใจอรุณไม่ได้แล้ว

ห้างสรรพสินค้า

พัชชาออกมาทานข้าวกับเพื่อนร่วมงานก็เห็นอรุณเดินจูงมือรันดาเข้ามาในร้าน ความสนิทสนมถึงเนื้อถึงตัวของทั้งคู่นั้นทำพัชชาเคลือบแคลงขึ้นมาทันที หญิงสาวนั่งอยู่อีกโต๊ะไม่ไกลนักได้แต่เฝ้ามองคนทั้งคู่อย่างหวั่นใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป