บทที่ 7 เหลี่ยม 7
รหัทถวิลหาความสุขจากเรือนกายหล่อน แต่หญิงสาวกลับปฏิเสธทุกครั้งกระทั่งกลายเป็นความกดดันลึกๆ ถึงจะรักเพียงใดแต่หล่อนก็ไม่เคยตอบสนองเขา หลายครั้งเข้า รหัทก็เหนื่อยใจเจียนจะหลุดปากขอเลิก
“ถ้าการเชื่อใจ คือการที่ลูกจันทร์ต้องง่าย ยอมนอนกับเฮีย ลูกจันทร์ขอขึ้นคานไปจนตายดีกว่า ลูกจันทร์เจ็บมาก ตั้งแต่เรื่อง พ่อ พี่เขย และต้องมาเจ็บที่สุดก็คือเฮียเชน!”ดวงหน้าสวยอาบด้วยน้ำตา
ความฝันอันสวยงามจบสิ้นแล้ว สาแก่ใจจริงๆ หวังอยากได้ทรัพย์สมบัติเขา คิดว่าสักวันรหัทจะฉุดหล่อนขึ้นจากโคลนตมไปอยู่บนกองเงินกองทอง สุดท้ายหนูนาก็ตกสวรรค์ !
“นิ่งนะคนดี ขี้แยแล้วไม่สวยเลย”เขายื่นมือมาเช็ดน้ำตาให้หล่อน แต่ทว่าหล่อนกลับปัดมือเขาออก
“...ลูกจันทร์ไม่อยากได้ความสงสารจากเฮีย ลูกจันทร์โง่เองที่คิดว่าเฮียอยากช่วยเหลือ”
“เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว เอาล่ะเฮียขอโทษ เรามาดีกันเหมือนเดิมนะ”เขายื่นนิ้วก้อยให้ทำประหนึ่งแค่เกี่ยวก้อยแล้วทุกอย่างจะหาย แผลในใจที่ปวดปร่า มันรักษาได้ง่ายดายเพียงนั้น
“เห็นไหมเฮียไม่เคยเข้าใจลูกจันทร์เลย”หล่อนแทบจะทรุดฮวบลงไปบนพื้น นานเท่าไหร่แล้วที่แกล้งโง่ ยอมให้ชีวิตผูกพันกับผู้ชายซึ่งมองโลกแง่ดีไม่เคยมีเรื่องใดที่จะทำให้รหัทเป็นทุกข์ได้ โลกของเขาเนรมิตขึ้นจากเงิน เงินที่ซื้อได้ทุกอย่างแม้กระทั่งหัวใจลินจันทร์
ทั้งคู่สบตากับอยู่นาน ลินจันทร์เจ็บจนไม่อาจเอ่ยคำใด เขายังเป็นผู้ชายน่ารักคนเดิมที่พร้อมจะเข้าใจหล่อน แต่การเข้าใจของเขาอยู่บนพื้นฐานของความเห็นแก่ตัว
รหัทยิ้มกว้าง เขายื่นมือมากุมมือหล่อนไว้
“ปล่อยมือลูกจันทร์เถอะ ปล่อย! ”หล่อนปลดมือเขาออก ความรู้สึกช่างน่ากลัวเหลือเกิน เมื่อต้องไร้ที่พึ่งพิง “ใจเย็นนะลูกจันทร์ เดี๋ยวเฮียโทร.บอกคุณน้ำตาลมารับก็ได้ “เขาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงกดเบอร์โทรหาพี่สาวหล่อน จังหวะนั้นเองลินจันทร์รีบจ้ำอ้าวเดินจากไป
ลินจันทร์ออกวิ่งอย่างเร็ว ตั้งใจหนีจากเจ้าชายที่จะช่วยฉุดซินเดอเรลล่าให้ขึ้นไปอยู่บนปราสาทแสนสวย หล่อนออกมายืนสูดอากาศนอกอาคาร ขณะนั้นเสียงร้องไชโยฉลองปีใหม่ดังกึกก้อง แสงระยิบระยับบนท้องฟ้าพร่างพราวด้วยพลุงดงาม
ลินจันทร์เก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าด้วยความเศร้าสร้อย หล่อนตัดสินใจหลบหน้าคนคุ้นเคย หากไม่ต้องอยู่กับสภาพแวดล้อมเดิมๆ จิตใจอาจจะดีขึ้น แต่อีกใจกลับกลัวปลายทางข้างหน้า ด้วยไม่รู้ว่ามีสิ่งใดรออยู่ ‘บ้านหนองใสดินงาม’ คือจุดหมายที่ลินจันทร์กำลังจะบ่ายหน้าไป
หลายปีก่อนหล่อนเคยพบสิ่งดีๆ ที่นั่น ถึงจะมีเรื่องน่ารังเกียจของผู้ชายบ้านนอกหื่นกามซึ่งสะกิดใจอยู่บ้าง แต่ก็นับว่าเป็นเพียงส่วนน้อยนิด หากเทียบกับความสุขซึ่งเคยได้รับ การสร้างห้องสมุดให้ชุมชนในวันครั้งนั้น สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม หัวใจลินจันทร์อิ่มเอมสุขล้น กิจกรรมเล็กๆ ได้สานต่อให้หล่อนพร้อมเพื่อนในกลุ่มก่อตั้งชมรมสานเจตนารมณ์การเป็นผู้ให้จนถึงทุกวันนี้
หญิงสาวรวบรวมทุนสร้างโครงการจิตอาสา ‘พี่ช่วยน้อง’ โดย
ได้รับทุนส่วนหนึ่งจากบริษัทของรหัทตลอดมา เหตุผลที่หล่อนเป็นตัวตั้งตัวตีเดินหน้าทำงานด้านนี้ เพราะยากเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปของชีวิต
หล่อนรูดซิปกระเป๋าช้าๆ สะเทือนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งชีวิตรักของตน จนถึงการปะทะคารมกับพี่สาว หลังจากพยายามพูดถึงสิ่งที่อัดอันในใจให้เธอฟัง แต่ความหลงสามีทำให้พุดตานอยู่ในอาการตาบอดสนิท มองไม่ออกว่าสมชายผู้เป็นพี่เขยคิดจะเคลมน้องเมียทุกครั้งที่มีโอกาส
แต่ลินจันทร์ก็รู้ถึงความทุกข์ของพุดตาน ตั้งแต่อยู่กินกับสมชายมาร่วมสิบปี ก็ไม่มีวี่แววมาจะท้อง ทั้งที่งัดกลเม็ดเด็ดพลายมาใช้อย่างนับไม่ถ้วน เรียกได้ว่าปั๊มลูกมาชั่วนาตาปี ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสมชายแก่จนไม่มีน้ำยา หรือด้วยความบกพร่องด้านสุขภาพของพุดตาน หากสุดท้ายก็ลงเอยว่าพวกเขาไม่สามารถมีโซ่ทองคล้องใจได้
จวบจนได้ปรึกษาหมอท่านหนึ่งการ‘อุ้มบุญ’ จึงผุดในหัวพุดตาน พอมีทางเลือกเธอก็เกิดความหวัง ทว่าสำหรับเมืองไทยการหาคนมาอุ้มบุญที่ไว้ใจได้ยากเสียยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร การอุ้มบุญจึงกลายเป็นปัญหาโลกแตกสำหรับครอบครัวพุดตานอย่างเลี่ยงมิได้
พอไม่สามารถมีลูกให้สมชาย เฒ่าหัวงูจึงหาทางกินเล็กกินน้อยไปทั่ว หนึ่งในนั้นก็คือลินจันทร์ เรื่องนี้ทำให้พุดตานกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก
ลินจันทร์เงยหน้าขึ้นช้าๆ เมื่อเห็นพี่สาวก้าวเข้ามาในห้อง
“ฉันบอกแกว่ายังไง ถามหน่อยเถอะจะแบกหน้าไปอยู่กับคนอื่นคิดดีแล้วหรือ ถ้าไม่อยากอยู่บ้านฉันก็ไปหาเช่าห้องสิ ทำตัวอย่างกับเป็นเด็กๆ ไม่พอใจอะไรก็เอาแต่หลบหน้า”พุดตานแว้ดใส่ใจจริงอยากจะสรรหาคำพูดดีๆ เพื่อรั้งน้องสาว แต่ก็เหมือนมีก้อนเหนียวหนืดติดอยู่ตรงลำคอ เธอเลยแสดงความโกรธเกรี้ยวเข้าหาแทน
