บทที่ 9 เหลี่ยม 9

รหัทนั่งรอลินจันทร์เกือบครึ่งชั่งโมงแล้วใจหนึ่งหล่อนก็อยากไล่เขาให้พ้นๆ หน้า แต่อีกใจยังถวิลหาอ้อมกอดเขา สายตารหัทยามมองหล่อนไม่เคยเปลี่ยน เขารักหล่อนข้อนี้ก็รู้อยู่เต็มอก แต่ใดหล่อนจึงไม่ยอมยกโทษให้ผู้ชายซึ่งพร้อมจะอยู่เคียงข้าง  

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะความเจ็บปวดจากบิดาซึ่งมีสัมพันธ์กับผู้หญิงหลายเป็นปมฝังใจ และประวัติศาสตร์ยังซ้ำรอยเมื่อพุดตานตกเป็นเมียน้อยเฮียสมชาย จนพวกหล่อนใช้ชีวิตอย่างหลบๆ ซ่อนๆ กระทั่งเมียหลวงเสียชีวิต พุดตานจึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย

เมื่อหลายเหตุการณ์ผ่านเข้ามาในชีวิต หล่อนจึงสรุปได้ว่าผู้ชายทั้งโลกล้วนหาความซื่อสัตย์ไม่ได้

กระนั้นหล่อนก็ไม่ได้มีอคติมากพอที่จะตัดขาดจากรหัทชั่วชีวิต เขายังคงอยู่ในฐานะพี่ชาย เป็นเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกคนหนึ่งที่ต้องพบเจอ ผิดแต่รหัทจะไม่ได้รับความไว้วางใจจากหล่อนอีกก็เท่านั้น

รหัทพาหล่อนมาทานร้านขนมใกล้ๆ หมู่บ้าน ร้านนั้นจัดได้สวยเก๋มีเอกลักษณ์ตบแต่งด้วยโทนสีฟ้าสลับด้วยสีชมพูสุดหวาน ประดับดอกไม้โทนสีขาวให้ความรู้สึกผ่อนคลาย

บนโต๊ะอาหารมีดอกไม้ช่อใหญ่วางอยู่ แต่ดอกไม้และอาหารตรงหน้าไม่ได้ทำให้ลินจันทร์รู้สึกดีต่อเขา ลินจันทร์มองรหัทด้วยสายตาเปลี่ยนไป หล่อนรักษาระยะห่างจากเขามากเป็นพิเศษ

“ไม่ทานอะไรหน่อยละคะ”รหัทตักเค้กมะพร้าวใส่จานหล่อน

“ไม่หิวค่ะ”หล่อนออมคำ ตอบด้วยน้ำเสียงแห้งแล้ง

“งั้นดื่มน้ำส้มสักหน่อยสิ จะได้สดชื่น หน้าซีดมากรู้ไหม”เขาเอาใจหล่อน

“เอ...ทำไมรสมันทะแม่งๆ จังแม่ครัวชักจะฝีมือตกนะเนี่ย ”หล่อนจิบเพียงนิด รสชาติมันไม่ได้แย่อะไรหรอก ใจหล่อนต่างหากที่เปลี่ยน เลยพาลทำให้ทุกสิ่งซึ่งเคยชอบแย่ลง

“ลูกจันทร์ ขอกาแฟเย็นเข้มๆ สักแก้วดีกว่า...”เอ่ยจบก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ

ลินจันทร์หายไปนานพอสมควร พอก้าวออกมาจากห้องน้ำพนักงานซึ่งรู้จักกันก็เข้ามาทัก

เมื่อได้รับกำลังใจจากอีกฝ่ายหล่อนก็น้ำตาคลอหน่วย กระทั่งอีกฝ่ายกระซิบบอกบางสิ่ง หล่อนก็ใจหายไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องนั้นจะเป็นความจริง

ครั้นกลับมาที่โต๊ะลินจันทร์ก็ตั้งท่าจะผละจากร้านไปเสียดื้อๆ ดวงหน้างอง้ำไม่ได้โกรธเกลียดเขา หากโกรธตัวเองมากกว่าที่ยังโง่งมงายคิดว่าเขารักและยังจริงใจต่อหล่อน

ลินจันทร์นั้นอยากจะกลืนน้ำลายตัวเอง ยกโทษให้เขา มันก็แค่เรื่องขี้หมา หากใจกว้างพอทุกอย่างก็จบ คิดเสียว่าผู้ชายแค่อยากสนุกก็เท่านั้น

“ไม่ดื่มกาแฟก่อนเหรอ เฮียตั้งใจชงให้กับมือเลยนะ”รหัทยิ้มตาหยี ยื่นแก้วกาแฟให้หล่อน

“ขอบคุณค่ะ”หล่อนรับแก้วกาแฟมาถือไว้ แล้วรีบก้าวตรงไปที่ประตูทันที

“ถ้าอย่างนั้นไปเดินเล่นที่ไหนกันดีลูกจันทร์”เขาก้าวตามหล่อนไปยืนประชิดตัว

“ไหนว่างานเยอะ”หล่อนมองเขาพยายามมองลึกให้ถึงเนื้อในที่แท้จริง

“นิดหน่อย...เฮียอยากอยู่กับลูกจันทร์มากกว่า”

“ไม่ดีมังคะ... “

“ทำไม ยังไม่หายงอนอีกเหรอ...”น้ำเสียงเขาเจือความรำคาญใจ

“ก็เห็นเฮียดูเหนื่อยๆ ลูกจันทร์เลย ‘เกรงใจ’”คำพูดหล่อนทำให้ชายหนุ่มขบกรามแน่น

“กลับกันเถอะคะ”หญิงสาวไม่ลงเหลือความยินดียินร้ายต่อเขา จึงตัดบทขอตัวดีกว่าจะรั้งให้ต้องทรมานกันทั้งสองฝ่าย  

กระทั่งขับรถออกมาจนถึงถนนซึ่งทอดตัวยาวไปที่หมู่บ้าน รหัทจึงเอ่ยเสียงนุ่มว่า “ลูกจันทร์ เราดีกันได้หรือยังคะเฮียไม่สบายใจเลยที่เป็นอย่างนี้”

หล่อนแสยะยิ้มแทนคำตอบ มีสักครั้งไหมที่รหัทจะเข้าใจความรู้สึกหล่อนอย่างแท้จริง ทำไมเขาต้องบังคับให้เดินตามเกมเดิมๆ ซึ่งเขาวางแผนไว้ ทั้งที่มันไม่ใช่ตัวหล่อน หมดเวลาเสียทีสำหรับหน้าที่ตุ๊กตาหน้ารถหล่อนไม่อยากฝืนตนเอง

“อย่าทำให้มันยืดเยื้อกว่านี้เลยเฮีย”

“ยืดเยื้อ! มันหมายความว่ายังไง !”

บรรยากาศในรถตึงเครียด แปลกเหลือเกินยามรักขม ช่างมีหลายเหตุผลมากล่าวอ้างเพื่อสลัดอีกฝ่ายทิ้ง “ลูกจันทร์มีคนอื่นนอกจากเฮียใช่ไหม”

คำพูดนั้นสร้างบาดแผลใหญ่หลวง

“ทำไมเฮียพูดแบบนั้น”หัวใจหล่อนเจ็บจี๊ด

“ก็ไม่เห็นมีเหตุผลอะไรที่เราต้องห่างกัน ยกเว้นแต่ว่าลูกจันทร์เจอคนที่รวยและโง่กว่าเฮีย...”

“เฮียเชน! จอดรถเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นลูกจันทร์จะกระโดดไปจริงๆ ด้วย”

“อย่า! ทำบ้าๆ นะลูกจันทร์”

“ลูกจันทร์ทนไม่ได้ที่จะให้คนที่เคยรัก พูดจาว่าร้ายกันแบบนี้ ถ้าไม่รักไม่ชอบลูกจันทร์แล้ว เราก็ควรอยู่ห่างๆ กันดีกว่า บอกให้รู้ไว้เลย นอกจากเฮียลูกจันทร์ไม่เคยมีใคร”หล่อนย้ำหนักแน่น

“พูดไปก็ทะเลาะกันเปล่าๆ”เขาเบื่อที่จะต่อล้อต่อเถียง ตอนนี้ความรักอาจจะจบลงแล้วแต่ความใคร่ที่เขามีต่อเรือนร่างงดงามไม่เคยมอดดับ หากหล่อนคิดจะเลิกรา เขาก็ควรได้บางสิ่งเป็นค่าตอบแทนบ้าง

รหัทหักพวกมาลัยเลี้ยงรถเข้าซอยแคบๆ ป้ายไฟเบื้องหน้านั้นสร้างความฉงนให้ลินจันทร์ไม่น้อย หล่อนขมวดคิ้ว ประหวั่นใจกับท่าทีเย็นชาของเขา โดยเฉพาะดวงตาของเขาซึ่งมองหล่อนเปลี่ยนไป

“ลูกจันทร์หยิบ ยาทาแก้ปวดให้ทีสิคะ”เขาเอ่ยเสียงหวานอ้อนหล่อน

ลินจันทร์มองตามไปยังช่องเก็บของหน้ารถ เห็นกระปุกสีขาวเล็กๆ มีฝาปิดอยู่

“เร็วๆ สิคะ ปวดไหล่จะแย่ โอย...”

“เฮียเป็นอะไร”หล่อนถามอย่างไม่ใส่ใจ เพราะระแวดระวังภัยจากเขา หลังจากจิบน้ำส้มคั้นและลุกไปเข้าห้องน้ำหัวใจก็เต้นแปลกๆ กอปรกับรับรู้สิ่งที่พนักงานคนนั้นกระซิบบอก ลินจันทร์ก็นึกหวั่นใจขึ้นมา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป