บทที่ 5 บทที่5

การเรียนผ่านพ้นไปในวันนั้น หลังจากเลิกเรียนแล้ว เฮียเซนต์ก็จัดการให้ลูกน้องมารับผมที่หน้ามหาลัย อันที่จริงผมไม่อยากกลับตอนนี้หรอกนะ เพราะนัดกับจางลี่ว่าจะไปเดินเที่ยว แต่ดูเหมือนลูกน้องของเฮียจะมาประชิดตัวผมที่หน้าตึก

"คุณหนูสามครับ นายท่านอยากให้คุณหนูรีบกลับเพราะวันนี้มีงานต้องไปครับ"

ผมย่นคิ้วลงเล็กน้อยเพราะคำว่างานอย่างนั้นเหรอ

"งานอะไร แล้วทำไมเราต้องไปด้วย"

"ผมไม่ทราบครับ แต่นายท่านบอกว่าให้รีบมารับคุณสามเพื่อไปเตรียมตัว"

ผมรู้สึกเซ็งอย่างบอกไม่ถูก ปกติแล้วตอนอยู่ที่บ้าน ผมไม่เคยออกงานไปไหนกับป๊าเลย เพราะคิดว่า มันเป็นงานผู้ใหญ่ ผมเหลือบสายตามองบนแล้วหันมาบอกเพื่อนที่ยืนข้างๆ

"จางลี่วันนี้คงไม่ได้ไปแล้ว ไว้วันหลังเราค่อยไปก็ได้"

"ไม่เป็นไร วันหลังก็ได้ แต่อย่าลืมที่เราขอแล้วกัน"

"...." จางลี่พูดแล้วยิ้ม สิ่งที่ของั้นเหรอ ผมย้อนคิดไปเมื่อกลางวันที่เพื่อนขอ จางลี่อยากได้รูปเฮียเซนต์ตอนถอดเสื้อโดยปกติเวลาเขาออกงานตามสื่อต่างๆจะเห็นแค่เวลาใส่สูท ผูกไท มีบอดี้การ์ดตามเป็นพรวน แต่ผมก็รับปากนะ สนองกิเลสของเพื่อนสักหน่อย

"ได้ ไม่มีปัญหา"

หลังจากที่บอกเพื่อนแล้วผมก็เดินขึ้นรถคันหรูที่จอดอยู่ด้านหน้า แม้ภายในใจตอนนี้มันจะแอบเบื่ออยู่บ้างแต่ก็ต้องกลับ ไม่อย่างนั้นคงมีปัญหากับเฮียเซนต์เป็นแน่

ไม่ถึงชั่วโมงรถหรูก็เลี้ยวเข้ามาในบ้าน จะเรียกว่าบ้านก็คงไม่ถูกเพราะที่นี่ใหญ่กว่าบ้านผมน่าจะเรียกว่าคฤหาสน์มากกว่า 

ลงรถแล้วก็ต้องสาวเท้าเข้าบ้าน พร้อมสัมภาระที่ผมนำไปมหาลัย ไม่นานนักแม่บ้านก็เดินมารับ ผมไม่รอช้าที่จะเอ่ยถาม

"เฮียไปไหน"

"อยู่ที่ชั้นสามค่ะ ทำงานอยู่"

ผมเหลือบสายตามองขึ้นไปที่ชั้นสาม แสดงว่าห้องทำงานคงอยู่บนนั้น ทว่า กลับบ้านมาก็ต้องไปหาเพื่อนรักที่รออยู่ที่ห้อง โบโบ้ 

(เฮียเซนต์)

ผมนั่งทำงานอยู่ในห้อง งานที่ผมทำเป็นงานเกี่ยวกับธุรกิจของผมทั้งนั้น การคุยกับลูกน้องเรื่องบ่อน แม้กระทั่งการเจรจาซื้อขายเครื่องเพชรต่างๆ ทว่าผมนั่งอยู่บนนี้มองผ่านกระจกออกไปเห็นรถวิ่งเข้ามาแล้ว แต่แปลกที่ชุนยังไม่ขึ้นมาหา หรือว่าเขาไม่รู้ว่าห้องทำงานอยู่ด้านบน

ห้องทำงานของผมติดกระจกรายล้อม สามารถมองเห็นข้างนอกได้ชัด มองเห็นบริเวณบ้าน แต่คนด้านนอกไม่สามารถมองผ่านเข้ามาได้และที่สำคัญมันเป็นกระจกกันกระสุนชั้นดี

เหมือนจะนานพอสมควรที่นั่งมองนาฬิกาที่ข้อมือ แต่ก็ยังไร้เงาของเมียเด็กของผม ผมไม่รู้ว่าผมคิดถูกหรือผิดที่รับคุณหนูสามของตระกูลม่าแทนอาชินที่หนีไป แน่นอนครับเธอเรียนยังไม่จบแถมยังไม่รู้งานอีกต่างหาก และที่ผมเป็นกังวลมากที่สุดคือ การออกงานคืนนี้

"อาเหมา ไปตามคุณสามมาสิ"

"ครับ" ผมต้องสั่งลูกน้องคนสนิทให้ไปตามชุนขึ้นมาพบ เพราะรู้สึกว่ามันนานมากแล้ว อีกอย่างผมมีเรื่องที่จะคุยกับเธอ ผมนั่งรออยู่ในห้องพักใหญ่ ไม่นานนักเสียงของอาเหมาก็ลอยมา

"คุณสามกำลังมาครับ"

"เขาทำอะไรอยู่"

"บอกว่าแต่งตัวให้เพื่อนครับนาย"

"...."

ในขณะที่ผมนั่งเก้าอี้หมุนก็ต้องยกมือมากุมขมับ ผมไม่อยากใช้คำว่าปัญญาอ่อน แต่ก็ต้องข่มใจไว้ เขาโตจนอยู่มหาลัยแต่ก็ยังชอบเล่นตุ๊กตาเป็นเด็ก แบบนี้ใครจะมาเกรงกลัว

ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูอยู่สองครั้ง จากนั้นร่างเล็กก็แทรกตัวเข้ามา ผมหมุนเก้าอี้เพื่อที่จะหันมามอง แต่สิ่งที่ผมเห็นต่อหน้า

"อะไรของเธอ"

ทำไมผมต้องโพล่งเสียงถามนั้นเหรอ ก็คนที่หยุดยืนต่อหน้าผมตอนนี้ กับหมีที่อุ้มมันชุดเดียวกันเลยครับ ผมนึกว่าแฝด เอี่ยมยีนสีเข้มข้างในเสื้อสีขาว แถมติดกิ๊บสีชมพูหวานอีก ผมไม่รู้ว่าเธอจะไปไหน

"อ้าวก็เฮียบอกว่า มีงานไม่ใช่หรือไง นี่ชุนแต่งตัวเสร็จแล้วนะ อีกอย่างโบโบ้ก็พร้อมมากด้วย ว่าแต่เฮียจะไปกี่โมง"

"ฉันจะพาเธอออกงานสังคม ไม่ใช่ไปเที่ยวสวนสนุก!"

เท่านั้นแหละครับ ผมต้องเอนหลังพิงเก้าอี้ งุดหน้าลงเล็กน้อยพร้อมอาการที่เรียกว่าถอนหายใจครั้งใหญ่ จากนั้นก็ตะเบ็งเสียงเรียกอาเหมาคนสนิทที่ยืนอยู่ด้านนอก

"อาเหมา!"

"ครับนาย"

"เอาคุณหนูสามไปจัดการ"

"ฮะ เฮียเซนต์ถึงจะฆ่าจะแกงกันเลยเหรอ ชุนแค่.....ปล่อยนะ....ไอ้บ้า!!!"

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือ อาเหมาแบกร่างของชุนเหอไปที่ห้องแต่งตัวเพราะชุดที่ต้องใส่ไปงานคืนนี้ ซีอันได้จัดส่งมาให้เรียบร้อย ซีอันรู้ดีว่าน้องชายไม่เคยออกงานสักครั้ง ไม่น่าจะมีชุดที่ใส่แล้วดูดี แต่สิ่งที่เขามีคือชุดไปเที่ยวสวนสนุกมากกว่า

เวลาผ่านไปราวสองชั่วโมง ได้เวลาที่จะออกบ้าน เซนต์ยืนรออยู่ที่หน้าประตูบ้านหลังใหญ่พร้อมรถหรูจอดเทียบท่า ส่วนรถที่จอดตามหลังสามสี่คันเป็นรถที่คุ้มภัยให้เขา

ชุนเหอเดินลงจากบันไดอย่างช้าๆ ในชุดโทนขาวสะอาด กางเกงสแล็คสีขาว ส่วนเสื้อที่ชุนสวมใส่ด้านในคล้ายจะเป็นเสื้อกล้ามรัดรูปสั้นจนเหนือสะดือ ส่วนเสื้อเป็นเสื้อคลุมแบบสูทครึ่งท่อนแต่เป็นแขนยาว ติดกิ๊บฝั่งเพชรระยิบที่หัว แค่นั้นก็เรียกความตะลึงงันให้เฮียเซนต์ไม่น้อย เฮียมองชุนเหมือนลอยออกมาจากบ้านอย่างช้าๆ ทว่า

โป๊ก!

"โอ้ยยย...เฮียไม่ต้องติดกระจกใสตรงนี้นะรู้เปล่า เปิดโล่งไปเลย"

ก็กระจกมันอยู่ของมันแบบนั้นทุกวัน ประตูเขาก็มีให้ออก เฮียเซนต์หลบสายตาแล้วก็พูดขึ้น

"เกือบจะดีแล้วเชียว!!"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป