บทที่ 6 บทที่6

ภายในรถ ชุนเหอยังคงนั่งลูบหัวตัวเองอยู่อย่างนั้น เหมือนจะรู้สึกเจ็บกับการเดินชนกระจกหน้าบ้าน จนคนที่นั่งข้างต้องหันมามองด้วยใบหน้าเรียบเฉย จากนั้นเขาก็เอ่ยถามเสียงเรียบ

"เจ็บเหรอ?"

"โอ้โหเดินชนขนาดนั้น ชุนคงไม่เจ็บหรอกมั้ง"

"นั้นสินะ ป่านนี้กระจกคงราวไปแล้ว" สีหน้าที่เฮียพูดมันนิ่งมากเหมือนจะไม่รู้สึกเป็นห่วงชุนสักนิด จนชุนเหอต้องเหวี่ยงตัวหันมามองหน้าเฮียชัดๆ แล้วถามขึ้น

"ถามจริง เฮียคิดเป็นห่วงคนอื่นหรือเปล่าขนาดคนที่เฮียอยากแต่งงานด้วยเขาหนีไป เฮียยังไม่ตามเลย"

"ทำไมต้องตาม ก็ได้เธอมาแทนแล้วนี่ไง"

"ไม่ได้เต็มใจสักนิด" พูดจบก็เหมือนจะทำค้อนใส่คนที่นั่งข้าง เซนต์ชำเลืองหางตามองเล็กน้อย ก่อนที่จะเอื้อมมือไปช้อนที่ลำคอของชุนเข้ามาใกล้แล้วสัมผัสมือไปที่กลุ่มเส้นผมที่ปกปิดหนังหัวอยู่ อยากรู้ว่าส่วนที่เดินชนไปเมื่อกี้มันจะปูดนูนขึ้นหรือเปล่า ทว่า

"โอ้ยย! เฮียจับเบาสิ มันเจ็บนะ"

"หัวโนนิดหน่อยเอง ไม่ถึงกับหัวแตกทายาก็หายแล้วโอดโอยเหมือนจะตายตรงนี้!"

"ถอยไปเลย ปากไม่ดี" ว่าแล้วก็ผลักเซนต์ออกไป ส่วนตัวเองก็ขยับมานั่งชิดประตูอีกข้าง ไม่มีใครพูดคุยสนทนากันจนกระทั่งถึงงาน

ภายในงาน

วันนี้ตระกูลม่าเป็นเจ้าภาพในการจัดประมูลอัญมณี เครื่องเพชร พลอย ต่างๆ โดยเหล่านางแบบรวมทั้งดาราตัวแม่แห่งวงการถูกรับเชิญให้มาสวมใส่เพื่อเดินอวดความงามของเครื่องประดับทั้งหลาย ก่อนที่นักลงทุนจะทำการประมูลเครื่องเพชรต่างๆ ทว่า นี่เป็นครั้งแรกของชุนเหอที่ได้เข้าร่วม แม้ธุรกิจครอบครัวจะทำเกี่ยวกับอัญมณีมาตั้งแต่ตนเองยังไม่เกิด แต่งานแบบนี้เขาไม่เคยมาสักครั้ง คงเพราะเป็นลูกคนสุดท้อง และอายุก็ยังน้อยอยู่

เมื่อเข้ามาในงานเสียงชื่นชมก็เริ่มหนาหูหลายเสียงบอกว่า เซนต์เหมาะที่จะเป็นลูกเขยของตระกูลนี่จริงๆ หลายเสียงบอกว่าทั้งคู่เหมาะสมกันที่สุด จนกระทั่ง ชุนเหอรู้สึกเบื่อหน่ายกับคำพูดเยินยอพวกนี้ สุดท้ายก็ต้องเดินเลี่ยงออกมาจากกลุ่มไฮโซพวกนั้น

"น่ารำคาญชะมัด ไอ้ที่พูดออกมาเนี่ยใจจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้"

เสียงที่พูดขึ้นเบาๆกับตัวเองมันบ่งบอกได้ถึงอารมณ์ในตอนนี้ สายตาของชุนกวาดมองไปทั่วจนกระทั่งเห็นมุมอาหารที่จัดเตรียมไว้ เด็กหนุ่มหน้าหวานไม่รอช้าที่จะสาวเท้าไป แต่ระหว่างที่จะเดินไปนั้นก็มีคนเข้ามาทักบ่อยๆ

"คุณม่าชุนเหอ ลูกชายคนเล็กของคุณม่า น่ารักมากเลยค่ะ ยินดีที่ได้เจอนะคะ"

"อ๋อ...ครับ"

"แล้ว คุณม่าชินหยงละค่ะ วันนี้ไม่เห็นในงานเลย"

อึกอักอยู่สักพัก เรื่องที่เฮียหายตัวไป แน่นอนว่ามันต้องมีคนสงสัยคนพวกนี้ก็คงเสแสร้งแกล้งถาม แต่อย่างนั้นก็คงต้องตอบ

"เฮียไม่สบายนอนพักอยู่บ้านครับ"

"อ๋อ หรือคะ งั้นเราไม่รบกวนแล้วค่ะ"

หลังจากพวกนั้นเดินหันหลัง ชุนก็ต้องเบ้ปากทำปากขมุบขมิบ อันที่จริงอยากพูดว่า สตอ ใจแทบขาดแต่ด้วยงานนี้เป็นงานของที่บ้านก็ต้องปล่อยผ่าน

เดินมาหยุดที่ของกิน แววตาของเด็กหนุ่มเป็นประกายขึ้นจนเห็นได้ชัด มื้อค่ำยังไม่มีอะไรตกถึงท้อง และที่สำคัญ มีน้ำหลากสีวางเรียงใส่แก้วอยู่ เหมือนน้ำหวานที่เฉิงซีไม่มีผิด

ส่วนเซนต์วันนี้ไม่ได้มาเพื่อประมูลเพชรแต่อย่างใด เพราะเขามาในฐานะผู้รู้เรื่องอัญมณีที่ถูกเจียระไนออกมาเป็นเครื่องประดับแต่ละชุด พร้อมความหมาย เพราะการประมูลครั้งนี้มีชาวต่างชาติเข้าร่วม ม่าเจียอีวางไว้แล้วว่าการประมูลแต่ละชุดน่าจะสร้างกำไรเกินคาดเพราะเชื่อในฝีมือลูกเขย

การเดินแบบเริ่มขึ้น ทุกคนต่างเข้าร่วมนั่งมองพร้อมเสียงปรบมือขึ้นเป็นระยะ ทว่าเมียเด็กของเฮียเหมือนจะคอพับไปมาเล็กน้อย จนเฮียเซนต์ที่นั่งข้างต้องชะโงกคอลงมาใกล้แล้วพูดขึ้น

"แอบกินเหล้าเหรอ?"

"เหล้าที่ไหน ชุนเดินไปกินน้ำผลไม้ตรงนั้น อร่อยมากเลยนะ" แค่น้ำเสียงที่เปล่งพูดก็อ้อแอ้เกินทน จนเซนต์ต้องมองหาซีอันเพื่อขอความช่วยเหลือ หากชุนเมาแบบนี้มีหวังงานล่มแน่

"นั่งอยู่ตรงนี้นะ ห้ามไปไหนเด็ดขาดฉันยังทำงานไม่เสร็จ"

พูดจบก็เรียกอาเหมาให้ไปตามซีอันมาพบ แล้วบอกว่าให้ดูแลชุนไว้ก่อน เพราะตนต้องขึ้นไปบรรยายความหมายของเครื่องประดับแต่ละชิ้น ซีอันเห็นน้องชายยิ้มแป้นแล่นแล้วถอนหายใจทันที แล้วเดินมานั่งข้าง

"ไปแอบกินค็อกเทลมาละสิเนี่ย"

"น้ำหวานต่างหากละ"

"ดีนะว่าป๊ายุ่งไม่งั้น ลื้อโดนแน่ เฮ้ยย"

สุดท้ายก็ต้องนั่งเฝ้าน้องชาย กลัวว่าจะทำงานล่ม จนกระทั่งเซนต์ทำหน้าที่ของตัวเองจบ พร้อมการประมูลที่ต้องบอกว่าดุเดือดและเป็นตามคาดที่เจียอีคิดไว้ กลุ่มนักลงทุนชาวต่างชาติไม่เกี่ยงราคาแม้แต่น้อย สู้กันเอาเป็นเอาตาย จนปิดได้ทุกชุด 

"เฮียเซนต์ หากเป็นสภาพนี้ เฮียพาชุนกลับบ้านไปก่อนเถอะ ที่เหลือผมจัดการเอง"

เป็นซีอันที่เสนอขึ้น แต่ก็ดีเหมือนกัน เพราะสภาพของอีกคนเหมือนจะไม่ไหวแล้ว เซนต์พยักหน้าจากนั้นก็ประคองร่างของชุนลงมาที่หน้าโรงแรม รอคนรถไปขับรถมารับ จากนั้น

ปึก!

"โอ้ยย" ทันทีที่รถจอดคงไม่ต้องบอกว่าเป็นสภาพไหน เซนต์เหวี่ยงร่างของชุนเข้าไปก่อน ส่วนตัวเขาจะขึ้นไปนั่งพร้อมการกระชับที่เสื้อสูทมาดนิ่ง

"ไม่ได้เรื่องอะไรสักอย่างจริงๆ!"

เป็นคำพูดที่หลุดออกมาเมื่อหันไปมองหน้าคนที่หลับตาพริ้ม คอพับอยู่บนเบาะ ไม่นานรถก็เคลื่อนตัวออกจากโรงแรมวิ่งไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงบ้านหรูของเขา รถที่ขับตามประมาณห้าคันทยอยเข้าจอด จากนั้นเซนต์ก็หันมาปลุก

"ตื่นได้แล้วถึงบ้านแล้ว"

"หยุดเรียกสักทีได้ไหมคนจะนอน"

เสียงที่ตอบมาเหมือนจะไม่ได้สติจริงๆ จนเซนต์ต้องลากชุนขึ้นมานั่งแล้วพยายามเรียกสติ

"ลงรถได้แล้ว"

แต่ก็ไม่เป็นผล สุดท้ายก็คงต้องใช้กำลัง เบรกร่างน้องขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้าน โดยมีอาเหมาคอยเปิดประตูให้ 

เมื่อเข้ามาในห้อง

พรึบ โดนโยนลงจากบ่าจนตัวกระเด้งขึ้นจากที่นอนนุ่มเล็กน้อย แล้วร้องขึ้นทั้งๆที่ยังหลับตา

"เจ็บนะเนี่ย ป๊าไอ้มาเฟียมันทำชุนเจ็บ!!"

"มาเฟียงั้นเหรอ ฮึ!"

กลัวขำอย่างนึกแปลก จากนั้นก็สั่งให้อาเหมาออกไปส่วนตัวเองก็เดินไปปิดประตูลงกลอนจนเรียบร้อย หันมากอดอกจ้องมองคนที่นอนแผ่หลาอยู่บนเตียงแล้วพูดขึ้นกับตัวเองเบาๆ

"ก็มาเฟียนี่แหละจะเป็นผัวเธอชุนเหอ!"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป