บทที่ 5 ตอนที่ 5 แค่พี่ชายข้างห้องจริง ๆ ใช่ไหม?
ตอนที่ 5 แค่พี่ชายข้างห้องจริง ๆ ใช่ไหม?
อ้อมกอดที่ปลอดภัย มือที่คุ้นเคย ผละออกต่อหน้าต่อตา ทิ้งให้เธออยู่กับช่างสักสองสามคนที่ทั้งนั่งและยืนจ้องหน้า พิเพลงมองตามหลังเฮียขุนคนรักเก่าตาละห้อยอย่างไม่รู้ตัว จนมือช่างอีกคนที่คาดว่าคงเป็นเพื่อนเขาแตะไหล่
พิเพลงลุกพรวดทันทีไม่สนใจเรื่องมารยาทหรือสีหน้าใครทั้งนั้น เธอไม่เพียงแค่ลุกแต่ยังคว้ากระเป๋า โทรศัพท์ติดมือออกมาด้วย
"วิว ฉันไปรอในรถนะ" พูดจบก้าวขาเร็ว ๆ ออกจากร้านทันที ไม่อยู่รอให้เพื่อนเฮียขุนคนอื่นพูดอะไรทั้งนั้น เพราะแค่เฮียขุนไม่อยู่ เธอก็รู้สึกไม่ปลอดภัยมากแล้ว ทั้งสายตา ทั้งรอยยิ้มทำเธอเกร็งจนตะคริวแทบกิน
ปึง!
เข้ามานั่งในรถได้ เพลงถอนหายใจอย่างโล่งอก สองมือยกกุมใจดวงน้อยที่สั่นรัวราวกับจะหลุดจากทรวงอก
"ไม่เป็นไร ๆ" ปลอบตัวเองให้ไม่หวาดกลัว พลางปรับเบาะเอนหลังลงนอนหลับตาตั้งสติ
ไม่ใช่ว่ารังเกียจ ไม่ใช่ขยะแขยง ไม่ใช่อยู่คุยด้วยไม่ได้ แต่แค่รู้สึกไม่เหมาะสม ถ้าอยากคุยควรเว้นระยะห่างในการคุยจะดีกว่า เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น แล้วเธอก็ไม่สนิทใจให้ผู้ชายแปลกหน้ามานั่งใกล้ชิดทำตัวสนิทสนมหรือถามไถ่เรื่องส่วนตัวแบบเมื่อครู่นี้ด้วย ถึงแม้จะเป็นเพื่อนเฮียขุนก็เถอะ
ขณะนอนปรับอารมณ์ หูดันแว่วได้ยินเสียงพูดคุยหัวเราะคิกคักของแอร์จนต้องผงกศีรษะหรี่ตามอง
"คุยกับใคร?" พึมพำในลำคอ เดิมทีเธอเป็นบุคคลประเภทที่ชอบลดกระจกรถไว้นิดหน่อยเวลาจอด เพื่อให้อากาศถ่ายเท ไม่ว่าจะในร่มหรือที่ไหนมักจะทำแบบนี้เสมอ โดยการลดกระจกเธอลดแค่พอให้อากาศถ่ายเทเท่านั้น มองจากด้านนอกหรือมองใกล้ ๆ ไม่มีทางรู้ว่าลดกระจกอยู่แน่นอน เป็นข้อดีอย่างหนึ่งเวลาใช้รถ เพราะทำให้อากาศในรถไม่อบอ้าวมากจนเกินไป ทว่า..นานวันเข้าเธอเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ได้มีแค่ข้อดีอย่างเดียว
"ยังไงเดี๋ยวแอร์เข้าไปนะคะพี่รัก"
"ค่ะพี่ แอร์อะไรก็ได้ ตามใจพี่เลยค่ะ"
"แอร์โอเคนะคะ แบบVvipคุยง่ายเลยค่ะ"
"ด้วยความยินดีค่ะ"
ร่างเล็กในรถไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่แอร์กำลังคุยอยู่คุยกับใคร คุยเรื่องอะไร หรืออาจจะคุยงานแบบที่แอร์บอกเธอบ่อย ๆ? ว่าแต่งานที่แอร์ทำคืออะไร ทำไมเงินสะพัด ใช้จ่ายไม่เคยประหยัดแต่ก็ไม่เคยขัดสนสักที?
"เฮ้อ" เป็นครั้งที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่รู้ รู้แค่วันนี้ร่างกายเหนื่อยล้ามากจริง ๆ ล้าจนอยากกลับห้องไปนอนตอนนี้เลย
เธอนอนหลับตา อาการคล้ายคนกึ่งหลับกึ่งตื่น ได้ยินเสียงรอบข้าง และอยู่ในห้วงความคิด
'ดื่มแล้วขับเหรอเพลง อันตรายนะ'
'เพื่อนมาส่งค่ะ'
'เมามากไหม?'
'ดื่มไปนิดหน่อย ไม่ขนาดนั้น' ยิ้มตอบเฮียขุน ขยับไปยืนอิงไหล่เขาหลับตาพักสายตาในตอนที่ลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นชั้น6ของคอนโด
'ขอไปนั่งเล่นห้องเฮียขุนก่อนได้ไหม' หันถามขณะที่เดินออกจากลิฟต์
'เรียนจบแล้วนี่ มีอะไรไม่สบายใจอีก'
'พูดยากจัง' ถอนหายใจยู่ปากเซ็ง ๆ
ถึงแม้เฮียขุนจะถามแต่ก็ยอมให้เข้าไปนั่งเล่นในห้องแต่โดยดี ไม่รู้เป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ปนความโกรธด้วยหรือเปล่าถึงทำให้ใจกล้าถามคำถามนี้ออกไป ทั้งที่รู้คำตอบอยู่แก่ใจ
'เฮียขุนยังชอบเพลงอยู่ไหม'
'เหมือนเดิม'
'...'
'ยังรอเหมือนเดิม'
'หลายปีมานี้ไม่มีใครทำเฮียขุนเปลี่ยนใจเลยเหรอ'
'ทำไมต้องเปลี่ยนในเมื่อคนนี้บอกให้รอ' ชี้ที่เธอ
'ขอถามได้ไหม ผู้หญิงกับผู้ชาย อยู่ด้วยกันสองต่อสอง ทำอะไรกันเหรอ'
'เคยดูหนังโป๊ไหม ก็แบบนั้นแหละ'
'แล้วเฮียขุนเคยคิดอยากทำกับเพลงบ้างหรือเปล่า'
'ก็ถ้าเธอเต็มใจ เราคงไม่เป็นแค่พี่น้องแบบนี้'
'อืม..' ก็จริง เท่าที่จำได้เฮียขุนก็ตีตราจองแล้วหลายครั้ง มีแต่เธอที่ลังเล ลังเลเพราะใครอีกคน แต่ในเมื่อใครคนนั้นก็ไม่ได้เห็นความสำคัญของเธอ เธอก็ไม่จำเป็นต้องสนใจแล้วเหมือนกัน
'คิดยังไงถึงถาม ใครทำอะไร'
'เพลงยังไม่เคยเลยนะ'
'...'
'หมายถึงมีแฟน แล้วก็เรื่องนั้น..'
'พอรู้'
'รังเกียจไหม ทำอะไรไม่เป็นเลย'
'ของแบบนี้มันสอนกันได้'
'เรา..เป็นแฟนกันไหม เป็นแฟนแบบที่..'
'มีอะไรกัน?'
'อือ' ตอบเสียงแผ่ว จนเฮียขุนยิงคำถามรัว ๆ ราวกับไม่เชื่อว่าคนเริ่มจะเป็นเธอ คนขอเป็นแฟนก่อนจะเป็นเธอทั้งที่ที่ผ่านมามีแต่เฮียขุนที่ร้องขออยู่ฝ่ายเดียว จนเมื่อเขาแน่ใจว่าเธอไม่ได้เมามาก มีสติเกือบจะเต็มร้อย
ริมฝีปากคล้ำเคล้ากลิ่นบุหรี่ก็ทาบลงบนปากเรียวเล็ก ก่อนจะค่อย ๆ เม้มเลียกลีบปากดันลิ้นฝาดมาหยอกเย้าเธอที่ไม่ประสีประสาจนพอใจแล้วผละออกอ้อยอิ่ง คลอเคลียปากเธอซ้ำ ๆ เพียงแค่ปากแตะปาก
'เฮียตกลงนะ'
'สวัสดีค่ะแฟนคนแรก ^^'
'ผัวคนแรกด้วย'
ประโยคนี้ชวนเพ้อฝันคิดไปถึงตอนที่เขาเปลือยกายตรงหน้า ขยับโยกสะโพกใส่ รอยสักที่ใฝ่อยากแตะอยากสัมผัสเป็นความจริงก็คราวนี้
แก็ก แก็ก แก็ก
ก๊อก ๆ
"ปลดล็อกหน่อย ไม่ไหว ๆ"
เสียงคุ้นหูดังขึ้นเรียกเธอที่กึ่งหลับกึ่งตื่นให้ลืมตา จนเมื่อตากลมสวยลืมขึ้น ทำพิเพลงลอบถอนหายใจอย่างคนเสียดาย อีกแค่นิดเดียวเฮียขุนก็จะถอดแล้ว อีกแค่นิดเดียวเขาก็จะจูบส่วนนั้นแล้ว วิวมาขัดจังหวะฝันดีจริง ๆ
คอนโดวิว
สาเหตุที่ต้องตรงดิ่งมาคอนโดวิวก็เพราะคนเก่งในกลุ่มกำลังจะจับไข้เพราะรอยสักมินิมอล เตือนไปแล้ว ห้ามก็แล้ว ไม่ฟังกันบ้างเลย
"แก ฉันขอโทษนะ ไอ้เฮียขุนนั่นมันปากหมาจริง ๆ"
ประโยคของวิวทำเพลงชะงัก ช้อนตาขึ้นมอง
"ฉันกะจะยั่วโมโหให้มันอาละวาด แต่ไม่รู้ทำไมเป็นฉันนี่แหละที่อยากอาละวาดเอง"
"เฮียขุนทำอะไรเหรอ"
"ด่าฉันเหมือนหมูเหมือนหมา ตกลงแกเป็นอะไรกับเขาเพลง ฉันว่าไม่ใช่แค่พี่น้องข้างห้องแล้วนะ" วิวเค้นถาม สบตารอคำถาม ทำเพลงอึกอักหายใจไม่ทั่วท้องก่อนจะถอนหายใจอย่างโล่งใจเมื่อแอร์พูดเสียงหวาน
"อาหารมาเสิร์ฟแล้วค่ะ ~ คุณผู้หญิงวิวคนสวย"
"นี่แอร์ แกมาก็ดีเลย มาถามเมียแกหน่อยว่าเป็นอะไรกับไอ้ผู้ชายข้างห้องคนนั้น" วิวนอนข่มความเจ็บพูด สบตาเพื่อนทั้งสองที่ความสวยสูสีไม่ต่างกัน หากมีใครชมว่ากลุ่มเธอหน้าตาดีก็คงต้องน้อมรับ ก็คนมันสวยจริง ๆ ยิ่งยัยพิเพลงเป็นที่หมายตาเลยละ ยัยแอร์ก็ใช่ย่อย หนุ่มต่างคณะ นักธุรกิจมาขายขนมจีบไม่เว้นแต่ละวันเชียว
"บ้าน่า" เพลงส่ายหน้าสบตาแอร์กับวิว
"แต่แอร์ก็เห็นเพลงขยับไปนั่งใกล้ ๆ เขานะ ตกลงแค่พี่ชายข้างห้องที่สนิทกันแค่นั้นใช่ไหม หรือมีอะไรมากกว่านั้น"
"ก็เรากลัวเพื่อนเฮียขุนไง เลยขยับไปนั่งใกล้ ๆ" เพลงตอบแอร์เสียงเรียบทั้งที่ภายในใจร้อนรุ่มอยากจะกลับห้องตัวเองเลยตอนนี้
"เค้นถามสิผัว เดี๋ยวเมียไปมีชู้นะ" วิวสบตาพูดกับแอร์
"ไม่มีอะไรจริง ๆ" เพลงยืนกรานว่าไม่มีอะไร ทำให้ทั้งสองไม่คะยั้นคะยอ แต่เมื่อออกจากห้องวิว อยู่กับแอร์แค่สองคน น้ำเสียงคำถามของแอร์กลับทำให้เธอมือเท้าเย็นเฉียบไม่รู้ตัว
ภายในรถพิเพลง
"ตกลงเป็นอะไรกับเขาเหรอ?"
"..."
"ตอบมาตรง ๆ อย่าให้แอร์รู้เองเพลง"
"แล้วแอร์เป็นอะไรกับผู้ชายคนนั้นเหรอ?" หมายถึงอาจารย์ต่างคณะที่เกาะแกะกับแอร์ตั้งแต่เรียน จนจบการศึกษา ทีแรกกะว่าจะไม่พูดไม่ถาม ไม่อยากให้สองเราคลุมเครือ แต่ถามมาขนาดนี้ก็ขอถามกลับบ้างแล้วกัน
"ผู้ชายคนนั้นคือคนไหน อย่าลืมสิ ระหว่างเรามันแค่ความอยาก เพลงอยากก็บอก แอร์อยากก็มาหา เราไม่ได้เป็นอะไรกันนะเพลง"
