บทที่ 10 ยังไม่อิ่ม nc
พราวรวีรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับความรู้สึกปวดร้าวไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะใจกลางความสาว เธอพยายามกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับสายตาให้เข้ากับแสงสลัวในตอนเช้า เพราะผ้าม่านสีเข้มที่ปิดสนิทคอยบังแสงแดดด้านนอกเอาไว้ ทำให้ทั้งห้องยังไม่สว่างมากนัก
สมองที่ยังมึนงงจากฤทธิ์แอลกอฮอล์กำลังประมวลผลว่าเมื่อคืนเธอกลับมาที่ห้องสภาพนี้ได้ยังไงและเกิดอะไรขึ้นบ้าง ภาพความทรงจำที่เร่าร้อนเริ่มชัดขึ้นทีละนิด ใบหน้าหวานร้อนผ่าวลามเห่อไปจนถึงใบหู เมื่อคิดได้ว่าเมื่อคืนเธอขึ้นมาบนห้องนี้และร่วมรักอย่างเร่าร้อนกับผู้ชายที่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรก ผู้ชายแปลกหน้าที่พี่ญาดาจ้างมา
“ตื่นเช้าจัง”
เสียงกระซิบที่ข้างใบหู พร้อมกับลมหายใจอุ่นที่รินรดลงมาบนลาดไหล่เปลือยเปล่า ทำเอาพราวรวีสะดุ้งสุดตัว เธอต้องรีบหันขวับกลับไปมองด้วยความตกใจ
“คุณ!....”
เธออุทานออกมาเสียงหลง นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเห็นผู้ชายตัวโตไม่สวมเสื้อนอนตะแคงอยู่ข้างๆ ท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาพาดมาทับกลางลำตัวของเธอราวกับกำลังกอดหมอนข้าง และที่ทำให้หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก คือการรับรู้ได้ว่าตอนนี้เธอไม่ได้สวมเสื้อผ้าเลยสักชิ้นเดียว!
คนตัวโตที่ถูกปลุกให้ตื่นส่งยิ้มมุมปากมาให้ ดวงตาคมกริบจ้องมองเธอด้วยประกายไฟปรารถนาที่ยังไม่มอดดับ ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาจูบบนเรียวปากอิ่มอย่างเอาแต่ใจ เป็นจูบที่เรียกร้องและแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน
ร่างกายของหญิงสาวชาหนึบไปชั่วขณะ สมองขาวโพลนทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าเพราะความเมาค้างที่ยังหลงเหลือ หรือถูกเขามอมเมาด้วยรสจูบอันแสนหวานปนร้อนแรงนี้กันแน่ เรียวลิ้นร้อนชื้นที่สอดแทรกเข้ามาตักตวงความหวานในโพรงปากทำให้เธอลืมสติ หญิงสาวจึงเผลอไผลขยับริมฝีปากจูบตอบสนองเขาไปอย่างน่าอาย
พราวรวีไม่เป็นตัวของตัวเองเลยสักนิด ยิ่งเขาขยับกายแกร่งเข้าหาเบียดเสียดความนูนแน่นเข้ากับหน้าขาของเธอ หญิงสาวกลับไม่ขยับหนี หากแต่กลับขยับสะโพกเข้าไปบดเบียดเขาอย่างคนขาดสติ ราวกับถูกแรงดึงดูดที่มองไม่เห็นดึงดูดเข้าหากัน
“จูบคุณหวานจัง ผมชักติดใจแล้วสิ” ชายหนุ่มถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง กระซิบชิดริมฝีปากบวมเจ่อ นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเบาๆ ที่มุมปากของเธอ สายตาของเขาโลมเลียไปทั่วใบหน้าหวานที่ตอนนี้แดงก่ำไปด้วยแรงอารมณ์
“อื้อ....ปล่อยก่อน พอแล้ว”
“ต่ออีกนิดนะครับ ผมยังไม่อิ่มเลย”
เขาไม่ฟังคำทัดทาน จมูกโด่งสันซุกไซ้ลงกับซอกคอหอม ขบเม้มจนเกิดรอยสีกุหลาบเพิ่มขึ้นอีกรอย ไฟปรารถนาที่เขาเป็นคนจุดขึ้นเมื่อคืนกำลังแผดเผาเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนร่างกายแทบหลอมละลาย
สองมือหนาเลื่อนต่ำลงมาฟอนเฟ้นเต้างามอวบหยุ่นอย่างย่ามใจ บีบเคล้นหนักสลับเบาจนเนื้อสาวปลิ้นออกตามง่ามนิ้ว สัมผัสวาบหวามทำให้เธอเผลอแอ่นลำตัวเข้าหาฝ่ามือร้อนอย่างลืมอาย ยิ่งเขาครอบครองยอดอกสีสวยด้วยปากร้อน ดูดดุนและตวัดลิ้นรัวเร็ว เธอก็ยิ่งเชิดหน้าขึ้น ครางกระเส่าหลุดเสียงหวานออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างกายที่ถูกปลุกเร้ากำลังเรียกร้องบางอย่างที่มันลึกซึ้งและเติมเต็มได้มากกว่านั้น
กวีวัธน์พลิกตัวคร่อมเหนือร่างคนตัวเล็กก่อนจะค่อย สอดความเป็นชายเข้าไปทีละนิด
“อื้อ....เบาหน่อย”
หญิงสาวครางประท้วงพร้อมกับนิ่วหน้า มือเล็กจิกทึ้งผ้าปูที่นอนจนยับย่น ความรู้สึกคับแน่นและจุกเสียดผสมปนเปไปกับความเสียวซ่าน แต่พอแก่นกายแกร่งเข้าไปได้จนสุดความลึก เขาก็เริ่มขยับสะโพกสอบเข้าออก จากเชื่องช้าแปรเปลี่ยนเป็นจังหวะที่หนักหน่วงและเร่าร้อนขึ้น แรงกระแทกกระทั้นทำให้พราวรวีเผลอแอ่นสะโพกรับการสอดใส่ เรียกร้องอยากให้เขารุนแรงขึ้นอย่างน่าอาย เสียงเนื้อกระทบกันดังประสานไปกับเสียงครางหวานหูดังไปทั่วห้อง
บทรักรับอรุณทำให้ทั้งสองสุขไปอีกครั้ง พราวรวีเหนื่อยจนลุกไม่ขึ้น
“ผมมีประชุมเช้า แล้วเจอกันนะครับพราว” ชายหนุ่มห่มผ้าให้กับคนที่นอนหมดแรงก่อนจะจุมพิตไปยังไรผมที่ชื้นไปด้วยเหงื่ออย่างแผ่วเบา
อันที่จริงเขาอยากอยู่กับเธออีกสักนิด แต่เพราะวันนี้มีประชุมสำคัญจึงต้องรีบไปอย่างเสียดาย
หญิงสาวหลับลึกไปอีกนับชั่วโมง พอตื่นมาก็รีบเข้าห้องน้ำทันที
“รอยแบบนี้สินะ” มือเรียวแตะเบาที่รอยแดงเล็กๆ บนเนินอก ร่องรอยที่ชายคนนั้นฝากไว้ไม่ได้มีแค่รอยเดียว แต่มันมีอยู่ทั้งร่างขาวของเธอจนนึกโมโห เพราะคงต้องสวมเสื้อผ้ามิดชิดไปอีกหลายวัน
ใบหน้าหวานร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ความรู้สึกครั้งแรกมันต่างจากที่เธอเขียนอยู่มาก ความรู้สึกราวกับกำลังลอยอยู่บนดินแดนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความหฤหรรษ์ ความรู้สึกที่ร่างกายถูกเติมเต็มเป็นครั้งแรก
พราวรวีหลับตาลง พยายามนึกภาพและจดจำทุกสัมผัส ทุกท่วงท่า และทุกความรู้สึกให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้นำไปเป็นวัตถุดิบชั้นยอดในการเขียนงาน แต่คงเพราะความเมาบวกกับความวาบหวามที่ตีรวน ทำให้บางอย่างมันดูเลือนลางและจับต้นชนปลายไม่ถูก
เธอพอจะจำใบหน้าหล่อๆ ของเขาได้ ถ้าเจอที่ไหนคงต้องรีบหลบ นอกจากจะหล่อถูกใจจนเก็บเอาไปเป็นพระเอกนิยายคนต่อไปแล้ว เขาคนนั้นยังเอวดุเหมือนพระเอกคนก่อนๆ ของเธอไม่ผิดเพี้ยน
เขาทำให้เธอมีความสุขครั้งแล้วครั้งเล่าจนเธอหมดแรง ตาคู่สวยเบิกกว้าง เมื่อนึกถึงบทรักครั้งสุดท้ายตอนเช้า เขาไม่ได้สวมถุงยางอนามัย
หญิงสาวรีบวิ่งมาดูปฏิทินในโทรศัพท์แล้วก็ถอนหายใจเพราะอีกไม่เกินสองวันก็จะถึงรอบเดือนของเธอแล้ว เรื่องท้องก็ตัดทิ้งไปได้เลย แต่ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเหลือแค่เรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ถ้าจะวิ่งไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเลือดตอนนี้ก็คงยังไม่รู้เรื่องแน่ๆ เชื้อโรคมันมีระยะฟักตัวของมัน
พราวรวีกัดริมฝีปากตัวเองอย่างคิดหนัก หญิงสาวกำโทรศัพท์ในมือแน่น ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่า ทางที่ดีที่สุดคือต้องหน้าด้านหน้าทน ทักไปถามเขาคนนั้นตรงๆ ผ่านพี่ญาดาไปเลยว่า ผู้ชายขายบริการระดับวีไอพีอย่างเขา เคยไปตรวจเลือดหาเชื้อบ้างหรือเปล่า
