บทที่ 3 ปัญหาระดับชาติ
ภายในห้องตรวจของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ชายสองคนนั่งอยู่กันคนละฝั่งของโต๊ะ สีหน้าของเขาทั้งสองคนเต็มไปด้วยความเครียด
“ผลตรวจปกติทุกอย่างฉันว่าที่นายเป็นอยู่แบบนี้คงต้องไปปรึกษาจิตแพทย์แล้วล่ะ”
อิศเรศคุณหมอหนุ่มตี๋วัย 33 ปี ในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตา เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางดันแว่นสายตาขึ้นเล็กน้อย สายตามองตรงไปยังเพื่อนสนิทที่กำลังนั่งหน้าเครียดจนคิ้วขมวดผูกกันเป็นปม
“แย่ขนาดนั้นเลยเหรอวะอิศ” น้ำเสียงของคนถามเต็มไปด้วยความกังวลและไม่อยากจะยอมรับความจริง
“อือ ฉันว่าที่นายเป็นแบบนี้มันน่าจะเกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อนเกิดอุบัติเหตุนะ” หมอหนุ่มวิเคราะห์ตามหลักการแพทย์
“อยากจะบ้าตาย นี่มันสามเดือนแล้วนะที่ฉันเป็นแบบนี้” กวีวัธน์ชายหนุ่มหน้าตาหล่อคม เจ้าของส่วนสูงเกือบเก้าสิบเซนติเมตร สบถออกมาอย่างหัวเสีย มือหนายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรง ๆ ด้วยความอัดอั้นตันใจ
ย้อนกลับไปหลังจากประสบอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักชนเข้ากับเสาไฟฟ้าอย่างจังเมื่อสามเดือนก่อน ในตอนนั้นกวีวัธน์ไม่ได้บาดเจ็บทางร่างกายอะไรมากมายนัก เพราะระบบนิรภัยและถุงลมนิรภัยของรถยุโรปคันหรูทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ร่างกายภายนอกมีเพียงรอยฟกช้ำเล็กน้อย แต่ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตามหลังจากนั้นกลับเป็นฝันร้ายที่แท้จริง เขากลับรู้สึกว่าอวัยวะส่วนล่างอันเป็นความภาคภูมิใจของตนเอง มันไม่ยอมตื่นตัวและตอบสนองเหมือนแต่ก่อน
จากเสือร้ายที่ไม่เคยขาดเรื่องเซ็กซ์ มีสาว ๆ รายล้อมไม่ว่างเว้น อยู่ดี ๆ ก็ต้องมาเผชิญกับภาวะที่ ‘นกเขาไม่ยอมขัน’ มันเป็นเรื่องที่กระชากศักดิ์ศรีลูกผู้ชายของเขาจนแทบแหลกสลาย และทำให้ชายหนุ่มแทบจะบ้าตายรายวัน เรื่องนี้ถือเป็น ‘ปัญหาระดับชาติ’ สำหรับชีวิตหนุ่มโสดรักสนุกอย่างเขาเลยก็ว่าได้
กวีวัธน์เริ่มนิ่งเงียบและคิดตามที่คุณหมอหนุ่มพูด เพราะภาพเหตุการณ์ก่อนหน้าที่จะขับรถชนมันยังคงตามมาหลอกหลอน ในวันนั้นเขาตั้งใจขับรถไปหาแฟนสาวที่คบหาดูใจกันมาได้หนึ่งปีเต็ม กะว่าจะไปทำเซอร์ไพรส์เธอเนื่องในวันครบรอบ แต่ใครจะไปคาดคิดว่าเธอจะจัดบิ๊กเซอร์ไพรส์ตลบหลังเขากลับ ด้วยการพาผู้ชายอีกคนมานอนเริงร่าอยู่บนเตียงกว้าง ในคอนโดหรูใจกลางเมืองซึ่งเงินที่ใช้ซื้อคอนโดห้องนั้นก็คือเงินของเขาทั้งหมด
หลังจากเห็นภาพบาดตา ชายหนุ่มก็ขับรถออกมาด้วย อารมณ์โมโห รู้ตัวอีกที่ตัวเองก็ไปนอนอยู่ในโรงพยาบาลแล้ว
หลังจากเหตุการณ์บัดซบในครั้งนั้น เขาตัดสินใจบอกเลิกกับพรลภัสอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการหันหลังกลับไปมอง แต่ด้วยความที่เป็นชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่มีความต้องการทางเพศสูงและมักมากเรื่องบนเตียงเป็นทุนเดิม หลังจากกักตัวรักษาแผลเสร็จ ชายหนุ่มจึงโทรศัพท์เรียกใช้งานสาวไซด์ไลน์ระดับพรีเมียมมาที่คอนโด เพื่อหวังจะได้ปลดปล่อยความต้องการและระบายความเครียดที่สะสมมานาน
แต่ผลลัพธ์กลับทำให้เขาอายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี เพราะ ‘น้องชาย’ ของเขามันกลับนิ่งสนิทไม่ยอมตื่นขึ้นมาทักทายโลกภายนอก แม้ว่าหญิงสาวไซด์ไลน์คนนั้นจะงัดเอาสารพัดกลเม็ดเด็ดพราย ทั้งใช้มือลูบไล้ ทั้งใช้ปากปลุกเร้าอย่างเชี่ยวชาญเพียงใด แต่มันก็ยังคงนอนแน่นิ่งสนิท ไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ
ชายหนุ่มจึงต้องบากหน้าเอาเรื่องน่าอายนี้มาปรึกษาหมออิศเรศ ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนสนิทร่วมกลุ่มและเป็นแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะและสืบพันธุ์เพศชาย แต่ทว่าหลังจากทำการตรวจเช็กอย่างละเอียดทุกขั้นตอน ผลตรวจร่างกาย ฮอร์โมน และระบบประสาทกลับปกติสมบูรณ์ดีทุกอย่าง
“เอาน่าอย่าคิดมาก ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องรักษาด้วยยา”
“ยาอะไร” กวีวัธน์หันขวับมาถามทันที แววตาเต็มไปด้วยประกายแห่งความหวัง
“ก็พวกไวอะกร้าไง มันจะช่วยขยายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยง บริเวณนั้น”
“นี่ฉันอายุ 32 เองนะ ให้ตายซะยังดีกว่ามาให้ใช้ยาพวก นั้น ใครรู้มีหวังได้อายเขาตาย” กวีวัธน์ปฏิเสธเสียงแข็งทันควัน ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความรู้สึกรับไม่ได้ ศักดิ์ศรีของเขามันค้ำคอเกินกว่าจะใช้ยาพวกนั้น
“ถ้ายังไม่อยากใช้ยาก็ต้องปรึกษาจิตแพทย์ดู บางทีเขาอาจ ช่วยได้” อิศเรศแนะนำทางออกสุดท้าย
“ขอเวลาอีกหน่อย ฉันยังทําใจไม่ได้เลย” “ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็นัดมานะ”
“อือ ขอบใจนะไปก่อนเย็นนี้เจอกันร้านเดิม”
....
บริเวณชั้นสองของบาร์หรูแห่งหนึ่งมีชายหนุ่มสี่คนกําลังคุย กันอย่างออกรส โดยมีสาวๆ มาคอยบริการไม่ห่าง กวีวัธน์มอง รูปร่างยั่วยวนของพวกเธอแล้วกลับไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด
“ทําหน้าเบื่อโลกอีกแล้วนะคุณวัธน์” ภากรเห็นสีหน้าของกวีวัธน์แล้วก็อดจะเอ่ยแซวไม่ได้
“ก็โลกมันน่าเบื่อจริงๆ นี่”
“อย่าบอกนะ เรื่องนั้นยังไม่หาย”
“อือ”
“ฉิบหายเลยนะนั้น อายุเพิ่ง 32 เอง ยังใช้งานได้ไม่คุ้มเลย นะ” ฐากูรทั้งขําและเห็นใจเพื่อน
“เอาน่า อย่าเพิ่งทําหน้าเซ็งเดี๋ยวคืนนี้จัดไปเลยสองคนดูสิ ว่ามันจะไม่ขันจริงเหรอ”
“ไม่ดีกว่า แค่นี้ก็อายจะแย่อยู่แล้ว” กวีวัธน์ปฏิเสธเสียงเรียบพลางโบกมือปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ในใจนึกไปถึงความล้มเหลวครั้งก่อน ๆ ผู้หญิงกี่คนต่อกี่คนที่เขาพยายามพาไปนอนด้วยในช่วงสามเดือนมานี้ ไม่มีใครเลยสักคนที่จะสามารถปลุกเจ้าน้องชายของเขาให้ตื่นขึ้นมาทำหน้าที่ได้เลยสักนิด มีแต่จะทำให้เขาอับอายขายหน้ามากขึ้นกว่าเดิม
“อิศ นายแน่ใจนะว่าตรวจอาการมันดีแล้ว” ภากรหันมาถามคุณหมอคนเดียวในกลุ่ม
“ตรวจดีแล้ว ทุกอย่างไม่มีปัญหา” คุณหมอหนุ่มตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
“บางที่น้องชายของนายคงอยากจะพัก” ฐากูรพูดเสริมขึ้น เพราะที่ผ่านมาเพื่อนของเขาไม่เคยขาดเรื่องบนเตียงเลย
“พักนานเกินไปไหม สามเดือนแล้วนะ” กวีวัธน์ถอน หายใจอย่างหมดอารมณ์
“เอาน่า ช่วงนี้ก็หาอะไรทําฆ่าเวลาไปก่อน เรื่องนั้นอย่าเพิ่ง คิด บางทียังไม่เจอคนที่ถูกใจก็ได้” ภากรตบบ่าให้กำลังใจเพื่อน
กวีวัธน์นั่งดื่มกับเพื่อนต่อจนกระทั่งถึงเวลาปิดของทางร้าน เพื่อนของเขาพาน้องๆ ไปต่อกันที่อื่นส่วนตัวเขากลับมาที่บ้านของ ตนเองเพียงลําพัง
